ยังน่ากลัวเสมอ…สำหรับโรคไข้เลือดออก ที่แม้จะมีเกิดขึ้นมานานหลายสิบปีในประเทศไทย รวมถึงทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนและร้อนชื้น แต่…วันนี้ก็ยังไม่มีวัคซีนใดที่สามารถป้องกันได้เหมือนกับโรคอื่น ๆ ทำให้ในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อโรคนี้กว่า 100 ล้านคน การผลิตวัคซีนไข้เลือดออกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะโรคนี้มีสาเหตุมาจากไวรัส 4-5 กลุ่มสายพันธุ์ในปัจจุบัน “ดร.บรรพท ศิริเดชาดิลก” นักวิจัยหน่วยปฏิบัติการเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติหรือ ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บอกว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกในปัจจุบัน ผู้พัฒนาส่วนใหญ่ได้มุ่งเน้นแนวทางการคัดเลือก หรือสร้างเชื้อไวรัสเด็งกี่มีชีวิตที่อ่อนฤทธิ์ โดยอาจคัดเลือกเชื้อไวรัสที่กลายพันธุ์เองในระหว่างการเพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสเด็งกี่ ในหลาย ๆ รอบในเซลล์เพาะเลี้ยง ซึ่งใช้เวลานาน หรือตั้งใจสร้างเชื้อไวรัสเด็งกี่ให้มีการกลายพันธุ์รูปแบบที่ต้องการโดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม ทั้งนี้วิธีการสร้างไวรัสแบบดั้งเดิม สามารถสร้างไวรัสที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมได้ค่อนข้างน้อย ทำให้โอกาสในการค้นหาตัวเลือกสำหรับผลิตวัคซีนมีน้อยตามไปด้วย ดังนั้นทีมวิจัยซึ่งเป็นเครือข่ายประกอบ ด้วย ไบโอเทค ศิริราชพยาบาล และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ร่วมกันพัฒนาเทคนิคใหม่ในการสร้างไวรัสในระดับห้องปฏิบัติการ โดยเป็นวิธีการเปลี่ยนพันธุกรรมไวรัสรูปแบบใหม่ ที่สามารถตัดต่อดีเอ็นเอของไวรัสได้ทันที โดยไม่ต้องใช้แบคทีเรียในการทำให้ไวรัสกลายพันธุ์ในวิธีการเดิม ๆ ด้วยเทคนิคนี้สามารถสร้างไวรัสที่มีความหลากหลายทางพันธุกรรมได้มากกว่าเดิมหลายหมื่นเท่า และสามารถตัดต่อดีเอ็นเอได้อย่างแม่นยำ ใช้เวลาในการสร้างไวรัสที่ต้องการเพียง 2-3 อาทิตย์ ขณะที่แบบเดิมต้องใช้เวลานาน 4-5 เดือนและเมื่อนำมารวมกับการวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถตรวจสอบลักษณะของเชื้อกลายพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาเป็นวัคซีนตัวเลือกเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออกได้รวดเร็วขึ้น ดร.บรรพท บอกว่า งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนวิจัยจาก Grand Challenges Canada ด้วยงบประมาณ 100,000 ดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 3,000,000 บาท ระยะเวลาวิจัย 18 เดือนเพื่อทดสอบแนวคิดในระดับห้องปฏิบัติการ และคาดหวังว่าจะเพิ่มโอกาสในการเจอเชื้อไวรัสที่ต้องการได้มากขึ้น ซึ่งก็หมายถึงโอกาสที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกมีมากขึ้นตามไปด้วย. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทคนิคใหม่สร้างไวรัสเพื่อวัคซีนไข้เลือดออก – ฉลาดคิด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















รองศาสตราจารย์บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสดร. กล่าวว่า สดร.ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานเครือข่าย จัดกิจกรรม“เปิดฟ้า..ตามหาดาว รับลมหนาว” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสปรากฏการณ์ท้องฟ้าในช่วงฤดูหนาว โดยมีการบรรยายให้ความรู้ทางดาราศาสตร์ แนะนำการดูดาวเบื้องต้น การใช้แผนที่ดาว รวมทั้งสัมผัสความมหัศจรรย์ของหลากหลายวัตถุท้องฟ้า เช่น เนบิวลา กาแล็กซีแอนโดรเมดา กระจุกดาวลูกไก่ กระจุกดาวคู่ และกลุ่มดาวอื่นๆ ผ่านกล้องโทรทรรศน์ชนิดต่างๆ ทั้งนี้กิจกรรมที่เชียงใหม่เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2556 – เดือนมีนาคม 2557 โดย ครั้งที่ 1 จัดในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2556 ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ครั้งที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2556 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ครั้งที่ 3 วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2557 ณ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ครั้งที่ 4 วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ และครั้งที่ 6 วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2557 ณ หอดูดาวสิรินธร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา แม้ว่าหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา ที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่มีการจัดกิจกรรมสำหรับชาวโคราชและจังหวัดใกล้เคียงเช่นกัน ในช่วง เดือนธันวาคม 2556 – เดือนกุมภาพันธ์ 2557 ซึ่งครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม 2556 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา ครั้งที่ 2 วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม 2556 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ครั้งที่ 3 วันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2557 ณ สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ 9 บุ่งตาหลัว ครั้งที่ 4 วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา และครั้งที่ 5 วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557 ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา นครราชสีมา ด้านดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสดร. กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่เชียงใหม่ ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พิเศษสุดๆ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของเทคโนโลยีขั้นสูงของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร ใหญ่ที่สุดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างใกล้ชิด พร้อมชมความอลังการของวัตถุท้องฟ้าด้วยตาผ่านช่องมองภาพ (Eyepiece) ของกล้องโทรทรรศน์ขนาด 2.4 เมตร ด้วยกำลังรวมแสงและประสิทธิภาพอันมหาศาลจึงทำให้เห็นแสง สี และความคมชัดของวัตถุท้องฟ้าที่อยู่ไกลโพ้น อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นหนึ่งในหอดูดาวระดับโลกไม่กี่แห่งที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษเช่นนี้ นอกจากนี้ ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมสังเกตการณ์ “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ในคืนวันที่ 13 ธันวาคม 2556 ต่อเนื่องถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ธันวาคม 2556 สดร. จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ฝนดาวตกและตั้งกล้องโทรทรรศน์เพื่อสังเกตวัตถุท้องฟ้า ณ บริเวณยอดดอยอินทนนท์ จุดที่ทัศนวิสัยทางดาราศาสตร์ดีที่สุดในประเทศไทยท่ามกลางบรรยากาศเย็นจัดของยอดดอยต่ำกว่าสิบองศา ผู้สนใจสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ เชียงใหม่ โทร. 0-5322-5569 ต่อ 305 นครราชสีมา โทร. 044-216254 รับจำนวนจำกัด หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.narit.or.thหรือwww.facebook.com/NARITpage
วันนี้ (6 ธ.ค.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)เปิดเผยว่า จากกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) เตรียมออกหมายจับผู้บริหารช่องบลูสกาย ชาแนล ในข้อหากบฏ ร่วมกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น ยังไม่เข้าข่ายหน้าที่ของกสทช.เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้สั่งปิดสถานี โดยยังเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิจารณาไต่สวนตามกระบวนการขณะที่ กสทช.มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาตรวจสอบเนื้อหารายการที่ออกอากาศว่ากระทำความผิดตาม ม.37 ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจกากระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ.2551หรือไม่ ส่วนขั้นตอนการพิจารณาต้องมีผู้ร้องเรียนเข้ามาก่อนจึงจะสามารถให้คณะอนุกรรมการเนื้อหาและผังรายการพิจารณา ซึ่งใช้กระบวนการค่อนข้างนานในการหาข้อเท็จจริง สำหรับโทษนั้นหากพบการกระทำผิดจะเริ่มจากการเตือน การปรับ การพักใช้ และสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาต “ที่ผ่านมากสทช.ใช้ระยะเวลาการตรวจสอบค่อนข้างนาน อย่างกรณีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนท์ ที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบพิจาณาจึงจะสามารถสั่งปรับได้ และย้ำว่าบทบาท กสทช.คือการตรวจสอบเนื้อหาในกรณีทีมีผู้ร้องเรียนว่าขัดต่อม.37หรือไม่” พ.อ.ดร.นที กล่าวอย่างไรก็ตาม ล่าสุดทางกสท.เตรียมพิจารณาวาระของศอ.รส.ที่ร้องเรียนช่องบลูสกาย และพิจารณาข้อร้องเรียนของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) กรณีช่อง 9และช่อง 11 ร้องเรียนว่ามีการนำเสนอข่าวสารทางการเมืองไม่เป็นกลางและไม่มีการนำเสนอแถลงการณ์ของกลุ่มกปปส.ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้