นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯได้มีการติดต่อประสานงานกับคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช เพื่อยื่นขอจดทะเบียนสิทธิบัตรวัคซีนต้านเชื้ออีโบลาแล้ว และได้มีการยื่นคำขอเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 57 ในนามของมหาวิทยาลัยมหิดลโดยคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช เป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัย ซึ่งกรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมหิดล มีความประสงค์ที่จะยื่นขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศด้วยโดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเพื่อยื่นคำขอผ่านระบบพีซีที หรือผู้ยื่นจดสิทธิบัตรสามารถขอรับความคุ้มครองในประเทศต่างๆโดยยื่นผ่านหน่วยรับคำขอระหว่างประเทศได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา “ที่ผ่านมาคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลศิริราชได้ค้นคว้าวิจัยเชื้ออีโบลาซึ่งกำลังแพร่ระบาดในทวีปแอฟริกา ที่ทำให้มีผู้คนเจ็บป่วยล้มตายเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มที่จะแพร่ขยายออกไปในวงกว้าง ที่ทุกประเทศมีความกังวลและมีการเฝ้าระวังโดยมีหลายประเทศ ได้พยายามที่ค้นคว้าวิจัยเพื่อหายารักษาโรคที่เกิดจากเชื้อดังกล่าวแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช ได้แถลงถึงความสำเร็จในการทำวัคซีนรักษาโรคดังกล่าวและตอนนี้ขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รพ.ศิริราชยื่นจดสิทธิบัตรวัคซีนต้านอีโบลาแล้ว
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สาขาของธ.ก.ส.ทั่วประเทศถึงแนวทางการดำเนินงานช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 57/58 ตามมติครม. ที่กำหนดให้จ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวทุกครัวเรือน ตามพื้นที่ที่ปลูกข้าวจริงแต่ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท กำหนดจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.57 โดย ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง และจัดเตรียมทีมพนักงานสุ่มตรวจสอบการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกร เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเงินถึงมือเกษตรกรจริงทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สาขาจะเร่งชี้แจงให้เกษตรกรทราบขั้นตอนการดำเนินงาน เช่น การแจ้งขอขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวกับเกษตรอำเภอในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นผู้ออกใบรับรองให้เกษตรกร จากนั้นจึงไปแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการที่ ธ.ก.ส.โดยแนบสำเนาใบรับรองเกษตรกร สำเนาหน้าสมุดบัญชีเงินฝาก สำเนาบัตรประชาชน ซึ่ง ธ.ก.ส.จะตรวจสอบความถูกต้องกับข้อมูลในระบบของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จำนวน 3.49 ล้านครัวเรือน คิดเป็นพื้นที่ปลูกข้าวนาปีประมาณ 63.8 ล้านไร่และวงเงินชดเชยประมาณ 40,000 ล้านบาท “โครงการนี้ ถือเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้มีรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และนอกจากช่วยลดภาระค่าครองชีพของเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภาคครัวเรือน ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมขยายตัว”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (6 ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงเช้า โดยปรับตัวลดลงแรงต่ำสุดถึง 28 จุด เนื่องจากทิศทางเงินทุนต่างชาติมีการเทขายสุทธิทั้งตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้อย่างต่อเนื่อง หลังจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐเริ่มฟื้นตัวแข็งแกร่ง ประกอบกับเงินดอลล่าร์แข็งค่าทำให้นักลงทุนกลับเข้าลงทุนในตลาดตราสารหนี้ของสหรัฐเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามราคาหุ้นที่อยู่สูงเกินพื้นฐานทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรเพื่ออยู่ในช่วงปรับฐานต่อประมาณ 1 เดือนต่อจากนี้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,548.23 จุด ลดลง 22.05 จุด หรือ 1.40% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 31,905.35 ล้านบาท