วันนี้ (4 พย.56) ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ ฯ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นโครงการระบบสำรวจโลกด้วยดาวเทียมของประเทศขึ้น โดยมี ดร.วีรพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ เป็นประธานเปิดงานดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ จิสด้า เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้มีการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อติดตามและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติมากว่า 30 ปี ซึ่งการใช้งานดังกล่าว สามารถลดเวลา และค่าใช้จ่ายของประเทศอีกทั้งยังได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ อย่างไรก็ตามด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้งานมีความต้องการข้อมูลที่หลากหลาย ทันต่อเหตุการณ์ และง่ายต่อการเข้าถึง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาระบบสำรวจโลกด้วยดาวเทียมระยะที่ 2 ขึ้นดร.อานนท์ กล่าวอีกว่า จากการศึกษาและรวบรวมความคิดเห็นของบริษัทที่ปรึกษา เอดับเบิ้ลยูอาร์ ลอยด์ นั้นตนเองเห็นว่าสิ่งที่สำคัญของโครงการดาวเทียมระยะที่ 2 คือ การเน้นตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุดโดยครอบคลุมภารกิจสำคัญของประเทศไทยทั้ง 5 ด้านคือ ด้านการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ ด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการวางแผนพัฒนาและจัดการพื้นที่เมืองและระบบโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงและการทหาร รวมถึงการใช้งานด้านสุขภาพอนามัยต่าง ๆ เช่น การเตือนหมอกควันต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทที่ปรึกษาจะเสนอว่าโครงการดาวเทียมระยะที่ 2 ไทยควรจะมีดาวเทียมเป็นของตนเอง เพื่อลดความเสี่ยงด้านข้อมูล และสามารถใช้ต่อรองกับประเทศอื่น ๆได้มากกว่าที่จะเป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวนั้น ดร.อานนท์ กล่าวว่า การต่อรองกับประเทศต่าง ๆนั้นไม่จำเป็นที่ไทยจะต้องมีดาวเทียมเป็นของตนเองก็ได้ สิ่งที่สำคัญคือการนำมาใช้งานมากกว่า เพราะปัจจุบันไทยไม่สามารถที่จะพึ่งพาดาวเทียมเพียงดวงใดดวงหนึ่งได้ แต่ต้องเข้าถึงและเชื่อมโยงดาวเทียมที่มีคุณสมบัติหลากหลายกว่า 20 ดวงสำหรับโครงการดังกล่าว หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้วจะมีการนำข้อเสนอต่าง ๆให้สภาพัฒน์ ฯ เป็นผู้พิจารณาศึกษาถึงความเหมาะสมและความเป็นไปได้ต่อไป คาดว่าจะเริ่มมีความชัดเจนว่าจะเป็นไปในรูปแบบใดได้ในต้นปีหน้า.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จิสด้าเปิดฟังความคิดเห็นดาวเทียมระยะ2
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (4 พ.ย.) ที่ โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการและคอนเว็นชั่นเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นายสมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด การจัดอบรมการผลิตสื่อและการใช้งานระบบห้องเรียนชุมชนออนไลน์สำหรับอาเซียน (Community e-Classroom) ว่า กระทรวงไอซีที ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายใต้กรอบความร่วมมืออาเซียน อยู่ภายใต้เสาหลักประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน มองเห็นความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยมุ่งเน้นให้ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถนำไอซีทีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การจัดอบรมดังกล่าวได้มีศูนย์การเรียนรู้ ไอซีที ชุมชนเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างสังคมเมืองและชนบท รวมทั้ง เป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นทุนทรัพย์หลักของประเทศ ตามนโยบายและวิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ที่ว่า ประเทศไทยเป็นสังคมอุดมปัญญา (สมาร์ท ไทยแลนด์) และประเทศไทยต้องมีการเตรียมความพร้อมสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 นอกจากนี้ กระทรวงไอซีทียังให้ความสำคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพราะกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นแหล่งรวบรวมเนื้อหาบทเรียน ความรู้ ในรูปแบบของห้องเรียนออนไลน์ และพัฒนาศูนย์รวมในการเรียนการสอนให้สมบูรณ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถขยายวงกว้างเพื่อขยายโอกาสไปยังเครือข่ายกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการผลิตหลักสูตรและการใช้ประโยชน์จากห้องเรียนชุมชนออนไลน์ สำหรับจัดกิจกรรมการสอนของครู นักเรียน ผู้นำชุมชน คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนต่างๆ กลุ่มคนเหล่านั้น ได้มีโอกาสในการเรียนรู้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมต่อไปทั้งนี้ การจัดอบรมภายใต้โครงการจัดตั้งห้องเรียนชุมชนออนไลน์สำหรับอาเซียนขึ้น จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 8 พ.ย.56 ที่ โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเว็นชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเนื้อหาสาระในภูมิภาคอาเซียน และสนับสนุนการเป็นประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน ผลักดันให้เกิดความร่วมมือและการพัฒนาด้านไอซีทีใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งผลักดันการดำเนินการตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน 2015 (ASEAN ICT Master Plan 2015) ภายใต้ยุทธศาสตร์การสร้างนวัตกรรม
“เดลล์” ชี้ตลาดโน้ตบุ๊กปีนี้ยอดขายถดถอยทุกไตรมาส แต่เดลล์โตสวนกระแส ล่าสุดเปิด 4 สินค้าใหม่ใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง มั่นใจช่วยเพิ่มยอดขายสู้ตลาดซบเซา นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศ ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดโน้ตบุ๊กของไทยในปีนี้มียอดขายลดลงทุกไตรมาส แต่ในส่วนของเดลล์ไม่ได้รับผลกระทบ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้นเป็น 7% จากช่วงต้นปีอยู่ที่ 3-4% เท่านั้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาได้มีการออกโน้ตบุ๊กในระดับราคาต่ำกว่า 20,000 บาทลงมา ซึ่งจับกลุ่มตลาดกลางและล่าง ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ขายดีของโน้ตบุ๊กในไทย ส่งผลให้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ครบทุกกลุ่มให้ลูกค้าเลือก จึงช่วยทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นสวนทางกับตลาด ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อทำตลาดในช่วงปลายปีนี้ในกลุ่มคอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำนวน 4 รุ่นโดยได้ใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ดึงสองศิลปิน คือ ตู่ ภพธร และ รูม39 มาร่วมร้องเพลงแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมั่นว่าจะสามารถสร้างยอดขายในไทยได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 รุ่น เป็นซีรีส์ อินสไปรอน(Inspiron) ประกอบไปด้วย โน้ตบุ๊ก อินสไปรอน 14 และ 15 7000 ซีรีส์ ออกแบบให้บางเพียง 15.3 มิลลิเมตร ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และหน่วยประมวลผลตระกูล อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 เหมาะกับการใช้ดูหนังฟังเพลง หรือทำงาน ราคาเริ่มต้น 35,990 บาท รุ่นที่สอง คือ โน้ตบุ๊ก อินสไปรอน 14 อาร์ และ 15 อาร์ ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8 และหน่วยประมวลผลตระกูล อินเทล คอร์ เจนเนอเรชั่น 4 พร้อมการ์ดจอที่สามารถทำงาน กราฟิก เล่นเกม 3ดี หรือดูภาพยนตร์ได้คมชัด ราคาเริ่มต้น 16,590 บาท ส่วนรุ่นที่สาม คือ อินสไปรอน 11 3000 ซีรีส์ จอขนาด 11.6 นิ้ว เป็นมัลติทัช สกรีน น้ำหนัก 1.3 กิโลกรัม พกพาสะดวก พร้อมพอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ราคาเริ่มต้นที่ 15,990 บาท และสุดท้าย คืออินสไปรอน 23 ออล อิน วัน เป็นเดสก์ท็อป ที่บางเบาที่สุด ขนาด 23 นิ้ว เหมาะกับการใช้ในสำนักงาน หรือตั้งในห้องนั่งเล่น เพื่อทำงานและดูหนังฟังเพลง.