นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ปฏิบัติหน้าที่ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาเปิดให้บริการจองหมายเลขทะเบียนรถ เขตกรุงเทพมหานคร ผ่านทางคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. นี้เป็นต้นไป โดยระยะแรก จะให้จองหมายเลขทะเบียนรถได้ทั้ง 2 ระบบ ทั้งการมาติดต่อที่กรมฯ ด้วยตนเอง จนถึงหมวด 3 กล จากนั้น เมื่อเริ่มหมวด 3 กว จะเปิดให้จองหมายเลขทะเบียนรถทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นสำหรับการจองหมายเลขทะเบียนรถของกรุงเทพมหานคร ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต จะให้ทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง), รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คนแต่ไม่เกิน 12 คน (รถตู้) ทั้งกรณีรถจดทะเบียนใหม่ กรณีต้องการเปลี่ยนหมายเลขทะเบียนใหม่ และกรณีรถย้ายมาจากต่างจังหวัดเข้ามาใช้งานในกรุงเทพฯ โดยผู้สนใจจองทางคอมพิวเตอร์ ทำได้ผ่านระบบปฏิบัติการวินโดว์ อินเทอร์เน็ต เอ็กโพรเรอร์ เวอร์ชั่น 8 ขึ้นไป, ไฟล์ฟ็อกซ์, โครม และซาฟารี รุ่นปี 2012 ขึ้นไป ส่วนการจองผ่านโทรศัพท์มือถือนั้น ทำได้ทั้งระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส, แอนดรอยด์, วินโดว์ส เวอร์ชั่น 7 ขึ้นไปด้านขั้นตอนการจองนั้น ให้เข้าเว็บไซต์ www.tabienrod.com จากนั้น กรอกข้อมูลชื่อ-นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือเลขทะเบียนการค้า ใส่เลขทะเบียนรถที่ต้องการ ตามที่ระบุในตารางการเปิดจองหมายเลขทะเบียนรถของแต่ละวัน ซึ่งจองได้เพียง 1 หมายเลขเท่านั้น และต้องจดทะเบียนรถให้แล้วเสร็จใน 15 วันทำการ หากต้องการจองหมายเลขทะเบียนรถคันใหม่ ต้องดำเนินการ หลังจากที่ได้นำเลขทะเบียนรถคันแรกไปจดทะเบียนแล้วเสร็จ และต้องจองหลังจากที่ได้เลขทะเบียนคันแรกไม่น้อยกว่า 90 วัน โดยหมายเลขทะเบียนที่จองได้นั้น จะยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเป็นชื่อผู้อื่นไม่ได้นายธีระพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ที่ต้องการจองเลขทะเบียนรถ ต้องเป็นเจ้าของรถที่จดทะเบียน หรือผู้เช่าซื้อรถเท่านั้น ซึ่งการป้อนข้อมูลชื่อ–นามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน หากระบบตรวจพบว่า อักษรหรือตัวเลข ไม่ตรงตามบัตรประจำตัวประชาชน หรือไม่ตรงกับเอกสารนิติบุคคล จะถือว่าไม่ใช่บุคคลเดียวกัน และจะไม่สามารถนำหมายเลขทะเบียนรถที่ได้จองไว้ไปจดทะเบียนได้ หากมีข้อสงสัย โทรสายด่วน 1584“ปัจจุบันประชาชนนิยม จองหมายเลขทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากสถิติการจองหมายเลขทะเบียนรถ พบว่ามีประชาชนยื่นคำขอจองหมายเลขทะเบียนรถเฉลี่ยวันละ400 – 500 ราย ดังนั้น การเปิดให้จองผ่านอินเทอร์เน็ตจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดการเดินทาง ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และลดปัญหาการจราจร”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดจองทะเบียนรถทางอินเทอร์เน็ต
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอฯ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยหลังการประชุม ว่า กกร.ได้หารือถึงทิศทางภาวะเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการส่งออก ในปี 57 ที่น่าเป็นห่วง อาจไม่โตหรืออาจติดลบ เนื่องจากตัวเลขส่งออกส.ค.ที่ผ่านมาติดลบถึง 7.4% เพราะทิศทางเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัว ขณะที่สหรัฐอเมริกา และยุโรป ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับสินค้าภาคเกษตร แม้จะส่งออกในปริมาณที่มาก แต่ราคากลับลดลงเกือบทุกชนิดทั้งข้าว ยางพารา น้ำตาล“ขณะนี้ การส่งออกที่ดี ก็มีแค่การค้าชายแดน ที่จะยังโตได้ 10% ภาคท่องเที่ยว เริ่มกลับมาฟื้นตัวบ้าง แต่การบริโภคในประเทศแผ่วลง ไม่ดีเท่าที่ควร ก็ยังหวังว่าไตรมาส 4 การส่งออกจะมีเข้ามาบ้างจากจีน แต่ก็เหลือเวลาไม่มากนัก เพราะใกล้ปีใหม่แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้มาดูเชิงลึกกันต่อไป เพื่อที่จะหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป”นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยให้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) เร็ว ๆ นี้ เนื่องจากมองว่า ระบบราง จะช่วยลดต้นทุนด้านขนส่งของไทย และยังลดอุบัติเหตุ และพลังงาน โดยข้อสรุปดำเนินการคือควรปฏิรูป 4 เรื่องได้แก่ การจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบรางที่มีองค์ประกอบหลักได้แก่ กระทรวงคมนาคม คลัง สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดกรอบให้ชัดภายใน 1 ปี , ปรับโครงสร้างองค์กรเป็นแบบกระจายอำนาจลดซ้ำซ้อน มีตัวชี้วัดการดำเนินงาน , ตั้งคณะทำงานการขนส่งทางราง และการสื่อสารที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง และสร้างความเชื่อมั่นโดยผู้บริหารระดับสูง ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กกร.ได้วิเคราะห์การส่งออก คาดว่ามีโอกาสติดลบ โดยกรณีเลวร้ายสุดจะติดลบถึง 0.8-1% หาการส่งออกใน 3 เดือนสุดท้ายนี้ ขยายตัวต่ำกว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ คาดว่า จะโตได้ 1.5-2% เนื่องจากจะมีเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ หมุนเวียนในระบบช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ได้อีก 1 แสนล้านบาท จากงบประมาณที่วางไว้ 3.6 แสนล้านบาท“ส่วนเงินบาทที่อ่อนค่าขณะนี้นั้น ยังมองว่าเป็นไปตามภูมิภาค แต่ก็ยังอ่อนค่าน้อยกว่าในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม 3-6 เดือนข้างหน้ามองว่าค่าเงินบาทจะผันผวน เพราะมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของสหรัฐ จะจบในเดือนต.ค.นี้แล้ว ดังนั้นขั้นตอนต่อไปสหรัฐอาจจะพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ย แต่ขณะที่ยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย แต่มีข่าวว่าจะขึ้น ซึ่งไม่รู้เท่าใดแน่ ระหว่างนี้ ก็จะมีความผัวผวนสูงมาก จนกว่าจะเกิดขึ้นจริง ๆ ดังนั้นระยะนี้ผู้ส่งออกต้องมีแนวทางบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินไว้รองรับด้วย”นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า ขณะนี้คำสั่งซื้อสินค้าส่งออก เริ่มทยอยปิดแล้ว เนื่องจากเดือนธ.ค.สหรัฐและยุโรปจะเข้าสู่เทศกาลหยุดยาว ดังนั้นสิ่งที่จะต้องติดตามคือ ลุ้นการเพิ่มยอดส่งออก จะเป็นการค้าชายแดน และการค้าในประเทศแถบเอเชียเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็คาดหวังว่าส่งออกปี 58 จะโต จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ขับเคลื่อนได้เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยคาดว่า จีดีพี ปี 58 จะโตได้ 3.5-4%นายกิตติ ตั้งจิตรมณีศักดา เลขาธิการส.อ.ท. กล่าวว่า กกร. เสนอภาครัฐแก้ไขกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคทำธุรกิจ 28 ฉบับ มี 4 ฉบับแก้ไขอย่างเร่งด่วน เช่น ร่างพ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ… เพื่อเพิ่มหลักประกันเงินกู้ ให้ผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น , แก้ไขพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 เพราะปัจจุบันขั้นตอนนำเข้าสินค้าบางชนิด ต้องได้รับใบอนุญาตจากหลายกระทรวง ทำให้ผู้ประกอบการบางรายทำผิดระเบียบโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ต้องถูกปรับสูงถึง 4 เท่า ของราคาสินค้า หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี ถือว่า สูงเกินไป , การแก้ไขภาษีสรรพากร เพราะขณะนี้มาตรการภาษียังไม่สนับสนุนภาคธุรกิจในตลาดทุน ทำให้มีต้นทุนในการระดมทุนและการลงทุนของประชาชนที่สูงกว่าประเทศอื่น และแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 21 ตั๋วเงิน เพื่อให้การเคลียริ่งเช็คให้สะดวกรวดเร็ว โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้มีการหมุนเวียนง่ายขึ้น
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเมืองพัทยา และพื้นที่เชื่อมโยง องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า ในปี 58 อพท. ได้รับจัดสรรงบประมาณ กว่า 154 ล้านบาท พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพัทยา ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ภายใต้ชื่อ แลนด์มาร์คสีเขียว เพื่อปรับภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา จากเมืองท่องเที่ยวกลางคืน (ไนท์ ไลฟ์) ให้เป็นการท่องเที่ยวแบบกลุ่มทั่วไป หรือกลุ่มครอบครัวให้มากขึ้นสำหรับการปรับรูปแบบนั้น จะเน้นพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ในพัทยา ทั้ง เทศบาลตำบลห้วยใหญ่ เทศบาลตำบลหนองปลาไหล เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ และ อบต.เขาไม้แก้ว โดยจะส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตทางการเกษตร และการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ เช่น ส่งเสริมการปั่นจักรยานในชุมชน ที่ตำบลเขาชีจรรย์ทั้งนี้ จากข้อมูลสำนักงานการท่องเที่ยวเมืองพัทยา หากแผนต่าง ๆ ของอพท.โดยเฉพาะการฟื้นภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวได้ภายในปี 62 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพัทยา 15.24 ล้านคน พำนักเฉลี่ย 3.45 วัน มีค่าใช้จ่าย3,292 บาทต่อคน และมีรายได้ในพื้นที่รวมเฉลี่ย 169,000 ล้านบาท“ปัจจุบันเมืองพัทยา ยังมีพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีภาพลักษณ์ในเชิงไนท์ไลฟ์อยู่ แต่ อพท. ก็มีแผนว่า หากพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้ขึ้นมาได้ และปรับเปลี่ยนให้เป็นกิจกรรมเกษตร ท่องเที่ยวแบบประเพณีต่าง ๆ หากดำเนินการแล้วเสร็จได้ 50% จะเห็นภาพลักษณ์ของเมืองพัทยา เป็นแหล่งท่องเที่ยว และกิจกรรมชายหายมากขึ้น ส่วนพื้นที่ไนท์ไลฟ์นั้น ก็ให้อยู่ที่เฉพาะโซนถนน วอล์กกิ้ง สตรีทเท่านั้น”อย่างไรก็ดี ด้านการรองรับนักท่องเที่ยวในพัทยานั้น พบว่า ขณะนี้พัทยามีห้องพัก 126,000 ห้องพัก จากโรงแรม คอนโดมิเนียม เกสต์เฮ้าส์ 2,000 แห่ง ซึ่งมากเพียงพอรองรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังมีข้อจำกัด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ระบบสาธารณูปโภค อาทิ น้ำประปา ไฟฟ้า ถนน และ ระบบขนส่ง โดยอพท.ได้เตรียมพัฒนาแลนด์มาร์คสีเขียวที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้รองรับสภาพแวดล้อม ที่มีความงดงามตามธรรมชาติ และไม่เดือดร้อน หรือส่งผลกระทบต่อสาธารณูปโภคเดิมที่มีอยู่ด้วย