เมื่อกระแสการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือพุ่งสูงขึ้น แทนที่อินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ธรรมดาไปซะแล้ว จึงไม่แปลกหากมีคนที่มองเห็นโอกาสที่สวยงามเช่นนี้ หันมาจับธุรกิจบนโลกโซเซียล มีเดีย มากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ คุณณัฐธิดา สงวนศิลป์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บัซซี่บีส์ จำกัด เจ้าของแอพพลิเคชั่น “Buzzebees” (บัซซี่บีส์ )ที่สามารถโหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ ไอโอเอสผ่าน แอพ สโตร์และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ผ่าน กูเกิลเพลย์ได้ฟรี และบนหน้าเว็บไซต์ อย่าง www.buzzebees.com รองรับอุปกรณ์ได้ทั้งสมาร์ทโฟน ไอโฟน ไอแพด และวินโดว์สโฟน โดยเพียงแค่เล่นเฟซบุ๊กไม่ว่าจะเป็น โพสต์ข้อความ โพสต์รูปภาพ การเช็กอินสถานที่ต่าง ๆ หรือการกดไลค์ ของหน้าไทม์ไลน์ของเพื่อน ผ่าน Buzzebees เพื่อรับแต้มสะสมคะแนนแล้วนำไปแลกสินค้าสิทธิพิเศษบน Buzzebees ที่มีพันธมิตรกว่า 300 ร้านค้าซึ่งเป็นธุรกิจเอสเอ็มอี ในราคาสินค้าแและบริการที่ถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน คุณณัฐธิดา เล่าให้ฟังว่า จุดกำเนิดของ Buzzebees นั้นเนื่องจากมองเห็นว่า ในปัจจุบันคนไทยนิยมใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือมากกว่าอินเทอร์เน็ตผ่านคอมพิวเตอร์ รวมถึงประเทศไทยติดอันดับ 1 ที่ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก จึงต่อยอดความคิดว่า “เล่นเฟซบุ๊กให้ได้รางวัล” จึงทำให้เป็นที่มาของการเป็นแอพพลิเคชั่น Buzzebees อย่างภาคภูมิใจ โดยการมีสมาชิกผู้ใช้งานประมาณจำนวน 2 ล้านคน มีอัตราการเข้าชมสูงถึง 20,000 คนต่อ วินาทีในช่วงที่มีการทำโปรโมชั่น คิดเป็นประมาณ 13 ล้านครั้งต่อเดือน จึงนับได้ว่า Buzzebees เป็นแอพพลิเคชั่นที่คิดค้นโดยคนไทยที่จับตามองกระแสพฤติกรรมการใช้งานคนไทยได้สมบูรณ์แบบ และคาดว่าจะมีผู้ใช้งานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Buzzebees เลือกใช้วินโดว์ส อาชัวร์ ที่เป็นหนึ่งใน คลาวด์ เซอร์วิส สำหรับภาคธุรกิจ ที่มองแล้วว่าสามารถรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากได้ตามความต้องการในเวลาที่พร้อม ๆ กัน ทำงานง่าย และที่สำคัญราคาไม่ต่ำไม่สูงมาก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ Buzzebees เลือกใช้ไมโครซอฟท์ หลีกเลี่ยงกันลงทุนระบบไอทีเอง เนื่องจากมองว่าเทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้า ดังนั้นคลาวด์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดกระเป๋าเงินของธุรกิจได้ คุณณัฐธิดา ระบุว่า นอกจากลูกค้าที่เข้ามา Buzzebees แล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ร้านค้าที่จะนำมาไว้บน Buzzebees นั้นตอนนี้มีประมาณ 300 ร้านค้า โดยสินค้าและบริการนี้ จะเข้าถึงผู้บริโภคเป็นวงกว้างเนื่องจากอิงกระแสไปพร้อมกับสังคมเฟซบุ๊ก จึงเป็นเหมือนการบอกผ่านปากต่อปากของผู้ใช้งานจริง ๆจากผู้ที่ทำงานให้แก่หน่วยงานราชการ แล้วได้พูดคุยกับเพื่อน จึงจุดประกายความคิดหันเห มาจับธุรกิจมุ่งเป้าสนใจธุรกิจเกี่ยวกับโมบาย จากวันนั้นที่มีพนักงานเพียงแค่ไม่กี่คน ณ วันนี้มีพนักงานแล้วจำนวน 50 คน บางครั้งความสำเร็จไม่ได้มาจากเพียงแค่คิดฝัน แต่อยู่ที่ตัดสินใจลงมือทำ เท่านั้น ดูได้จากเลือดใหม่อย่าง Buzzebees ที่มีอายุเพียงแค่ 1 ขวบเท่านั้น แต่กลับเติบโตสูงเกินคาด.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพพลิเคชั่นคนไทย Buzzebees – ช็อปฉลาดตลาดอัจฉริยะ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ทีโอที รับ สัญญา เอ็มวีเอ็นโอ 3จี กับกลุ่มสามารถฯ มีปัญหาจริง แม้จะผ่านการตรวจสอบจากอัยการสูงสุดแล้วก็ตาม ขอศึกษารายละเอียดให้รอบด้านก่อนเซ็นสัญญา เหตุกระทบหลายฝ่าย มีทั้งผู้ได้-ผู้เสีย นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ร่างสัญญาการขายส่งขายต่อบริการโทรศัพท์มือถือ (เอ็มวีเอ็นโอ) เพื่อให้บริการ 3จี ทีโอที ทั่วประเทศ เฟส 2 ระหว่าง ทีโอที กับกลุ่ม บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ผ่านการตรวจร่างสัญญาจากอัยการสูงสุดแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหารือกับผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว เนื่องจากมีผู้บริหารระดับสูงมีความกังวลในเรื่องของเงื่อนไขสัญญาบางประเด็นของสัญญาอยู่ “ตอนนี้ยังต้องศึกษาและหารือร่วมกัน เพราะยอมรับว่าโครงการ 3จี ทีโอที ทั่วประเทศ เป็นโครงการขนาดใหญ่ และมีผู้เกี่ยวข้องและมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเยอะ จึงต้องรอบคอบในการตัดสินใจ” นายยงยุทธ กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวว่า สัญญา 3จี เอ็มวีเอ็นโอ ของ ทีโอที กับกลุ่ม สามารถ ที่ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณานั้น จะทำให้ทีโอทีเสียเปรียบเอกชนหลายอย่าง อาทิ หากมีการเซ็นลงนามร่วมกันจะทำให้มีการผูกมัด ทีโอที ในด้านเทคนิค โดยเฉพาะประเด็นที่ไม่สามารถขยายบริการ 4จี (แอลทีอี) ได้เพราะมีความถี่น้อยเกินไป ทั้งนี้ ผู้บริหารได้มีการประชุมเพื่อหาทางออกของปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และจะยังไม่มีการเซ็นสัญญา 3จี เอ็มวีเอ็นโอ ในเร็ว ๆ นี้ ถึงแม้ว่าทางอัยการสูงสุดจะตรวจร่างสัญญาดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ตาม.
รายงานข่าวจากแคสเปอร์สกี้ แลป แจ้งว่า เนื่องจาก เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งเทศกาลคริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และเป็นช่วงที่มัลแวร์ระบาดอย่างหนักที่สุดของปี ซึ่งแคสเปอร์สกี้ แลป ได้ตรวจพบโทรจัน เนเวอร์เควส ( Neverquest ) ที่พุ่งเป้าโจมตีระบบการรักษาความปลอดภัยออนไลน์แบงค์กิ้งของธนาคารทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ ร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใช้งานระยะไกล การโจมตีทางเว็บและโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทั้งนี้แคสเปอร์สกี้ แลป ได้บันทึกการพยายามโจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการใช้งานออนไลน์แบงค์กิ้งได้หลายพันครั้ง นายเซอร์เจย์ โกโลวานอฟ นักวิจัยด้านความปลอดภัย แคสเปอร์สกี้ แลป กล่าวว่า จากที่ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายๆ เคสที่เกี่ยวข้องกับการคิดค้นและเพิ่มจำนวนมัลแวร์เพื่อขโมยข้อมูลเว็บไซต์ของธนาคาร ได้พบช่องโหว่มากมายในตลาดมืด พร้อมเทคโนโลยีคุกคามใหม่ๆ ซึ่งเนเวอร์เควสถือเป็นภัยคุกคามที่สำคัญตัวหนึ่ง ที่พยายามจะโค่นแชมป์ภัยรุ่นพี่อย่างซุส (ZeuS) และคาร์เบิร์บ (Carberp) ทั้งนี้เนเวอร์เควส จะขโมยยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดของบัญชีธนาคารและสถาบันการเงิน เมื่อผู้ใช้งานเปิดเว็บไซต์ทางการเงินทั้ง 28 แห่งที่แฮกเกอร์วางสคริปต์พิเศษไว้ในไออี และไฟร์ฟอกซ์ ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้มัลแวร์สามารถควบคุมการเชื่อมต่อเบราเซอร์ด้วยเซิร์ฟเวอร์ที่แฮกเกอร์จัดเตรียมไว้ นอกจากนี้มัลแวร์จะพัฒนาโค้ดเพื่อฝังตัวเองในเว็บไซต์ธนาคารอื่นๆ เพื่อเพิ่มจำนวนเว็บไซต์ที่ต้องการจารกรรมเงินและข้อมูล