นายไมเคิล อาราเน็ตตา ผู้จัดการประจำ ไอดีซี ประเทศไทย นำทีม ออกมาคาดการณ์แนวโน้มที่สำคัญปี 2557 ซึ่งหนึ่งในนั้นคืออุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กำลังเตรียมปฏิรูปวงการโทรทัศน์ไทยจากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล โดยไอดีซี มองว่าโทรทัศน์ดิจิทัลจะรุ่ง หรือ ร่วง ขึ้นอยู่กับปัจจัย อย่างพื้นที่การครอบคลุมโครงข่ายให้บริการ การบริการคอนเทนต์ (เนื้อหารายการ) เป็นไปตามที่ประชาชนสนใจหรือไม่ และสุดท้ายคือ ประชาชนรับรู้โทรทัศน์ดิจิทัลหรือไม่ ทั้งวิธีการรับชมและการใช้งาน ขณะเดียวกันไอดีซีเองระบุว่า การครอบคลุมพื้นที่ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัลในช่วงปีแรกจะไม่เป็นไปตามที่ กสท. กำหนดไว้คือ ปีแรกครอบคลุม 50% ปีที่ 2 ครอบคลุม 80% ปีที่ 3 ครอบคลุม 90% และปีที่ 4 ครอบคลุม 95% แต่กลับมองว่า เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจประชาชนเริ่มมีการชะลอการซื้อลดลง ผสมสถานการณ์ทางการเมืองที่ทำให้ความเชื่อมั่นในขณะนี้จะส่งผลให้การครอบคลุมต่ำกว่าที่กำหนด ซึ่งมองว่าปีแรกจะครอบคลุมเพียง 42% ปีที่ 2 70% ปีที่ 3 80% และปีที่ 4 90% เท่านั้น นางสาวนีรนุช กนกวิไลรัตน์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโส ไอดีซี มองว่าสิ่งที่น่าจับตามองคือ เรื่องของคอนเทนต์ ที่จะบ่งบอกว่าทีวีดิจิทัลประสบความสำเร็จ เนื่อง จากคอนเทนต์ทีวีดิจิทัลที่เกิดขึ้นใหม่นี้ควรมีความน่าสนใจที่แตกต่างจากการรับชมทีวีผ่านเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียมในปัจจุบันที่ครอบคลุมเกินครึ่งหนึ่งของประชากร ส่วนอุตสาหกรรมไอซีทีในปี 2557 ต้องจับตามองคือ 5 จังหวัดหัวเมืองใหญ่ได้แก่ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ชลบุรี ขอนแก่น และอุดรธานี ที่จะมีการเติบโตการใช้จ่ายด้านไอซีทีสูง ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ และปริมณฑล ถูกลดบทบาทการเป็นศูนย์ กลางลง เนื่องจากผู้ประกอบการร้านเริ่มเพิ่มช่องทางในการขายต่างจังหวัดมากขึ้นเพราะกำลังการซื้อมีมาก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์แท็บเล็ตจะเป็นอุปกรณ์ที่ครองตลาดคอนซูมเมอร์ การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงอุตสาหกรรมผู้ผลิตอุปกรณ์ของญี่ปุ่นจะทำให้ประเทศไทยเข้าถึงทุกสิ่งทุกอย่างผ่านอินเทอร์เน็ต อาทิ การติดตั้งอุปกรณ์ในรถยนต์ บลูทูธ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เป็นต้น และที่พลาดไม่ได้สำหรับของเล่นคอไอทีในปีหน้าที่เริ่มฉายแววชัดเจน มี 5 แก็ดเจ็ท ด้วยกันคือ 1. Glass (แว่น) 2. Camera (กล้อง) 3. Band (กำไล) 4. Clicker/Clip (เข็มขัด )และ 5. Watch (นาฬิกา) อย่างไรก็ตาม ตลาดไอซีทีของประเทศไทย ยังมีความจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้าสู่การลงทุนขององค์กรธุรกิจเอกชน อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรม ภาคสถาบันการเงิน กลุ่มโทรคมนาคม และกลุ่มโลจิสติกส์ ในขณะเดียวกันการผลักดันให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะสร้างโอกาสในการขยายตัวของภาพรวมธุรกิจไอซีทีของประเทศไทยอีกทางหนึ่ง ปี 2557 เรามาจับตาดูกันว่ากลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไอซีที และดิจิทัล จะแข่งขันกันอย่างไรเพื่อให้ทันต่อกระแสและแนวโน้มไม่ตกเทรนด์.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไอดีซี’ชวนจับตาแนวโน้มไอซีทีไทยปี 2557
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















มอล จับมือ ไลน์ และเอ็มเปย์ เพิ่มช่องทางให้ลูกค้าซื้อสติกเกอร์ไลน์และเกมง่ายขึ้นผ่านบัตรเติมเงินคาดมีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านราย ชี้ง่าย สะดวก เหมาะกับผู้ไม่มีบัตรเครดิต นายปรีชา ไพรภัทรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอล แอ็คเซสพอร์ทัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับ แอพพลิเคชั่นไลน์ และเอ็มเปย์ เปิดช่องทางใหม่ให้ผู้ใช้ไลน์สามารถซื้อสติกเกอร์ และเติมเงินเกมไลน์ ด้วยบัตรเงินสด เอไอเอส 3จี วัน-ทู-คอล ผ่านไลน์ เว็บสโตร์ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตให้สามารถซื้อสติกเกอร์ และไอเทมในเกมได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มีการใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์จำนวนมากในปัจจุบัน นายณัฐวุฒิ เลิศศรีมงคล ผู้จัดการอาวุโส โกลบอล ไลน์ บิสสิเนส บริษัท ไลน์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันไลน์มีผู้ใช้งาน 300 ล้านคนทั่วโลก ส่วนในไทยมีมากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งการเปิดไลน์ เว็บสโตร์ เพราะต้องการให้สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานและอำนวยความสะดวกในการใช้และเติมเงินเพื่อซื้อสติกเกอร์ และของต่าง ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้งานไลน์ในไทยมากกว่า 50% ที่จะเข้ามาใช้ช่องทางที่ได้ร่วมกับเอ็มเปย์ และมอล ในครั้งนี้ ด้านนายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เอ็มเปย์ จำกัด กล่าวว่า เอไอเอส มีลูกค้า 38 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้มากกว่า 10 ล้านคนที่ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีช่องทางที่ซื้อสติกเกอร์ได้ง่ายขึ้น และไม่จำกัดเฉพาะลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น ผู้ใช้งานไลน์เครือข่ายอื่น ๆ ก็สามารถใช้บัตรเติมเงินผ่านไลน์ เว็บสโตร์ (store.line.me) ได้เช่นกัน โดยสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อ และดิสเคาน์สโตร์ต่าง ๆ มีราคาตั้งแต่ 50-1,000 บาท โดยจากนี้ไปทางเอ็มเปย์จะประชาสัมพันธ์ ไปยังลูกค้าที่ติดตามออฟฟิคเซียล แอคเคานท์ของเอไอเอสในไลน์ที่มีมากกว่า 9 ล้านราย ให้ทราบถึงบริการนี้.
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 46 ในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค.นี้ ทางกสท.เตรียมกำหนดวันเวลา สถานที่และการเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติหลังจากมีมติเห็นชอบรายงานผลการตรวจคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาตฯและสำนักงาน กสทช.ได้ดำเนินการประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อสรุปสารสนเทศการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสำนักงานได้จัดทดสอบระบบและรูปแบบการจัดประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ณ อาคารโทรคมนาคม บริษัท กสท โทรคมนาคม สาขาบางรัก ไปแล้ว “วันจันทร์นี้จะมีความชัดเจนทั้งในเรื่องวันเวลา สถานที่และการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆซึ่งการประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนรูปแบบการถือครองคลื่นความถี่จากระบบสัมปทานเป็นระบบใบอนุญาตรวมทั้งเป็นจุดเปลี่ยนหน้าจอฟรีทีวีและเนื้อหารายการที่หลากหลายมากขึ้นที่เราจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้นี้ถ้าไม่มีอะไรสะดุด กสทช.คงจัดประมูลได้ทันก่อนสิ้นปีนี้ และในปีหน้าจะได้เริ่มศักราชใหม่ของฟรีทีวีประเทศไทยรับกระแสการเลือกตั้งและการปฏิรูปการเมืองไทยที่สื่อต้องมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระมืออาชีพ รับผิดชอบ และมีจรรยาบรรณ” น.ส.สุภิญญา กล่าว น.ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีวาระน่าติดตามได้แก่การจัดทำบันทึกความเข้าใจเรื่องความร่วมมือในการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลร่วมกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความสามารถในการติดตั้งเครื่องรับวิทยุในระบบดิจิทัลซึ่งในการประชุม กสทช.ครั้งที่10/2556วันที่16ต.ค.56ที่ประชุมเสียงข้างมากได้เห็นชอบหลักการให้ดำเนินโครงการทดลองระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลตามแผนแม่บทฯ ฉบับที่ 1ส่วนตนและกสทช.รวม3ท่านได้แก่ นายประวิทย์ และนายธวัชชัยได้มีข้อสังเกตเพิ่มเติมและเห็นต่างในบางประเด็นว่าการขออนุมัติตั้งโครงการทดลองทดสอบระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลเป็นโครงการที่มีงบประมาณสูงถึง167,120,000บาทแต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนในการดำเนินการดังนั้นสำนักงานฯควรจัดทำโครงการย่อยเสนอเข้าสู่การกระชุมกสท.เพื่อพิจารณาต่อไป นอกจากนี้การวางแผนเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับส่งสัญญาณวิทยุกระจายเสียงในระบบดิจิทัลเป็นสิ่งที่พึงกระทำแต่ต้องมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายและการติดตามตรวจสอบที่จริงจังสำหรับสถานีวิทยุกระจายเสียงที่ออกอากาศอยู่ในปัจจุบันด้วยเพราะจากการรับฟังความคิดเห็นผู้บริโภคและผู้ประกอบการได้สะท้อนปัญหาในปัจจุบันที่ต้องเร่งดำเนินการอาทิ การกำกับดูแลโฆษณาที่ผิดกฎหมายกระบวนการทดลองประกอบกิจการและการกำกับดูแลการส่งเสริมและสนับสนุนกิจการวิทยุกระจายเสียงเป็นต้นซึ่งภายหลังการประมูลทีวีดิจิทัลเสร็จสิ้นภารกิจหนึ่งของกสท.ที่สำคัญในปีหน้านี้คือการเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านการรับส่งสัญญาณวิทยุเป็นระบบดิจิทัล.