เรียกน้ำย่อย…ก่อนก้าวไปสู่การเฟ้นหาสุดยอดผลงานนวัตกรรมของคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็นผู้ชนะเลิศในโครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี ประจำปี 2557โดยสามารถคอร์ปอเรชั่น ร่วมกับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทยหรือซอฟต์แวร์พาร์ค สำนัก งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เลือก 10 ใน 25 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย และมีความพร้อมที่จะพบปะและนำเสนอแผนทางธุรกิจกับนักลงทุน“นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า จัดงาน “เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน” เพื่อให้เกิดการพบปะกัน เจรจาต่อรองทางธุรกิจระหว่างนักลงทุนกับเจ้าของผลงานที่ผ่านเข้ารอบและมีความพร้อมในเชิงพาณิชย์โครงการเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี เป็นการกระตุ้นให้เกิดการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งมีการสนับสนุนตั้งแต่เริ่มเป็นแค่แนวความคิด บ่มเพาะ จนออกมาเป็นต้นแบบและกลายเป็นของจริง ซึ่งสิ่งสำคัญที่คุณเจริญรัฐ ย้ำว่าเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาควรมี ก็คือการคิดใหญ่ และต้องไม่ใช่คิดแค่ในประเทศไทย แต่ต้องทั่วโลก แม้ไม่สำเร็จ แต่นักลงทุนก็พร้อมที่จะร่วมลงทุนงานนี้นอกจากเจ้าของผลงานจะได้พบปะกับนักลงทุนโดยตรงเพื่อโอกาสต่อยอดในเชิงพาณิชย์แล้ว นักลงทุนยังมีโอกาสได้พิจารณาผลงานที่มีศักยภาพเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจของตน โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกว่าอีกด้วยสำหรับผลงานที่ขึ้นไปนำเสนอ 7 นาทีต่อหน้านักลงทุน ปรากฏว่าทีม Course Square หรือคอร์สสแควร์ ศูนย์รวมและตลาดซื้อขายคอร์สออนไลน์คุณภาพของประเทศไทย คว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชนและการนำเสนอดีเด่น ส่วนทีม lendin หรือเล่นดินเครื่องมือตรวจสอบและพัฒนาดิน คว้ารางวัลถูกใจนักลงทุนไปครองน้อง ๆ เจ้าของผลงาน “เล่นดิน” บอกว่า เล่นดินเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เกษตรกรรู้จักดินของตัวเองได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น ซึ่งการรู้จักดินของตัวเอง จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใส่ปุ๋ยได้เป็นอย่างมาก เป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้กับเกษตรกรในวงกว้าง ถูกกว่าการใช้ชุดทดสอบดิน และสามารถต่อยอดไปสู่การวางแผนปลูกพืชได้ง่ายขึ้นส่วน “คอร์สสแควร์” นายณัฐพล วัชรศิริสุข หนึ่งในทีมพัฒนา บอกว่า เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การเรียนรู้ของผู้เรียนและการสอนของผู้สอน เป็นเรื่องง่าย ผู้สอนสามารถเปิดสถาบันหรือคอร์สเรียนออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ครบวงจร ไม่ต้องมีความรู้ด้านไอที ไม่ต้องติดตั้งระบบ เพิ่มมูลค่าให้กับความรู้ของครูผู้สอน ปัจจุบันสถาบันเข้าร่วมเป็นพันธมิตรแล้วกว่า 20 สถาบัน และมีรายได้จากการให้บริการแล้วนอกจากนี้ยังมีผลงานที่เรียกความสนใจได้อีกหลายผลงาน เช่น Pub Pub ผลิตภัณฑ์แก้วดักจับแมลงวัน ไอเดียใกล้ตัวที่ขายได้แล้วกว่า 1 หมื่นใบ Auto Avatar ผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการสร้าง avatar อัตโนมัติ หรือ ShopiZine แพลตฟอร์มที่มีระบบสร้างร้านค้าออนไลน์แบบครบวงจรความสำเร็จครั้งนี้ ถือว่าแค่น้ำจิ้ม แต่รางวัลก็ยังไม่ใช่สิ่งสุดท้าย เพราะที่สำคัญยิ่งกว่า คือการก้าวไปยืนเป็นเถ้าแก่น้อยเทคโนโลยีตัวจริง.นาตยา คชินทร
nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี พบนักลงทุน – ฉลาดสุดๆ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(22กย.57)ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณ บมจ.เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) ร่วมกับวีโก โมบาย ประเทศฝรั่งเศส จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว “Wiko”สมาร์ทโฟนยอดนิยมจากประเทศฝรั่งเศส นายเดวิด กราเซีย ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ วีโกโมบาย ประเทศฝรั่งเศส เปิดเผยว่า “Wiko” (วีโก)ในประเทศฝรั่งเศส ใช้ระยะเวลาเพียง 2 ปีในการก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ยอดฮิตอันดับ 2 ของประเทศ และกลายเป็นโกลบอลแบรนด์ (GlobalBrand) ที่สามารถขยายตลาดครอบคลุมกว่า 10ประเทศโดยเฉพาะในทวีปยุโรป ซึ่งความสำเร็จและการเติบโตอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นจาก 2ปัจจัยคือ นวัตกรรมการพัฒนาสินค้าให้มีประสิทธิภาพด้านฟังก์ชั่นที่เหมาะกับการใช้งานจริงและด้านรูปลักษณ์ที่มีดีไซน์สวยงาม มีความเป็นแฟชั่น ทันสมัยและอีกปัจจัยหนึ่งคือกลยุทธ์การขายที่แตกต่างด้วยการขายแบบเครื่องเปล่าไม่มีแพคเกจค่าโทรพ่วง ตลอดจนการใส่ใจในการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน ทั้งนี้จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้บริษัทฯ มีเป้าหมายในการขยายตลาดไปยังประเทศเป้าหมายใหม่ในอีกหลายทวีปทั่วโลกและสำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นหลังจากการเปิดตัวในเวียดนามแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศที่สองที่วีโกเข้ามาทำตลาด เนื่องจากพบว่าตลาดสมาร์ทโฟนของไทยนั้นมีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตสูง นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความร่วมมือในการนำวีโก สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยครั้งนี้นับว่าถูกจังหวะและช่วงเวลา โดยปัจจุบันนี้พบว่าสัดส่วนของการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยอยู่ที่ 60%และฟีเจอร์โฟน 40%ขณะที่หากแบ่งตามระบบปฏิบัติการจะพบว่าระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์มีสัดส่วน 65%ไอโอเอส 25% และวินโดวส์ 10%ขณะเดียวกันผลสำรวจของบริษัทวิจัยตลาด จีเอฟเค ได้คาดการณ์ว่าในปีนี้ตลาดรวมสมาร์ทโฟนจะมีประมาณ 12 ล้านเครื่องเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20%และคาดว่าแนวโน้มตลาดจะเติบโตต่อเนื่อง ด้านนายจิรวัฒน์ ศรีธระชิยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทวีโก โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของสมาร์ทโฟนวีโก คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองหรือกลุ่มที่เลือกจะใช้ชีวิตโดยไม่ตามแบบใครต้องการสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพครบครันสามารถรองรับความต้องการใช้งานจริงได้ทุกด้าน ในราคาสมเหตุสมผล สำหรับการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยนี้ มีการเปิดตัวทั้งหมก 7รุ่นในราคาตั้งแต่ 2,490-7,990 บาท ประกอบด้วย 2รุ่นเด่นสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีโดยเฉพาะ ได้แก่ รุ่น HIGNWAY SIGNS เป็นสมาร์ทโฟนที่ผสมผสานประสิทธิภาพและดีไซน์ทันสมัยไว้ในหนึ่งเดียวมาพร้อมหน่วยประมวลผล 1.4GHz OCTA Core ที่ทำงานพร้อมกันถึง 8 Core ทำให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วและรุ่น WAX4G ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่ใช้หน่วยประมวลผลNVIDIA Tegra 4i ขุมพลังทางด้านกราฟิกและการแสดงผลที่เหนือชั้นกว่าโดยเฉพาะการเล่นเกมจากTegraZone ทั้งยังรองรับเทคโนโลยี 4G LTE ด้วย นอกจากนี้ยังมี รุ่น RAINBOW รุ่น BLOOM และรุ่นSLIDE เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คและชมความบันเทิงผ่านโลกออนไลน์ ขณะที่ รุ่น SUNSET และรุ่น LENNY สำหรับผู้ที่เริ่มใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องแรกโดยเปลี่ยนจากการใช้ฟีเจอร์โฟน อย่างไรก็ดีจากแนวทางการทำตลาดเชิงรุกผนวกกับคุณภาพนวัตกรรมที่แตกต่าง และการมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถครองส่วนแบ่งตลาด 10% ของตลาดรวมสมาร์ทโฟนภายในปลายปี2558 ผู้ที่สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนวีโกสามารถดูข้อมูลได้จาก www.wikomobile.co.th หรือ https://www.facebook.com/WikoThailand
วันนี้ (22ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) จำนวน 5 คน เห็นชอบแนวทางการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ระบบดิจิตอลที่เสนอโด ยพลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจผศ.ดร.ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์และน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์เสนอให้ที่ประชุมกสท.พิจารณา เพื่อแก้ไขปัญหาการออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3อนาล็อกที่จะจดดำบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีในวันที่ 30 ก.ย. นี้โดย พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) กล่าวว่า กสท.มีแนวทางการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลโดยการช่วยลดหย่อนค่าธรรมเนียมช่องทีวีอนาล็อกที่มาออกอากาศคู่ขนานดิจิตอลจำนวน 4 % คือ การยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์2 % ของรายได้ และยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ ยูเอสโอ 2 % ของรายได้เป็นระยะเวลา 5 ปี ซึ่งปัจจุบันมีช่องที่ออกอากาศคู่ขนานได้แก่ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง 9 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส นอกจากนี้ยังจะยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมค่ายูเอสโอ 2% ให้กับทีวีดิจิตอลทั้ง 24 ช่อง เป็นระยะเวลา 5 ปี แต่ยังดำเนินการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการฯ2 % ตามเดิม โดยจะนำเข้าที่อนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายเพ่อพิจารณาอีกครั้งนอกจากนี้จะส่งหนังสือหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้พิจารณาเลื่อนนำส่งค่าประมูลทีวีดิจิตอลงวดที่2 เข้ารัฐออกไปอีก 1 ปี เนื่องจากเข้าใจความจำเป็นของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลและให้นำเงินไปลงทุนด้านคอนเทนต์ ซึ่งการขยายระยะเวลาการเลื่อนจ่ายจะเป็นช่องทางออกที่ดีต่อผู้ประกอบการ“ส่วนตัวมองว่าการผลักดันแบบนี้ให้ช่อง 3 ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน โดยตั้งข้อสังเกตว่าหากไม่เรียกเก็บก็ไม่ต้องเรียกเก็บทั้งหมด หรือมีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลามากกว่าส่วนมาตรการลดหย่อนดังกล่าวนี้จะเป็นแรงจูงใจให้ช่อง3 มาออกอากาศคู่ขนานหรือไม่ต้องหารือกันโดยทีวีดิจิตอล จะได้รับผลประโยชน์จากแนวทางนี้ แม้ช่อง 3 อาจจะมีช่องทางอื่นแต่ก็ยังอยากเห็นมาออกอากาศคู่ขนานในระบบดิจิตอลแบบยินยอม พร้อมใจไม่ถูกบังคับขู่เข็ญ ”พ.อ.ดร. กล่าวด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และ กสท.กล่าวว่า ข้อเสนอแนวทางดังกล่าวจะนำไปเจรจากับกลุ่มผู้บริหารบริษัทบางกอกเอนเตอร์เทนเมต์ หรือ ช่อง 3ในวันที่ 23 ก.ย. นี้ โดยการยกเว้นค่าธรรมเนียม 4% ให้กับทีวีที่ออกอากาศคู่ขนานภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องออกอากาศคู่ขนานภายในวันที่ 10 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่กสทช.แจกคูปองเงินสดส่วนลด แต่หากออกคู่ขนานหลังจากนั้นบอร์ดกสท. ขอสงวนสิทธิ์พิจารณายกเว้นไม่ถึง 4%นอกจากนี้ ยังให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญาสัมปทานศึกษาเรื่องช่อง 3 อะนาล็อก กับ ช่องดิจิตอลเป็นคนละนิติบุคคล เนื่องจากตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นพบว่ากรรมการลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทปรากฎชื่อเป็นคนเดียวกันทั้งช่อง 3 เดิม และ บีอีซี มัลติมีเดีย ถึง 6 คน.