พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ประธานกรรมการ (บอร์ด) บริหาร บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวภายหลังได้รับแต่งตั้งเป็นประธานบอร์ดคนล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ต.ค.56 ที่ผ่านมา ว่า ภารกิจหลังรับตำแหน่ง จะต้องแก้ปัญหาใหญ่ภายในทีโอทีคือเรื่องรายได้ที่มีอัตราลดลง แต่รายจ่ายกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวจะต้องเร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อหยุดการหดตัวของรายได้ แต่หากยังคงลดอยู่คงต้องกลับมาดูเรื่องการลดค่าใช้จ่ายแทนทั้งนี้ดูได้จากรายงานผลประกอบการราย 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) เทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยรายได้รวมสัมปทานปี 56 มีรายได้อยู่ที่ 40,825 ล้านบาท ปี 55 มีรายได้ 40,972 ล้านบาท ซึ่งมีตัวเลขลดลง แต่หากไม่รวมรายได้จากสัมปทานปี 56 ทีโอที มีรายได้ 9 เดือน อยู่ที่ 21,745 ล้านบาท ปี 55 มีรายได้อยู่ที่ 21,673 ล้านบาท ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม การให้บริการปัจจุบันของทีโอทียังมีแนวโน้มทำรายได้ที่ลดลง ดังนั้น ทีโอทีจะต้องเร่งหาแผนการตลาด ทั้งการให้บริการ 3จี และโทรศัพท์พื้นฐาน โดยเฉพาะบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) ซึ่งมีรายได้ลดลงอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าขอยกเลิกเป็นจำนวนมาก และธุรกิจจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (IPTV) รวมไปถึงการหาประโยชน์จากที่ดินต่างๆ ที่ทีโอทีมีอยู่ด้วยนายสุชาติ กล่าวว่า ในประเด็นเรื่องรายได้ทีโอทียังคงมีอัตราที่ลดลงอย่างต่อเนื่องนั้น หากนายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ไม่สามารถบริหารองค์กรเพื่อหยุดการหดตัวของรายได้ ก็จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลงานของตนเอง ด้วยการพิจารณาตนเองในการบริหารงานที่ล้มเหลวนอกจากปัญหาเรื่องรายได้แล้วตนจะเร่งดำเนินการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานภายในทีโอทีใหม่ทั้งหมด โดยจะให้ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการในสายงานต่างๆ รับผิดชอบงานเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่งานทุกสิ่งทุกอย่างจะไปกระจุกตัวอยู่กับกรรมการผู้จัดการใหญ่เพียงคนเดียว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประธานบอร์ด ทีโอที สั่ง”เอ็มดี”แก้ปัญหารายได้หด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(1พ.ย.)ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) เปิดโครงการ กิจกรรมการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการเทคโนโลยีสารสนเทศขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้โครงการส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไอซีทีสู่สากล โดยนายสมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจการกระทรวงไอซีที เปิดเผยว่า สำหรับโครงการนี้ต้องการประชาสัมพันธ์ความรู้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ด้านไอซีที และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 20,000-30,000 ราย โดยแบ่งเป็นอุตสาหกรรมประเภทคอมพิวเตอร์ และ ฮาร์ดแวร์ ประเภทซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ และประเภทการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งพบว่าการใช้ผลิตภัณฑ์การบริการที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้มีมูลค่าตลาดคิดเป็น 10 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ด้าน ดร.สุรัตน์ ตันเทอดทิตย์ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีที ของประเทศไทยกำลังประสบปัญหาเรื่อง ศักยภาพที่ไม่เข้มแข็ง ขาดแหล่งเงินทุน เนื่องจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มีหลายระดับ ขาดการส่งเสริมด้านภาษี ค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ย และการขาดแนวคิดและวิธีการแปลงสินทรัพย์ทางปัญญาให้เป็นทุน จึงมองว่ามาตรการที่จะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้องมีการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการในการขอสินเชื่อกับสถานบันการเงิน การตั้งศูนย์ให้ความรู้แหล่งเงินทุน ส่งเสริมนโยบายภาครัฐด้านการลดหย่อนภาษีโดยการประสานงานกับสถาบันการเงิน เป็นต้น โดยคาดว่าหากสามารถทำตามมาตรการดังกล่าวได้ภายใน 5 ปี จะสามารถทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ด้านไอซีทีไทยเข้าถึงแหล่งเงินอย่างแน่นอน ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สำหรับสถาบันการเงินมีหน้าที่ในการปล่อยให้สินเชื่อ โดยการพิจารณาขอสินเชื่อ จะดูจากผลิตภัณฑ์สินค้า และแผนการตลาด ซึ่งภาพรวมสัดส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยมีจำนวน 98% ส่วนที่เหลือเป็นภาคธุรกิจขนาดใหญ่ โดยสัดส่วนที่ขอสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่มีจำนวน 40% ธุรกิจเอสเอ็มอีจำนวน 30% และสินเชื่อผู้บริโภค อาทิ บัตรเครดิต 30% ดังนั้นเมื่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีจำนวนมาก จึงต้องมีการพิจารณา ซึ่งผลการขอสินเชื่อจะมีทั้งที่อนุมัติและไม่อนุมัติ.
รายงานข่าวจากสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แจ้งถึงความคืบหน้าในการติดตามปรากฎการณ์“ดาวหางไอซอน(ISON)”ที่จะมาเยือนโลกในช่วงปลายเดือน พย.นี้ว่า ปัจจุบันดาวหางดวงดังกล่าวยังคงรักษาความสว่างไว้ได้ ทำให้คนไทยมีสิทธิลุ้นที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันออกก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น โดยช่วงที่ดีที่สุดคือเช้ามืดของวันที่ 20-25 พ.ย. 2556 และ 8-15 ธ.ค. 2556 ส่วนวันที่ 28 พ.ย.2556 จะโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ทั้งนี้ดาวหางไอซอนจะมาเยือนโลกเพียงครั้งเดียวและจะไม่กลับมาอีก ซึ่งยืนยันไม่มีผลกระทบใดๆ กับโลก อย่างไรก็ดีสดร.เตรียมจัดแถลงข่าวกลางเดือน พ.ย. นี้ สำหรับดาวหางไอซอน นักดาราศาสตร์บางท่านได้ทำนายไว้ว่าดาวหาง นี้อาจจะสลายตัวไปก่อนที่มันจะโคจรผ่านเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ในวันที่ 28 พย. 2556 เนื่องจากจะโคจรเฉียดผ่านผิวหน้าของดวงอาทิตย์ในระยะที่ใกล้มากเพียง 1.2 ล้านกิโลเมตร (730,000 ไมล์) แต่จากภาพชุดใหม่จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลซึ่งบันทึกได้เมื่อวันที่ 9 ตค. 2556 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าดาวหางไอซอน ยังคงอยู่รอดปลอดภัยดีในปัจจุบัน