วันนี้( 29 ก.ย.) ที่โรงแรมเอทัส ลุมพินี นายสมโภชน์ กาญจนาภรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดเผยในงานการแข่งขันประกวดผลงานการพัฒนาMobile Applicationภาครัฐ หรือMEGA2014ว่า จากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักบนพื้นฐานของดิจิทัล อีโคโนมีหรือหลักเศรษฐกิจดิจิทัลโดยต้องการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ทางไอซีที ได้มอบนโยบายเร่งด่วนในการบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆเพื่อนำระบบเศรษฐกิจดิจิทัลมาใช้ โดยไอซีทีจะทำหน้าที่เสมือนเลขานุการในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยหนึ่งตัวอย่างที่ต้องเร่งดำเนินการคือสร้างระบบบริการภาครัฐที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายเช่น การสร้างแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือนายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานกรรมการบริหารสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือEGAเปิดเผยว่า ในมิติของการบริหารงานภาครัฐมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่ดิจิทัล อีโคโนมีซึ่งEGAได้วางโครงสร้างพื้นฐานของระบบไอทีภาครัฐไว้กว้างขวาง ซึ่งมุ่งสร้างนวัตกรรมซอฟต์แวร์เพื่อภาครัฐเป็นหลักจากนั้นจึงต่อยอดเป็นบริการซอฟต์แวร์ออนไลน์เพื่อภาครัฐให้ภาครัฐเลือกใช้งานผ่านระบบคลาวด์ภาครัฐและเริ่มส่งเสริมงานโมบายแอพพลิเคชั่น ด้วยการเปิดตัวGACหรือGovernment Application Centerที่รวบรวมแอปพลิเคชั่นภาครัฐไว้ด้วยกันดังนั้น การจัดแข่งขันโครงการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้ความร่วมมือของพันธมิตรจากโครงการSIGOดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ EGAกล่าวว่า 10 อันดับแอพพลิเคชั่นที่ประชาชนต้องการคือ 1.แอพพลิเคชั่นตรวจสอบเส้นทางการเดินรถสาธารณะ(รถเมล์,bts,mrt,รถไฟ) 2.แอพพลิเคชั่นรวมบริการข้อมูลข่าวสารต่างๆของภาครัฐหรือGCC1111 3.แอพพลิเคชั่นชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านมือถือ 4.แอพพลิเคชั่นรายงานสภาพการจราจรแบบrealtime 5. แอพพลิเคชั่นชำระภาษีรถยนต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ 6.แอพพลิเคชั่นตรวจสอบรถหาย 7.แอพพลิเคชั่นตรวจสอบพื้นที่ตำรวจนครบาล พร้อมข้อมูลเปรียบเทียบปรับ กรณี ใบสั่งของตำรวจรวมถึงสถานีตำรวจ แผนที่ของ สน. 8.แอพพลิเคชั่นตรวจสอบข้อมูลทางการเกษตร 9.แอพพลิเคชั่นโหลดสำเนาทะเบียนบ้านผ่านมือถือ และ 10.แอพพลิเคชั่นตรวจสอบสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน“ประชาชนต้องการแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริงใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน รวมถึงเป็นข้อมูลภาครัฐที่สามารถแบ่งปันกับประชาชนได้ทันทีและทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้น แต่ปัญหาคือพบว่าความหลากหลายในแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการยังมีไม่มากนัก EGAจึงร่วมมือกับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน) หรือSIPA,เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยหรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค,ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติหรือ เนคเทค แบ่งการประกวดเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทนักพัฒนาอิสระ นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป และประเภทผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ไทย เกณฑ์การตัดสินประกอบด้วย 1.แนวความคิด 2.ประโยชน์การนำไปใช้งาน3.การออกแบบระบบ และ 4.ความเป็นไปได้ในการพัฒนาเป็นระบบบริการสำหรับระยะเวลาการจัดประกวดเดือน ต.ค.57 –มี.ค.58 มีรางวัลรวมมูลค่ากว่า600,000บาทนอกจากนี้ ยังได้เข้ารับการพัฒนาทักษะด้านMobileApplicationจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญและมีโอกาสการต่อยอดทางธุรกิจกับหน่วยงานภาครัฐอีกด้วยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและกรอกใบสมัครออนไลน์ได้ที่mega2014.apps.go.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กระทรวงไอซีที-อีจีเอ ขานรับนโยบาย “ดิจิทัล อีโคโนมี”
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ ( 29 ก.ย. ) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์และน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ร่วมกันเปิดเผยผลที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ว่า ที่ประชุมมีมติ 3 ต่อ 2 ให้สำนักงาน กสทช. ส่งหนังสือแจ้งไปยังบริษัทบีอีซี- มัลติมีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิตอล ว่าหากจะนำเอาคอนเทนต์ของช่อง 3 อนาล็อก ในนาม บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด มาออกคู่ขนานในช่อง 33 เอชดี นั้นต้องมีอำนาจควบคุมและสามารถรับผิดรับชอบได้หากกรณีรายการที่นำมาออกอากาศเกิดปัญหาทั้งนี้ให้ บริษัทบีอีซี – มัลติมีเดีย จำกัด ดำเนินการยื่นผังรายการที่จะออกอากาศต่อ กสท.เพื่อพิจารณาตามกฎหมายและเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต ซึ่งหลังได้รับหนังสือยืนยันจากบีอีซีฯ จะพิจารณาอนุญาตให้การออกอากาศคู่ขนานครั้งนี้ถูกต้อง และไม่ถือว่าบีอีซีฯ ดำเนินการขัดมาตรา 9 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 หรือถือว่าบีอีซีฯ ประกอบกิจการด้วยตัวเองพ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์รองประธานกสทช.และประธานกสท. กล่าวภายหลังแถลงมติกสท. ว่า ส่วนตัวเคารพเสียงส่วนมาก และมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับชมผ่านทุกช่องทาง แต่ทั้งนี้ต้องยึดตามกฎหมาย พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ม. 43 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ที่ต้องมีการประกอบกิจการด้วยตนเองอย่างไรก็ตามส่วนตัวยังยืนยันแนวทางแก้ปัญหาประเด็นคนละนิติบุคคล ที่สามารถออกบทเฉพาะกาลในประกาศเรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการ พ.ศ. 2556 ขยายสัดส่วนการแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการเป็น 100% จากเดิมที่กำหนดไว้ขั้นต่ำ 10% แต่ไม่เกิน 40% เพื่อให้ช่อง 3 อนาล็อกสามารถไปเช่าเวลาออกอากาศช่อง 33 เอชดีได้ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการส่งหนังสือไปยังบริษัท บีอีซีฯ วันที่ 1 ต.ค. นี้ และขอให้ช่อง 3 ทำตามติดังกล่าว ซึ่งหากช่อง 3 ไม่พอใจก็สามารถยื่นอุทธรณ์มายัง กสทช.ได้หรือยื่นฟ้องศาลปกครองต่อไป.
วันนี้ (29 กันยายน) ที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก. ) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเปิดตัวศูนย์บริการข้อมูลน้ำเคลื่อนที่ในภาวะฉุกเฉินซึ่งเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชีย โดยมี ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ เป็นประธานในการเปิดงานดร.พิเชฐ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการประมวลสถานการณ์และให้บริการข้อมูลน้ำ อาศัยระบบสื่อสาร เช่นโทรศัพท์มือถือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อรับ-ส่งข้อมูลแต่ทุกครั้งที่เกิดภาวะฉุกเฉิน การสื่อสารจะถูกตัดขาดจากส่วนกลางทำให้การแก้ไขปัญหาในภาวะฉุกเฉินดำเนินการไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเพื่อบริหารความเสี่ยงดังกล่าว สสนก. ได้พัฒนาศูนย์บริการข้อมูลน้ำเคลื่อนที่ในภาวะฉุกเฉินขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของ “คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศแห่งชาติ” ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่บัญชาการและประมวลผลได้ทุกสถานการณ์สนับสนุนข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้บริการข้อมูลน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาวะฉุกเฉินหากอยู่ในภาวะปกติ จะใช้เป็นระบบสำเนาข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลน้ำระดับชาติสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบด้านดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการ สสนก. เปิดเผยว่า ศูนย์บริการข้อมูลน้ำฯ ได้มีการนำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงและตู้ระบบไฟสำรองที่ทันสมัย เทียบเท่าระบบของสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถปฏิบัติการด้วยระบบสื่อสารข้อมูลผ่านดาวเทียมรองรับการปฏิบัติงานในทุกสถานการณ์ มีระบบกล้องวงจรปิดรอบตู้ มีระบบควบคุมการเข้า-ออก และระบบดับเพลิงอัตโนมัติทั้ง นี้ศูนย์ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในกรณีที่มีเหตุการณ์อุทกภัยในระดับ 3 (เกือบรุนแรง) ขึ้นไป โดยใช้ในการเก็บข้อมูลในพื้นที่จากชุดสำรวจเคลื่อนที่เร็วทางบก ทางน้ำ และทางอากาศเพื่อส่งเข้าประมวลผลที่ระบบส่วนกลางได้เร็วขึ้นจากเดิม 2-3 วันเหลือเพียง20 ชั่วโมง ศูนย์ฯ นี้ จะอยู่ที่อาคารกลุ่มนวัตกรรม 2 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานีสำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ดร.รอยล เปิดเผยว่า ปริมาณฝนทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปีมีปริมาณน้อยกว่าค่าเฉลี่ยแม้ในเดือนกรกฏาคม-กันยายนจะเพิ่มสูงขึ้นแต่แนวโน้มสถานการณ์น้ำทั่วประเทศในภาพรวมยังน่าเป็นห่วงว่าอาจไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตรในฤดูแล้งปีหน้าเนื่องจากน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ยังมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์จึงขอให้ภาคการเกษตรบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอทั้งการเกษตรและทำกินน้ำใช้โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางควรพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรทั้งคลอง แม่น้ำ และเรือกสวนไร่นารวมถึงจะใช้การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยเช่นปลูกผักแทนข้าวซึ่งใช้น้ำน้อยกว่า เพื่อไม่ให้กระทบจากการขาดแคลนน้ำ“ขณะที่สถานการณ์ฝนตลอดสัปดาห์นี้ฝนจะยังตกชุกบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเป็นส่วนใหญ่โดยฝนจะยังตกกระจายในพื้นที่ต่างๆไปจนถึงกลางเดือนตุลาคมนี้และปลายสัปดาห์นี้จะมีพายุก่อตัวฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกพร้อมกับฝั่งทะเลอันดามันซึ่งจะทำให้ฝนตกเพิ่มขึ้นและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้”ดร.รอยล กล่าว