วันนี้(25พ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ไม่ส่งผลต่อการประมูลทีวีดิจิทัลแน่นอน จะไม่เลื่อนการประมูลแน่นอน ส่วนการนำเสนอข่าวเรื่องการชุมนุมผ่านช่องทางเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ในขณะนี้กสท.ยังไม่พบว่ามีการนำเสนอเนื้อหาในเชิงยั่วยุ ปลุกปั่น เพื่อสร้างความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งหากตรวจสอบหรือการร้องเรียน อาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดม.37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มีโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับ พักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาตตามลำดับ ในขณะเดียวกันกสท.มีมติให้ชะลอ ออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การกำกับดูแลการแข่งขันและการครองสิทธิ์ข้ามสื่อในกิจการวิทยุโทรทัศน์ จำนวน 3 ร่างหลักเกณฑ์ ออกไปก่อนจนกว่าการประมูลทีวีดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นในช่วงประมาณกลางเดือนธ.ค.56 – ต้นม.ค.57 แล้วเสร็จ เนื่องจากพบว่าหากมีการนำร่างประกาศทั้ง 3 ร่างให้ผู้เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัลเข้ามาแสดงความคิดเห็นกลุ่มย่อย(โฟกัสกรุ๊ป) อาจจะมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการประมูลซึ่งอาจจะผิดกฎระเบียบ เนื่องจากเป็นช่วง Silence Period (ไซเลนท์ พีเรียด) คือ การห้ามให้ข้อมูลที่มีนัยยะสำคัญเกี่ยวกับการแข่งขันการประมูล จึงจำเป็นต้องระมัดระวัง “การออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการครอบงำ ครองสิทธิ์ข้ามสื่อ เป็นเรื่องมาตรการกำกับดูแลภายหลังผู้ประกอบการหลังได้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ซึ่งกำหนดในกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่เท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ประเภทเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม หมายรวมถึงหนังสือพิมพ์ด้วย ในเบื้องต้นกสท.กำหนดห้ามการผูกขาดไว้ที่ห้ามมีการประมูลเกิน 3 ช่อง และขอยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการเพิ่มคุณสมบัติแก่ผู้เข้าร่วมประมูลแต่เป็นการกำกับดูแลภายหลัง ” พ.อ.ดร.นที กล่าว ส่วนการสนับสนุนคูปองเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล หรือ กล่องเซต ทอป บ็อกซ์ มีมูลค่า 690 บาท สามารถเริ่มแจกคูปองได้ประมาณเดือน เม.ย.57 ตามพื้นที่ที่เปิดให้บริการ ปัจจุบันได้มีการจำหน่ายกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ แล้วจำนวน 5 แสนกล่อง และทีวีดิจิทัล 2 แสนเครื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ย้ำชุมนุมไม่ส่งผลกระทบประมูลทีวีดิจิทัล
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ข่าวจากแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) แจ้งว่า มียอดผู้ใช้งานเกิน 300 ล้านคนทั่วโลกแล้ว นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2554 มียอดผู้ใช้งานทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกินความคาดหมายมาโดยตลอด จากการให้บริการฟีเจอร์ที่น่าสนใจและหลากหลาย ตั้งแต่ฟีเจอร์การสนทนาเสียง การสนทนาด้วยภาพวีดีโอ และการส่งสติ๊กเกอร์ข้อความสุดฮิต สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ไลน์ให้ความสำคัญมาก โดยร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้งสถาบันการเงิน ร้านอาหาร บริษัทประกันภัย และสื่อบันเทิงต่างๆ เชื่อมโยงบริษัทกับลูกค้าให้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น เช่น จับมือกับธนาคารกสิกรไทย เปิดตัว หมีบราวน์กับกระต่ายโคนี่ในชุด “Brown & Cony in KBank’s world ในอริยาบทของหมีบราวน์และกระต่ายโคนี่เกี่ยวกับการใช้เงินในชีวิตประจำวัน สติ้กเกอร์ดังกล่าวมียอดดาวน์โหลด 3 ล้านครั้ง หลังจากเปิดให้บริการเพียง 1 วันเท่า รวมถึงโฆษณาโทรทัศน์ชุดแรกในประเทศไทย ที่สร้างจากเรื่องจริงของผู้ใช้งานคนไทย สติ๊กเกอร์เวอร์ชั่นพิเศษกระต่ายโคนี่ หมีบราวน์ และหนุ่มสำอางเจ้าเสน่ห์เจมส์ ที่สื่อถึงชีวิตอันสุขสันต์ในประเทศไทยและแคมเปญ LINE Next เพื่อเฟ้นหาคนไทยรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ร่วมงานกับไลน์ ในประเทศไทย นอกจากนี้ ประเทศที่มีชาวละตินอเมริกัน เช่น ประเทศสเปนและเม็กซิโก ยังมีจำนวนผู้ใช้งาน เพิ่มขึ้น ไลน์ให้ความสำคัญกับการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในประเทศอินเดีย ตุรกี ฝรั่งเศส เยอรมัน และอิตาลีมากขึ้น ผ่านโปรโมชั่นและแคมเปญเพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้งานของประเทศนั้น ๆ มร. อากิระ โมริกาวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไลน์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของตลาดสมารท์โฟน ส่งผลให้ไลน์ ให้ความสำคัญกับการเพิ่มความน่าสนใจบนแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การสื่อสารผ่านสติ๊กเกอร์ข้อความ การสนทนาเสียง การสนทนาผ่านวีดีโอ และเกม เพื่อเป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสารที่ให้บริการส่งข้อความแบบเดิมๆ โดยในปี 2557 นี้เตั้งใจเพิ่มยอดผู้ใช้งานทั่วโลกเป็น 500 ล้านคน เพื่อเป็นผู้นำการให้บริการการสื่อสารอันดับต้นๆ ของโลก
วันนี้ (25 พ.ย.) ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม (ไลเซนส์) แก่ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการไทยคม 7 และ 8 ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกระบวนการแล้ว และไม่ใช่สิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใด ซึ่งกทค. มีหน้าที่ในการให้ไลเซนส์เพื่อประกอบกิจการโทรคมนาคมอยู่แล้ว และไทยคมได้รับการอนุมัติจากกระทรวงไอซีทีในการยิงดาวเทียมดวงใหม่เพื่อรักษาวงโคจรของประเทศ ส่วนการให้บริการภายใต้ใบอนุญาต เป็นเรื่องที่ไทยคม ต้องไปขอจาก กทค. และไลเซนส์ที่ได้รับนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ จึงไม่จำเป็นต้องเปิดประมูลแต่อย่างไร สำหรับดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 เป็นดาวเทียมดวงใหม่ของไทยคม ซึ่งจะถูกยิงขึ้นไปประจำตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก และ 78.5 องศาตะวันออก หลังจากที่ไทยคมรับหน้าที่ให้หาดาวเทียมจากประเทศอื่นมาไว้ในวงโคจรดังกล่าวเพื่อไม่ให้วงโคจรถูกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ยึดคืนหากไม่มีการใช้งาน ซึ่งขณะนี้ กระทรวงไอซีทีเปิดให้เอกชนรายอื่นที่สนใจยิงดาวเทียมมาสัมปทานวงโคจรจากไอซีทีได้ ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นไทยคมเพียงรายเดียว แต่ที่ผ่านมายังไม่มีรายอื่นมาแสดงความจำนงเลย “กระทรวงไอซีทีเป็นผู้อนุมัติให้ยิงดาวเทียมไทยคมเพื่อรักษาสิทธิในวงโคจร แต่ กทค.มีหน้าที่ออกใบอนุญาต ซึ่งการที่ กทค.ออกใบอนุญาตให้โดยไม่ต้องเปิดประมูลก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องเพราะคนละส่วนกับเรื่องคลื่นความถี่” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว ทั้งนี้ วงโคจรดาวเทียม ประเทศไทยได้รับการจัดสรรจากไอทียูใน 4 ตำแหน่ง คือวงโคจรที่ 50.5, 78.5, 119.5 และ 120 องศาตะวันออก ยังไม่นับรวมพิกัด 126 และ 142 องศาตะวันออก ที่ไทยกำลังยื่นขออีกรอบ หลังจากเคยได้รับสิทธิ์และหลุดมือไปก่อนหน้านี้ และหากไม่มีดาวเทียมประจำวงโคจร หรือไม่ถูกใช้งาน ทางไอทียูจะยึดคืนเพื่อไปจัดสรรให้กับประเทศอื่น