วันนี้ (8 พ.ย.) ที่ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ นายไตรรัตน์ ฉัตรแก้ว ผู้อำนวยการ ซิป้า กล่าวว่า ซิป้า ได้ร่วมมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เพื่อแถลงผลการสำรวจมูลค่าตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของประเทศไทยประจำปี 2555/2556 และประมาณการปี 2557 (ICT Market 2012/2013&Outlook 2014) โดยปีนี้คณะสำรวจได้มีการปรับปรุงวิธีการศึกษาหลังจากได้มีการศึกษาไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในการปรับปรุงวิธีการศึกษา ขอบเขตการศึกษา และกรอบนิยามในตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ รวมทั้งซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ให้มีความชัดเจนและถูกต้องมากขึ้นนั้น ก็เพื่อให้ได้ผลของการสำรวจที่น่าเชื่อถือซึ่งภาคเอกชนและภาครัฐได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตลอดจน ได้มีการสำรวจบุคลากรด้านซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ภายในองค์กรปีนี้เป็นปีแรกด้วยนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า ผลสำรวจภาพรวมตลาดซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ของไทย ปี 2555 มีมูลค่าการผลิตเฉพาะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ที่ 31,979 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2554 ที่ 24% ส่วนประมาณการเบื้องต้น ปี 2556 อยู่ที่ 39,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่ 22.2% ในขณะที่ ปี 2557 จะมีมูลค่าประมาณ 44,026 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% ขณะที่ซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ปี 2555 มีมูลค่าการผลิตอยู่ที่ 4,2187 ล้านบาท ปี 2556 จะมีมูลค่าการผลิตที่ 4,886.7 ล้านบาท และปี 2557 อยู่ที่ 5,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นตามลำดับ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ซิป้า”เผยผลสำรวจตลาดซอฟต์แวร์ไทยปีนี้มูลค่าเฉียด 4หมื่นล้าน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















สนช.จับมือสภาอุตสาหกรรม เปิดโครงการคูปองนวัตกรรมระยะ 2 ทุ่มงบ 5,000 ล้าน ตั้งเป้ายกระดับนวัตกรรมเอสเอ็มอีไทยกว่า 200 รายรองรับเออีซีใน 3 ปี ดร.พรชัย รุจิประภา ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดทำโครงการคูปองนวัตกรรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอีไปสู่ประชาคมอาเซียนระยะที่ 2 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโครงการนวัตกรรมที่มีความพร้อมสมบูรณ์ทั้งในแง่เทคโนโลยีและการตลาด และยังส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอนาคต ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของโครงการคูปองนวัตกรรมในระยะที่ 1 ตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2554-มกราคม 2556 พบว่าประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งการขยายการดำเนินงานด้านการพัฒนาและสนับสนุนโครงการนวัตกรรมของผู้ประกอบการทั่วประเทศ โดย สนช. ได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในโครงการคูปองนวัตกรรมจำนวนทั้งสิ้น 277 โครงการ ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ประมาณ 10,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี ด้าน นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการระยะที่ 2 นี้ จะขยายขอบเขตให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านเงินทุน รูปแบบการดำเนินงาน กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ มีระยะเวลาดำเนินงานครอบคลุม 3 ปี งบประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายในการสามารถสร้างธุรกิจนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ โดยบูรณาการภาครัฐและเอกชนตามศักยภาพพื้นที่ จำนวน 2,670 โครงการ สร้างมูลค่าเพิ่มจากภูมิปัญญาไทยสู่ระบบเศรษฐกิจและขยายฐานผู้เสียภาษีเงินได้ เป็นมูลค่า 150,000 ล้านบาท และสามารถพัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอีไทยสู่เออีซี จำนวน 200 ราย รวมถึงการสร้างให้เกิดผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของระบบนวัตกรรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในภาคอุตสาหกรรม จำนวนไม่ต่ำกว่า 2,670 ผลิตภัณฑ์ภายใน 3 ปี.
“มอล” จับมือพันธมิตร ทุ่มงบมากกว่า 20 ล้านบาท จัดงานเกมต้นปีหน้า คาดมีผู้เข้าชมงานสูงถึง 2 แสนราย มี 30 ค่ายเกมร่วมออกบูธ พร้อมจัดพื้นที่เปิดโอกาสให้นักพัฒนาไทยเจรจาธุรกิจกับต่างชาติ นายปรีชา ไพรภัทรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอล แอ็คเซสพอร์ทัล จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมจัดงาน มอล เลท เพลย์ (MOL Let Play) ซึ่งเป็นงานเกมที่ยิ่งใหญ่แห่งปี ขึ้นในระหว่างวันที่ 10-12 ม.ค. 57 ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา โดยขณะนี้มีค่ายเกมจากทั้งในและต่างประเทศอาทิ จากจีน และยุโรปกว่า 30 บริษัทตอบรับเข้าร่วมงานแล้ว โดยมีทั้งเกมออนไลน์ เกมบนเว็บไซต์ เกมบนมือถือ และเกมโซเชียล รวมถึงบริษัทอุปกรณ์เกมชั้นนำที่จะจัดสินค้ามาจัดโปรโมชั่นในงาน “การที่บริษัทมาเป็นตัวกลางในการจัดงานโดยร่วมมือกับพันธมิตร เนื่องจากที่ผ่านมามีการจัดงานเกมหลายงานแยกกันจัด ทำให้ค่ายเกมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปร่วมในงานไหน จึงเห็นว่าหากมีตัวกลางรวบรวมพันธมิตรค่ายเกมต่าง ๆ รวมกันได้ก็จะ ถือเป็นงานเกมที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยมีมา โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกมของไทยใหญ่และมีศักยภาพมาก โดยได้ใช้งบประมาณมากกว่า 20 ล้านบาท และคาดหวังจะมีผู้เข้ามาร่วมชมงานมากกว่า 2 แสนคน” นายปรีชา กล่าวต่อว่า สำหรับไฮไลต์ของการจัดงาน คือการออกบูธของค่ายเกมต่าง ๆ กว่า 30 บริษัท ซึ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยมีมา การจัดแข่งขัน อี-สปอร์ต โดยได้รับการสนับสนุนจากคอมเกมเมอร์นิวส์ ออกแบบเป็นสนามแข่งและมีจอขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมประกวดคอสเพลย์ และ ชอปปิงโซนที่นำสินค้าไอทีและเกมมาจำหน่าย ซึ่งคาดว่าจะมีเงินสะพัดเป็นตัวเลข 8 หลัก และที่สำคัญ ก็คือการจัดพื้นที่ให้นักพัฒนาเกมคนไทยนำเสนอผลงานแก่บริษัทจากต่างประเทศในรูปแบบการจับคู่ธุรกิจ เพื่อให้นักพัฒนาและเกมของคนไทยมีโอกาสออกสู่ตลาดต่างประเทศ.