วันนี้ (28 พ.ย.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้เสียชีวิตจากการถูกไฟดูดขณะชาร์จโทรศัพท์มือถือ ที่ สภ.แกลง จ.ระยอง นั้น ล่าสุดสำนักงาน กสทช.ได้มีหนังสือถึง สภ.แกลง ขอให้ส่งเครื่องโทรศัพท์ที่มีปัญหามาให้ตรวจสอบตามพ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ว่ามีการนำเข้าหรือมีใบอนุญาตที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือได้รับการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. หรือไม่ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงาน กสทช. กรณีเครื่องโทรศัพท์มือถือมีปัญหาและการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาระหว่างปี 2555 – 2556 รวมกรณีนี้พบว่ามี 3 กรณี สำหรับ 2 กรณีแรกได้แก่ 1. กรณีโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 ระเบิด เมื่อวันที่ 12 มี.ค.56 ที่กรุงเทพฯ โดยสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบ และพบน๊อตแปลกปลอมอยู่ในถาดรองแบตเตอรี่ ทำให้แบตเตอรี่เกิดการกดทับและทำให้ช๊อตกันระหว่างเซลล์ของแบตเตอรี่2. กรณีโทรศัพท์มือถือโนเกียไม่สามารถระบุรุ่น ระเบิดเมื่อวันที่ 10 ก.ย.56 ที่ จ.ระยอง โดยสำนักงาน กสทช.ได้ประสานไปยังบริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อให้ทางบริษัทฯ ตรวจสอบว่าเป็นเครื่องของบริษัทฯ หรือไม่ และเป็นรุ่นใดอย่างไรก็ตาม กรณีปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นนับเป็นอุทาหรณ์ และสำนักงาน กสทช. เห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว เนื่องจากส่งผลถึงผู้ใช้บริการโทรคมนาคมโดยตรง และเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงาน กสทช.จึงขอเตือนผู้บริโภคให้เลือกใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ไม่ควรเห็นแก่ของที่มีราคาถูก ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากอุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐานสากล จะผ่านการตรวจสอบคุณภาพการผลิต และหากผู้ใช้ปฏิบัติตามข้อแนะนำการใช้ จะทำให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยสำหรับ การตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์มือถือว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่นั้น เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจะต้องมีเครื่องหมายแสดงการรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ที่ออกโดยสำนักงาน กสทช. ซึ่งจะระบุหมายเลขการรับรอง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง และรหัสประจำตัวของผู้ประกอบการ เช่น CLASS B NTC ID. AAAAAA-BB-XXXX โดยที่ AAAAAA หมายถึง หมายเลขรับรอง 6 หลัก BB หมายถึง เลขปี ค.ศ. ที่รับรอง ซึ่งจะเป็นเลขสองหลักสุดท้าย และ XXXX หมายถึง รหัสประจำตัวผู้ประกอบการ 4 หลัก ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องแสดงเครื่องหมายให้เห็นที่ตัวเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์ ในลักษณะที่อ่านออกได้ และต้องแสดงเครื่องหมายในวัสดุที่ใช้ร่วมกับเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์นั้น เช่น บรรจุภัณฑ์ คู่มือการใช้งาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามสำหรับอุปกรณ์ประกอบหรืออุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือ เช่น สายชาร์จ แบตเตอรี่ หูฟัง และอื่นๆ นั้น อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเครื่องโทรคมนาคมและอุปกรณ์จากสำนักงาน กสทช. “ตามพ.ร.บ. วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องได้รับอนุญาตให้มีการนำเข้าโดยถูกต้องจากสำนักงาน กสทช. และมาตรา 32 พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดให้เครื่องโทรศัพท์จะต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงาน กสทช. ก่อน หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากพบเห็น หรือสงสัยว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์ที่ซื้อมาได้รับมาตรฐาน สามารถส่งมาตรวจสอบได้ที่สำนักงาน กสทช.ทันที” นายฐากร กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช. รับตรวจสอบมือถือหากพบเข้าข่ายไม่ได้มาตรฐาน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (28 พ.ย.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเครือข่ายประชาชนต่อต้านระบอบทักษิณ ปักหลักชุมนุม ที่ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของกระทรวงไอซีทีและหน่วยงานในสังกัด จนทำให้กระทรวงไอซีที สั่งข้าราชการหยุดการทำงานเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมาทั้งนี้ กระทรวงไอซีที ได้มีแผนรองรับระยะยาวไว้ สำหรับกรณีที่ไม่สามารถให้บริการได้ โดยหน่วยงานในสังกัดได้มีการเตรียมสถานที่ทำงานชั่วคราวรองรับไว้อยู่แล้ว โดยแต่ละหน่วยงานได้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ (แบ็คอัพ) รองรับการทำงานอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าการทำงานในโครงการของกระทรวงไอซีทีจะยังคงดำเนินงานตามปกติ แต่จะเป็นอุปสรรคกับเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงานอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ที่ไม่สามารถทำงานที่ศูนย์ราชการได้ ยอมรับว่าเครื่องมือของศูนย์เตือนภัยฯ ที่บางนา การทำงานไม่สมบูรณ์แบบ 100% จึงอยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมช่วยพิจารณาถึงผลกระทบจุดนี้ด้วย เนื่องจากหน้าที่หลักของศูนย์เตือนภัยฯ คือการเตือนภัยพิบัติ ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน”หลักจากที่ม็อบมายึดพื้นที่ในศูนย์ราชการ การทำงานยังคงเป็นปกติ เพราะได้มีการประชุมกับคณะทำงานแบบเรียลไทม์ได้เป็นปกติ แม้ตนจะไม่ได้เข้าไปประจำที่กระทรวงก็ตาม แต่จะเป็นห่วงคือพนักงานและข้าราชการที่อยู่ที่ศูนย์ราชการที่อาจได้รับผลกระทบโดยเฉพาะการเดินทางเนื่องจากต้องเปลี่ยนสถานที่ทำงาน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ด้าน น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีปัญหาในเรื่องของอุปกรณ์และระบบการทำงาน ระบบวิทยุเตือนภัย โดยขณะนี้ ทางศูนย์เตือนภัยฯ อยู่ระหว่างเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดระบบการทำงานใหม่ เพื่อให้ประสิทธิภาพของการเตือนภัยสมบูรณ์แบบที่สุด แต่สถานที่ใหม่จะเป็นที่ไหน ไม่ขอระบุ เพราะไม่อยากให้ม็อบเข้ามายึดพื้นที่อีก ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเป็นผู้ดูแลและหน้าที่ที่ต้องดูแลทรัพย์สินและชีวิตของประชาชน จะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างเต็มที่และดีที่สุด
วันนี้ (28 พ.ย.) ที่ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า กสทช.ได้ดำเนินงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และเครือข่ายภาคประชาชนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายร้องเรียนการโฆษณาอาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีลักษณะการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ทั้งนี้ พบว่าช่วงระยะเวลา 3 เดือน (ธ.ค.55- ก.พ.56) มีการโฆษณาที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภคผ่านวิทยุชุมชน เคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม มีเนื้อหาการโฆษณาข้อความที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงในการให้ผลลัพธ์ทั้งสุขภาพร่างกาย ความสวยงามและลดความอ้วนถึง 102 ผลิตภัณฑ์ โดยแยกเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ 60 ผลิตภัณฑ์ ยา 32 ผลิตภัณฑ์และอาหาร 10 ผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกันพบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ น้ำผักผลไม้ น้ำสมุนไพรสกัดและเครืี่องดื่มลดน้ำหนักมีการโฆษณามากที่สุด น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวนี้ได้ส่งให้คณะกรรมการอาหารและยา(อย.)พิจารณาเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้อย.ชี้แจ้งว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ใดที่เกี่ยวข้องบ้าง เนื่องจาก กสทช.ไม่มีอำนาจในการตัดสินได้ว่าผลิตภัณฑ์แบบใดเข้าข่ายผิดกฎหมาย ในขณะเดียวกันจะได้นำข้อมูลจากเครือข่ายการเฝ้าระวังนี้นำเสนอต่อที่ประชุม กสท.เนื่องจากจำเป็นต้องใช้พิจารณาประกอบกับการร้องเรียนของผู้บริโภค ซึ่งอาจจะมีส่วนช่วยในการตัดสินในการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการอีก 2 ปี ของทีวีดาวเทียม”กสทช.มองว่าข้อมูลที่ได้จากการสำรวจของเครือข่ายเฝ้าระวังนี้ดีมาก แต่ด้าน กสทช.ไม่สามารถทำอะไรได้นอกเหนือจากการรอข้อมูลจาก อย.อีกครั้ง โดยขอให้ผู้บริโภคที่รับชมสื่อท้องถิ่นโดยเฉพาะวิทยุชุมชน ที่เป็นสถานีหลุมดำหรือสถานีเถื่อน อย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีสรรพคุณโอ้อวดเกินจริงว่าช่วยรักษาให้หายขาดได้ ” น.ส.สุภิญญากล่าว