ฟูจิตสึ เน้นขยายธุรกิจในเอเชียนอกเหนือญี่ปุ่น ส่วนในไทยสบช่องภาครัฐ มีนโยบายดิจิตอล อีโคนิมี่เร่งเตรียมทีมขายและผู้เชี่ยวชาญนำเสนอบริการให้ภาครัฐและบริษัทไทย พร้อมใช้ไทยเป็นฮับขยายธุรกิจในอินโดไชน่า และปรับโครงสร้างบริหารธุรกิจใหม่ทั่วโลก แบ่ง 5 ภูมิภาค เพื่อให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น นายทาสุยะ ทานากะ รองประธานบริหาร อาวุโส กลุ่มธุรกิจเอเชีย บริษัท ฟูจิตสึ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนขยายธุรกิจในเอเชียที่ไม่นับรวมญี่ปุ่นให้มีอัตราการเติบโตมากขึ้นเป็นเลขสองหลัก จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนเลขหลักเดียวเท่านั้น โดยการนำเสนอโซลูชั่นและฮาร์ดแวร์ ให้กับกลุ่มธุรกิจในภาคการผลิตและค้าปลีก และจะตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาที่สำนักงานใหญ่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจทั่วเอเชีย ด้วยการส่งผู้เชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนาธุรกิจให้ลูกค้าในท้องถิ่นนั้นๆให้มีศักยภาพมากขึ้นด้วยการใช้ไอซีที พร้อมชูวิสัยทัศน์ Human Centric Innovation ด้วยการพัฒนาโซลูชั่นและบริการที่ช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจและสังคม นอกจากนี้ยังได้ปรับโครงสร้างองค์กรธุรกิจใหม่ เพื่อให้การบริการงานในการทำธุรกิจทั่วโลกมีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 ภูมิภาค มีผู้บริหารที่รับผิดชอบโดยตรงที่สามารถตัดสินในการการนำธุรกิจได้ทันที จากเดิมที่ต้องรายงานตรงต่อซีอีโอที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อพิจารณาตัดสินใจ สำหรับในประเทศไทยฟูจิตสึจะพยายามเพิ่มจำนวนลูกค้าบริษัทคนไทย และลูกค้าภาครัฐให้มากขึ้น จากเดิมส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยและอยู่ในภาคการผลิต โดยจะนำเสนอให้ส่วนของโซลูชั่น ซอร์ฟแวร์ คลาด์คอมพิวติ้งและการบริการ อย่างไรก็ตามจากการที่ประเทศไทยกำลังมีนโยบายดิจิตอล อีโคนิมี่ นั้น ที่ผ่านมาฟูจิตสึที่ญี่ปุ่นก็มีประสบการณ์ในการพัฒนาโซลูชั่นให้กับรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นจำนวนมาก ซึ่งในไทย ทางฟูจิตสึได้เตรียมทีมขายและผู้เชียวชาญเฉพาะ เพื่อนำเสนอบริการและโซลูชั่นต่างๆ ให้กับหน่วยงานในกระทรวงต่างๆ ของไทยที่ต้องการนำไอซีทีไปช่วยพัฒนาศักยภาพการทำงานในเรื่องต่างๆ เชื่อว่าจะเป็นโอกาสให้ฟูจิตสึในไทยมีอัตราการเติบโตได้ ด้าน นายมาซายูกิ คูนิมารู ประธาน บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฟูจิตสึ จะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง หรือฮับ ในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอินโดไช่นา เนื่องจากประเทศไทยมีภูมิศาสตร์และระบบโลจิติกส์ที่ดีในภูมิภาคนี้ โดยการขยายธุรกิจในไทยจะเน้นเรื่องคลาด์ คอมพิวติ้ง แอพพลิเคชั่นและโซลูชั่น โดยนำไอซีทีมาช่วยสนับสนุนลูกค้าในไทย ซึ่ง แม้ว่าการลงทุนด้านไอทีของไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้จะมีไม่มาก แต่ยังมองเห็นในกลุ่มธุรกิจที่ยังสามารถเข้าไปเจาะตลาดได้ อาทิ กลุ่ม ธนาคาร ประกันภัย ลิสซิ่ง สุขภาพ ฯลฯ อย่างไรก็ตาม สำหรับในส่วนรายได้ของฟิจิตสึทั่วโลกในปีงบประมาณสิ้นสุด วันที่ 31 มี.ค. 57 มีรายได้จำนวน 46,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ฟูจิตสึ’ รุกธุรกิจในไทยรับ ‘ดิจิตอล อีโคโนมี่’
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ไอซีที หารือ กสทช. ตั้งคณะกรรมการร่วมหาแนวทางแก้ไขกฎหมายที่ซ้ำซ้อน พร้อมเจรจากระรวงวิทย์ฯ เดินหน้าขยายกระทรวงรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ตามนโยบายรัฐบาล นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้เข้าพบ พล.อ.อ. ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมสำหรับดำเนินการแก้กฎหมายและลดความซ้ำซ้อนด้านการทำงานต่างๆ ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้ จะช่วยเคลียร์ปมปัญหาและอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานให้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ จะต้องเร่งแก้กฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีระยะเวลาทำงานเพียง 1 ปี สำหรับกฎหมายที่จะต้องแก้เร่งด่วน คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ที่กำหนดไว้ว่าการจัดสรรคลื่นควาามถี่ต้องใช้วิธีประมูลเท่านั้น รวมไปถึงความชัดเจนเรื่องการจัดการกิจการดาวเทียม ที่ปัจจุบันไอซีทีดูแลเรื่องสัญญาสัมปทาน ขณะที่ กสทช เป็นผู้ให้ใบอนุญาต เพราะบางอย่างยังคาบเกี่ยวกันอยู่ ซึ่งอาจมีปัญหาไปถึงการละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของอีกฝ่าย ขณะที่แผนการดำเนินการของกระทรวงไอซีที จะปรับโครงสร้างกระทรวงให้ใหญ่มากขึ้น และเปลี่ยนเป็น กระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) เพื่อรองรับนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาล โดยอิงโมเดลการพัฒนาแบบประเทศญี่ปุ่น ที่แม้จะใช้เวลานานถึง 6 ปี ในการจัดการโครงสร้างทั้งหมด แต่หลังจากดำเนินการเสร็จ จะช่วยให้ไทยแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ ทั้งนี้ จะต้องดึงบางหน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เข้ามาอยู่กับไอซีที รวมไปถึงบางหน่วยงานที่จะเป็นปัจจัยในการพัฒนาสู่ดิจิทัล อีโคโนมี โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับกระทรวงวิทย์ฯ
วันนี้(21ก.ย.)น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสท.วันจันทร์ที่ 22ก.ย.นี้ กสทช.3 ท่าน คือ ผศ.ดร.ธวัชชัยจิตรภาษ์นันท์ พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ และตน เตรียมเสนอวาระแนวทางการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านโทรทัศน์จากระบบอนาล็อกไปสู่ทีวีดิจิตอลตามที่บริษัทบางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์จำกัด หรือช่อง 3ได้ยื่นหนังสือพร้อมมีข้อเสนอแนะที่ยินดีจะออกอากาศช่อง3คู่ขนานทั้งระบบอนาล็อกและดิจิตอลแต่ขอมีข้อยกเว้นหรือลดหย่อนค่าธรรมเนียมต่างๆและข้อปัญหาที่ว่า ช่อง3อนาล็อกคนละนิติบุคคลกับช่อง 3ดิจิตอลที่ช่อง3อ้างทั้งนี้กสท.จะเคลียร์ประเด็นนี้ให้ชัดเจนพร้อมได้เตรียมข้อเสนอทางออกภาพรวมต่อการเปลี่ยนผ่านเพื่อเยียวยาทุกช่องที่ออกคู่ขนาน2ระบบและดูแลช่องใหม่อย่างเป็นธรรมด้วยภายหลังหากได้ข้อสรุปแล้วจะเชิญตัวแทนช่อง3ช่อง7และช่อง9 รวมทั้งทุกช่องใหม่ดิจิตอลมาพบตามลำดับ เพื่อหาบทสรุปร่วมกันจะแก้ปัญหาให้จบภายในสัปดาห์หน้าแต่ถ้าสุดท้ายทางช่อง 3ยังไม่ประสงค์จะร่วมมือเดินตามกติกากสทช.เรื่องนี้ก็คงต้องไปจบลงที่ศาลจริงๆน.ส.สุภิญญากล่าวว่า ส่วนปัญหาโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิตอลของบริษัท อสมท.จำกัด(มหาชน)ขัดข้องเมื่อวันที่11ก.ย.ที่ผ่านมานั้นได้มีการนำวาระเรื่องนี้เข้าพิจารณาแก้ปัญหารวมทั้งจะมีการหารือกับ 3ช่องที่เป็นผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์โครงข่ายขัดข้อง