กรมการท่องเที่ยวโดยสำนักพัฒนาบริการท่องเที่ยวเปิดตัว โครงการท่องเที่ยวปลอดภัยใส่ใจบัตรช้าง(บัตรมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย)โดยมีนายอานุภาพเกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเป็นประธานเปิดตัวโครงการเพื่อช่วยสร้างช่องทางในการประชาสัมพันธ์สถานประกอบการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานแก่นักท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์และ แอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนช่วยขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและยกระดับความเชื่อมั่นต่อคุณภาพของสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวในประเทศไทย นายอานุภาพกล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการท่องเที่ยวกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานให้แก่กิจการท่องเที่ยวหลายประเภทอาทิ โรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารร้านอาหารฮาลาล ร้านขายของที่ระลึกทั่วไปร้านขายของที่ระลึกประเภทอัญมณีห้องน้ำสาธารณะเพื่อการท่องเที่ยวเรือภัตตาคาร เรือรับจ้างนำเที่ยวที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบทที่พักเพื่อการท่องเที่ยวแบบพำนักระยะยาวผู้ประกอบการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยได้แก่ เดินป่า ล่องแก่งปีนหน้าผา ดำนำ ค่ายพักแรมเรือแคนู-คายัคปางช้าง ทั้งนี้ปัจจุบันที่สถานประกอบการที่ผ่านเกณฑ์การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 500แห่งและเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวรวมทั้งแนะนำนักท่องเที่ยวในการเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน กรมการท่องเที่ยวจึงได้จัดทำโครงการท่องเที่ยวปลอดภัยใส่ใจบัตรตราช้าง(บัตรมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย)โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศและจัดกิจกรรมสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ให้กับสถานประกอบการและบริการที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยหรือ ThailandTourism Standard จากกรมการท่องเที่ยวโดยร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พัฒนาระบบประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์และสมาร์ทโฟนเรียกว่า TTSExplorer อย่างไรก็ดีแอพพลิเคชั่นTTSExplorer เป็นการจับกระแสการตลาดแบบSoLoMoคือการนำเอาแอพพลิเคชั่นบนมือถือที่เชื่อมกับเครือข่ายสังคม(SocialNetwork) และใช้พิกัดของผู้ใช้งานเพื่อใช้ในการหาตำแหน่ง(Location)ที่ผู้ใช้สนใจเช่นช่วยคนหาที่พักร้านอาหาร ร้านของฝากเป็นต้นซึ่งแอพพลิเคชั่น TTSExplorerตอบโจทย์ช่วยให้การสืบคนหาสถานที่ต้องการใช้บริการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ทั้งนี้แอพพลิเคชั่น TTSExplorerเป็นการรวบรวมข้อมูลสถานประกอบการที่ได้มาตรฐานการท่องเที่ยวจากกรมการท่องเที่ยวทั้งโรงแรม เกสต์เฮ้าส์โฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านอาหารฮาลาลร้านขายของที่ระลึก กิจกรรมบริการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมันได้กับ“มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย”จำนวนกว่า 500ร้านค้าทั่วประเทศพร้อมด้วยข้อเสนอสิทธิพิเศษจากผู้ประกอบการที่มอบให้เฉพาะผู้ใช้บริการผ่านTTSCard หรือTTSExplorer บนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบแอนดรอยด์สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมTTSExplorer ได้ฟรีเพื่อใช้ค้นหาสถานประกอบการท่องเที่ยวที่อยู่รอบตัวโปรแกรมจะแสดงข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวและร้านค้า/บริการท่องเที่ยวโดยรอบเป็นภาพกราฟฟิกซ้อนทับบนภาพที่แสดงจากกล้องของโทรศัพท์ นอกจากนี้หากต้องการวางแผนจัดโปรแกรมท่องเที่ยวส่วนตัวสามารถใช้ TTSExplorer on Webเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดแผนการท่องเที่ยวให้อัตโนมัติโดยคลิกไปที่เว็บไซต์ttsexplorer.tourism.go.th แล้วเลือกจุดเริ่มต้นจุดสิ้นสุด และสถานที่ท่องเที่ยวที่สนใจ โปรแกรมจะสร้างแผนการท่องเที่ยว พร้อมด้วยข้อมูลแนะนำร้านอาหารที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวให้เลือก และสามารถดาวน์โหลดแผนการท่องเที่ยวติดตัวระหว่างการเดินทางได้ ผลวิเคราะห์ล่าสุดของอิริคสันคอนซูเมอร์แล็บ ชี้ว่าผู้บริโภคไทยมีการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 17% ในปี 2555 เพิ่มเป็น36% .ในปี2556ส่วนการใช้งานแท็บแล็ตมีการใช้งานเพิ่มขึ้นถึง3เท่าของผู้บริโภคในตัวเมืองจาก 2%ในปี2555เป็น7%ในปี2556และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปี2557ส่วนการใช้งานแอพพลิเคชั่นพบว่าคนไทยใช้งานเพิ่มขึ้นเช่นกันจาก40%ในปี2555เพิ่มเป็น57%ในปี2556 โดยไทยจัดเป็นประเทศลำดับที่23จากทั้งหมด43ประเทศที่มีการใช้งานแอพพลิเคชั่นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กรมการท่องเที่ยวเปิดแอพลิเคชั่นเพื่อค้นหาแหล่งท่องเที่ยวง่ายแค่ปลายนิ้ว
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(3 ม.ค.) น.ส.กิรณา ชีวชื่น รองผู้อำนวยการสายงานไวร์เลส คอนเท้นท์และแอพพลิเคชั่น ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า จากความพร้อมของเครือข่ายทรูมูฟเอช 4จี แอลทีอี 3จี และไว-ไฟในการรองรับปริมาณการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ทำให้ลูกค้าทรูมูฟเอช สามารถส่งความสุข คำอวยพรและแชร์ภาพสุดประทับใจในการท่องเที่ยวปีใหม่ผ่านโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คทุกรูปแบบได้ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งลูกค้าทรูมูฟเอชมีการใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันคริสต์มาสจนถึงช่วงคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาถึง 300% โดยมีการใช้งานออนไลน์สูงสุดในช่วงเวลา19.00-20.00 น. ของวันที่ 31ธ.ค.2556 และมีสถิติการออนไลน์สูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งถึงประมาณ 3.3 ล้านราย(Concurrent Users) สำหรับการอวยพรผ่านแอพพลิเคชั่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คพบว่ามีการใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์เพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติถึงเท่าตัวซึ่ง “TrueMoveH Fun Fest with Brown & Cony” ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้สนใจแอดเฟรนด์เข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ออฟฟิเซี่ยลแอคเคานท์ของทรูมูฟเอช มียอดสมาชิกสูงที่สุดในประเทศไทยมากกว่า 13ล้าน รายส่วนแอพพลิเคชั่นที่มีการใช้งานรองลงมาคือ เฟสบุ๊ค และอินสตาแกรม ด้านการใช้งานผ่าน เอ็มเอ็มเอส และ เอสเอ็มเอส มีการใช้งานหนาแน่นสูงสุดในช่วงเวลาประมาณ 00.00-01.00 น.ของวันที่ 1ม.ค.57 แต่มีปริมาณการใช้งานน้อยกว่าการอวยพรปีใหม่ผ่านทางแอพพลิเคชั่นต่างๆเป็นผลจากพฤติกรรมการใช้งานและความนิยมในการใช้แอพพลิเคชั่นโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
วันนี้(3ม.ค.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่าที่ประชุมกสท.จันทร์ที่6 ม.ค.57 จะพิจารณารับรองผลการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล24ช่องที่ประมูลไปเมื่อวันที่ 26 – 27 ธ.ค. 57ซึ่งหากหากไม่มีเรื่องร้องเรียนใดการรับรองผลน่าจะผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามจะสอบถามสำนักงานกสทช.ถึงความชัดเจนแผนการขยายโครงข่าย ในการแพร่สัญญาณทีวีดิจิทัลครอบคลุมครัวเรือนทั้งประเทศทั้ง 4 รายของผู้ให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิตอล ได้แก่บมจ. อสมท. กองทัพบก กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งประเทศไทย(ไทยพีบีเอส) เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สังคมอยากรู้ต่อจากนี้คือ ช่องทางที่ผู้บริโภคจะสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ซึ่งเป็นรายละเอียดต่อไปที่กสท.จะต้องเร่งพิจารณาการสนับสนุนคูปองแลกกล่องหรือเซตทอป บ็อกซ์ รวมถึงจะสัมพันธ์ในการเข้าถึงพื้นที่และการแจกคูปองส่วนลด นอกจากนี้ มีวาระพิจารณาร่างประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ…. ภายหลังการขยายระยะเวลาการรับฟังความเห็นสาธารณะเพิ่มเติม เนื่องจากมีจดหมายสำคัญจากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.)ที่คัดค้านในเรื่องนี้ด้วยจึงเห็นว่า กสทช.ควรพิจารณาความเห็นจากคปก.อย่างจริงจังถ้าเป็นไปได้ควรเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ออกไปเพื่อสร้างความชัดเจนทางกฎหมายและทางออกว่าถ้าไม่มีร่างประกาศฯ ตามม.37ในเวลานี้ การกำกับเนื้อหาทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร “อยากใช้โอกาสนี้เรียกร้องถึงว่าที่ผู้รับใบอนุญาต24 ช่องควรรวมตัวกัน จัดตั้งเป็นสมาคม สมาพันธ์ สภาต่างๆที่จะส่งเสริมการกำกับดูแลกันเองตามกรอบจรรณยาบรรณทั้งในระดับผู้ประกอบการและกองบรรณาธิการช่องข่าว และยังเป็นการต่อรองกับกสทช.ในการกำกับเนื้อหาที่ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพภายใต้เกณฑ์จริยธรรมจรรณยาบรรณที่กำหนดรวมถึงการสนับสนุนการรวมตัวกันทางวิชาชีพเพื่อสร้างมิติใหม่ในการกำกับดูแลและสร้างศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค เน้นการกำกับดูแลร่วมโดยให้สื่อกำกับตัวเองมากกว่ารัฐจะใช้กฎหมายเข้าไปเซ็นเซอร์ที่ทำให้เกิดความคึกคักในกำกับดูแลของวิชาชีพและน่าจะเป็นการตรวจสอบถ่วงดุลกัน”น.ส.สุภิญญากล่าว