วันนี้(12 พ.ย.) ที่โรงแรมสุโกศล นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รุกตลาดโน๊ตบุ๊คในส่วนของลูกค้าองค์กร ด้วยการออกโน๊ตบุ๊ค 2 รุ่นใหม่ คือ โปรเตเจ้ แซด30 และเทกร้า แซด40 โดยที่ผ่านมาบริษัทได้รับความไว้วางใจจากหลายองค์กร อาทิ ศาลอาญา ที่ใช้โน๊ตบุ๊คโตชิบา กว่า 4,000 เครื่อง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต จำนวนกว่า 20,000 เครื่อง ซึ่งการหันมารุกตลาดองค์กรเนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตอยู่ ขณะที่ตลาดลูกค้าทั่วไปถือว่าทรงตัว“ตลาดโน๊ตบุ๊คในส่วนของลูกค้าคอนซูเมอร์หรือลูกค้าทั่วไปได้รับผลกระทบจากแท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน ซึ่งคาดว่าจะซึมยาวปีถึงปีครึ่ง จนกว่าจะมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาช่วยกระตุ้นตลาด บริษัทจึงต้องชะลอการทำตลาดในส่วนนี้ ส่วนตลาดองค์กรยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเมษายนปีหน้า ที่ไมโครซอฟท์จะมีการยกเลิกการสนับสนุน วินโดวส์เอ็กซ์พี ที่มีการใช้อยู่จำนวนมาก เชื่อว่าจะทำให้หลายๆองค์กรมีการปรับเปลี่ยนทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ตแวร์ที่ใช้อยู่ โดยคาดว่าหวังว่าในปีหน้าสัดส่วนยอดขายตลาดองค์กรจะเพิ่มเป็น 30% จากในปีนี้ที่มีสัดส่วน 20 %”นายถกล กล่าวต่อว่า สำหรับ โน๊ตบุ๊ค โปรเตเจ้ แซด30 และเทกร้า แซด40 มีเทคโนโลยีความปลอดภัยอีซี่การ์ดของโตชิบา ช่วยปกป้องข้อมูลจากการตกกระแทกและอุบัติเหตุ รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จากด้านบน และตกจากโต๊ะที่สูงถึง 76 เซนติเมตร และทนต่อน้ำที่หกบนแป้นพิมพ์ได้ 30 ลูกบาศก์ลิตร โดยโน๊ตบุ๊ค โปรเตเจ้ แซด30 ขนาดหน้าจอ 13.3 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลอินเทลเจน 4 ส่วนเทกร้า แซด40 หน้าจอ14 นิ้ว ใช้หน่วยประมวลผลอินเทล คอล ไอ 5 แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 9 ชั่วโมง นอกจากนี้บริษัทยังได้เปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ 3 รุ่น เพื่อรุกตลาดองค์กรธุรกิจด้วยเช่นกัน โดยมีทั้งแท็บเล็ตใช้ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ และวินโดวส์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “โตชิบา”ปรับแผนหันลุยตลาดโน๊ตบุ๊คองค์กร
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (12 พ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธาน กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ในการใช้งบประมาณของ กสทช. หลังจากโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม หรือ NBTC Police Watch นั้น ในการใช้งบประมาณของบอร์ด กทค.จะต้องได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน กสทช.ก่อน โดยจะต้องมีโครงการเสนอเข้าบอร์ด และผ่านการอนุมัติทุกครั้งนอกจากนี้ ยังต้องทำตามแผนแม่บทฯ ซึ่งการใช้เงินจะนำไปใช้อย่างอื่นไม่ได้อยู่แล้ว แม้ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ แต่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบ โดยในการใช้งบประมาณมีทั้งค่าประชาสัมพันธ์ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานแผ่นดิน ไม่ใช่อยากจะใช้ก็ใช้ แม้แต่การเดินทางไปต่างประเทศ ต้องมีผลงานและมีการตีพิมพ์ และได้รับเชิญจากหน่วยงานจริงหรือไม่ เพราะจะมีการตรวจสอบจากสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ที่จะเรียกทางสำนักงาน กสทช. ไปตรวจสอบ และสุดท้ายถ้าพบว่าทำงานผิดประเภท ก็จะต้องมีบทลงโทษแน่นอน“ในการเปิดเผยตัวเลขการใช้งบของกสทช.จำนวนมากนั้น อาจจะเป็นเพราะ กสทช. เป็นองค์กรอิสระที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะถูกหยิบยกประเด็นเรื่องขึ้นมาทำให้เกิดปัญหา แต่กทค. ยืนยันว่าการใช้งบประมาณต้องมีเหตุผล และต้องมีผลงาน ตรวจสอบได้ทุกเรื่อง” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว
วันนี้ (12 พ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหาร กทค.ว่า บอร์ด มีมติให้ปรับปรุงประกาศ มาตรฐานและคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียง โดยจะตรวจสอบคุณภาพการให้บริการเข้มงวดมากขึ้น และห้ามมิให้สายหลุดในช่วงที่มีการใช้งานสูง หรือช่วงพีค หรือช่วงเวลาระหว่าง 16.00-21.00 น. เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ว่า โทรศัพท์เกิดปัญหาสายหลุดบ่อยในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งความพึงพอใจของผู้ใช้บริการนั้นสวนทางกับผลการตรวจสอบคุณภาพมือถือที่คณะทำงานตรวจสอบได้ดำเนินการมา ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากช่วงเวลาที่ทดสอบระบบมาตรฐานดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่มีการใช้งานน้อยที่ไม่ใช่ช่วงพีค จึงทำให้ผลการตรวจสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด สำหรับ การปรับปรุงประกาศครั้งนี้ จะเพิ่มมาตรฐานชี้วัดความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ (Mean Opinion Score) ควบคู่ไปกับการตรวจสอบทางเทคนิค ซึ่งหากผลการชี้วัดออกมาต่ำกว่าเกณฑ์ จะมีมาตรการลงโทษผู้ให้บริการตั้งแต่ การตักเตือนเพื่อให้ปรับปรุงไปจนถึงยึดใบอนุญาตให้บริการ คาดว่า การปรับปรุงประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับได้ในอีก 8 เดือน “การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานดาต้า กทค.จะเตรียมเพิ่มมาตรฐานการตรวจสอบบริการดาต้าเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานปัจจุบันที่ดาต้าเติบโตสูงขึ้น 300-400% เพื่อควบคุมคุณภาพการให้บริการให้ดีมากขึ้นด้วย” พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว