เท่าที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์ทุนนิยมอเมริกันจะเห็นได้ว่า การพัฒนานวัตกรรมได้มีมาตลอดควบคู่กับไปกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในระยะ 200 ปีที่ผ่านมา บทความที่แล้วผู้เขียนได้อธิบายถึงนวัตกรรมที่เสริมสร้างความเข้มแข็ง (Empowering Innovation)ซึ่งใช้ระยะเวลาและการประดิษฐ์คิดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น สามารถสร้างผลสะเทือนให้เศรษฐกิจได้อย่างเป็นลูกโซ่ระยะเวลานาน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้รับผลดี เกิดการจ้างงาน มีธุรกิจย่อยตามมา ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น เพราะความเจริญเติบโตของธุรกิจนั้น แต่ยังมีอีกสองรูปแบบนวัตกรรมซึ่งสร้างผล กระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน รูปแบบที่สองนวัตกรรมที่อยู่แบบยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการทำผลิตภัณฑ์ เดิมที่มีอยู่ซึ่งเหมือนกับการขยายตลาดโดยทั่วไปของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น โตโยต้าได้สร้างรถยนต์รุ่นใหม่สามารถเก็บสะสมพลังงานโดยสามารถใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบใหม่ สามารถเก็บสะสมพลังงานไฟฟ้า และสามารถขับเคลื่อนเครื่องยนต์ได้ด้วย พริอุสก็ถือว่าได้รับการออกแบบได้ดีที่สุดและเป็นนวัตกรรมที่ดีเยี่ยมในบรรดารถยนต์รุ่นใหม่ของการประหยัดพลังงาน และโตโยต้าก็ออกรุ่นคัมรีไฮบริด ประเภทประหยัดพลังงานเพื่อจัดจำหน่ายในท้องตลาดด้วย แม้ว่าในภาพรวมทั้งคู่รวมกันจะสามารถขยายตลาดได้ แต่ภายใต้ตลาดประหยัดพลังงาน ถ้าผู้บริโภคซื้อพริอุสก็คงจะไม่ซื้อคัมรี เพราะฉะนั้นคัมรีจึงเป็นนวัตกรรมประเภททดแทนผลิตภัณฑ์ ด้านประหยัดพลังงานที่มีอยู่เดิม ซึ่งก็สามารถทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยั่งยืนต่อไปได้ และก็ยังคงส่งผลทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไหวไปได้และมีเงินสดหมุนเวียนและก็ถือเป็นนวัตกรรมที่อยู่ได้ยั่งยืน แต่ถ้าหากพูดถึงการสร้างงานและเงินทุนที่เกิดขึ้นคงจะไม่ได้อะไรมากนัก และเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจที่บริษัททั่วไปจะทำกันอยู่แล้ว ถ้าหากจะมาดูที่สหรัฐอเมริกา แอปเปิลหลังสตีฟ จ๊อบส์ ออกตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไอโฟนครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ก็นับว่าเป็นนวัตกรรมชั้นเยี่ยมขายได้ทั่วโลกในระยะสั้นและทำให้แอปเปิลโตอย่างรวดเร็ว การออกไอโฟนรุ่นหลัง เช่น ไอโฟนห้า ต่อมามีไอโฟนหก ก็คงทำให้โทรศัพท์อัจฉริยะประเภทไอโฟนอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ หลังจากสตีฟ จ๊อบส์จากไป และธุรกิจของแอปเปิลก็อยู่ต่อไปยั่งยืนได้ แต่ผลสะเทือนทางเศรษฐกิจของรุ่นไอโฟนห้าและไอโฟนหกคงจะไม่ได้ช่วยทำให้เกิดการสร้างงานและสร้างธุรกิจต่อเนื่องแบบลูกโซ่ได้มากนัก นวัตกรรมแบบนี้เรียกว่านวัตกรรมแบบยั่งยืน (Sustaining Innovations) นวัตกรรมแบบสุดท้ายก็คือนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพ (Efficiency Innovations) ซึ่งก็มักจะเป็นด้านกระบวนการเพื่อลดต้นทุน ทั้งหลาย อย่างเช่น กรณีการเกิดนวัตกรรมการผลิตของโตโยต้าเพื่อลดต้นทุนที่เรียกว่าผลิตทันพอดี หรือจัสอินไทม์ (Just-in time) คือเพื่อลดต้นทุนด้านสินค้าคงคลังในทุกกระบวนการผลิต กระทั่งการบริหารการจัดจำหน่ายและการบริการเพื่อให้ได้สินค้าราคา ถูก แม้ว่ากระบวนการดำเนินการจะเกิดประสิทธิภาพสูงด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นคือการลดต้นทุนเพื่อทำให้เกิดการจ้างงานน้อยลง แต่สามารถทำงานได้มากขึ้น ถือว่าเป็นนวัตกรรมประเภทประสิทธิภาพ ในบัญชีงบดุลก็จะเหลือแค่สินค้าคงคลังที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กระบวนการนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพก็ยังควรจะมีต่อไปเช่นกัน ในบทความต่อไปผมจะได้เขียนถึงนวัตกรรมทั้งสามประเภทว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกากันเพื่อการฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างไร. ร.ศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุนนิยมอเมริกัน ต้องมีนวัตกรรมสร้างสรรค์ (4) – โลกาภิวัตน์
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ริโก้ ขยายฐานการผลิตในไทย ลุยโซลูชั่นและอุปกรณ์ไอทีสำหรับสำนักงาน ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 6,000 ล้านบาท ชี้ตลาดเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ เติบโตประมาณ 10-12%นายจูเลี่ยน ไฟรเอ็ด ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท มั่นใจในศักยภาพของไทย และแนวโน้มทิศทางการขยายตัวของตลาด จึงขยายฐานโรงงานการผลิตในไทยเพื่อการส่งออกตลาดโลก รวมถึงการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการงานเอกสารแบบครบวงจร ระบบไอที เซอร์วิสเซส ระบบกล้องวงจรปิด พร้อมซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์ และการประชุมผ่านทางไกลแบบดิจิตอลนำเสนอในรูปแบบทำงานจริงตามประเภทธุรกิจ เช่น ธุรกิจการบริการ คือ โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา โรงแรม กลุ่มธุรกิจการค้า กลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน และธุรกิจประกันอย่างไรก็ตามได้ตั้งเป้าผลประกอบการในปี 2557 กว่า 6,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 9% จากปีที่แล้วโดยริโก้ มีส่วนแบ่งการตลาดในเครื่องถ่ายเอกสารเป็นอันดับ1 ที่ 33% ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เพิ่มขึ้น 2% จากปีที่แล้ว เช่นเดียวกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์พริ้นเตอร์สี ที่มียอดขายเป็นอันดับหนึ่งในตลาดระดับบน ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ทั่วไปและมีการพิมพ์งานอย่างต่อเนื่องในสำนักงาน ขณะที่ตลาดรวมยังคงเป็นอันดับ 3 เนื่องจากฐานใหญ่กว่า 60% ของตลาดรวมเป็นเครื่องพิมพ์ขนาดเล็ก ซึ่งทางริโก้ไม่ได้เน้นในการทำตลาดมากนักนายจูเลี่ยน กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย คาดว่าตลาดเครื่องใช้สำนักงานโดยรวมเฉพาะหมวดเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องพิมพ์ จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 10-12% จากมูลค่าตลาดโดยรวม เช่นเดียวกับที่มีการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มการให้บริการสินค้าไอที และการเข้ามาของคลาวน์เทคโนโลยี ที่จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากรูปแบบการทำงานในสำนักงานปัจจุบัน.
วันนี้(17 กันยายน 2557) ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ( เนคเทค )สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการประจำปี2557ขึ้นภายใต้แนวคิด “ตอบโจทย์ประเทศไทย งานวิจัยใช้ได้จริง” โดยมี ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ เป็นประธานเปิดงาน ดร. พิเชฐ กล่าวว่าแนวคิดตอบโจทย์ประเทศไทย งานวิจัยใช้ได้จริง เป็นหัวข้อที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ทำงานวิจัยแบบขึ้นหิ้ง ซึ่งผลงานที่เนคเทคนำมาแสดง ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการทำงานวิจัยสามารถที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง ด้านดร.พันธุ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการทำงานวิจัยให้ใช้ได้จริงนั้น มี3ส่วนคือการสร้างโจทย์วิจัยที่ถูกต้อง กลไกการทำงานของนักวิจัย และการนำไปใช้งานทั้งนี้นักวิจัยจะต้องอาศัยเวลาในการพูดคุยและเข้าถึงปัญหาเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งสิ่งสำคัญที่นักวิจัยจะต้องมีก็คือทักษะในการเข้าใจผู้อื่น โดยเฉพาะการทำวิจัยด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการหรือวิธีการทำงานที่มี อยู่และนำเทคโนโลยีเข้าไปเป็นตัวช่วยให้การทำงานนั้น ๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ดีมองว่าการวิจัยของเนคเทคที่จะเข้าไปช่วยการดำเนินงานของรัฐบาลในระยะเร่งด่วนหรือใน 3 เดือนแรกนี้ก็คือการบูรณาการข้อมูลด้านการเกษตร ที่รัฐบาลไม่ได้ต้องการเพียงแค่แผนที่ให้รู้ว่าปลูกที่ไหนบ้างแต่ต้องสามารถประมวลผลและดูได้ถึงขั้นว่าควรปลูกที่ไหน เมื่อไหร่และปลูกอย่างไรถึงจะคุ้มกับการลงทุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องเครื่องมือแพทย์และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์อีกด้วย สำหรับการประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคเป็นเวทีการประชุมที่เปิดโอกาส ให้กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับนักวิจัยที่มีชื่อเสียงในระดับชาติและระดับนานาชาติ พร้อมชมนิทรรศการผลงานวิจัยความก้าวหน้าด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ซึ่งนำไปสู่การเชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการศึกษาและถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมภาคสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ภายในงานยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัยที่พร้อมนำไปใช้ได้จริงโดยแบ่งเป็นโซน 1..สมาร์ท(Smart) เทคโนโลยีอัจฉริยะเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกษตรกร เพิ่มผลผลิต พิชิตโรคร้าย รายได้สูงขึ้น 2..แคร์ (Care)เทคโนโลยีเพื่อชีวิต เทคโนโลยีงานวิจัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ยั่งยืน ยาวนานยิ่งขึ้น 3. กรีน(.Green) เทคโนโลยีรักษ์โลกเทคโนโลยีช่วยดูแลโลกให้น่าอยู่ สดใส ไร้มลพิษ 4.ฟิวเจอร์( Future ) เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส โลกทั้งใบจะมาอยู่ในมือคุณ นอกจากนี้ในงานยังมีการนำเสนอผลงานการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเยาวชนในโครงการ “ต่อกล้าให้เติบใหญ่”ที่เนคเทคร่วมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล ต่อยอดผลงานของนักเรียนนักศึกษาที่ส่งเข้าร่วมประกวดในโครงการการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยหรือ NSCที่เนคเทคจัดขึ้นมากว่า 10 ปี โดยโครงการต่อกล้า ฯนี้ มีการคัดเลือกผลงานมาบ่มเพาะและสนับสนุนให้สามารถนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริงในอนาคต