นางอัมพวัน พิชาลัย รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือนก.ย. 2557 เท่ากับ107.43 สูงขึ้น 1.75%เทียบกับเดือน ก.ย. 2556ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวต่ำสุดรอบปีนี้ และลดลง 0.17%เทียบกับส.ค. 2557 ส่งผลให้เงินเฟ้อช่วง 9 เดือน(ม.ค.-ก.ย.) สูงขึ้น 2.15%เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาโดยสาเหตุที่เงินเฟ้อสูงขึ้นในอัตราชะลอตัวลงในเดือนนี้เป็นผลจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ประกอบกับน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลงทำให้กลุ่มน้ำมันขายปลีกในประเทศลดลงด้วยนอกจากนี้ยังเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจทำให้กลุ่มเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ราคาลดลงจากช่วงปกติขณะที่ผักแม้จะปรับขึ้นแต่ก็ไม่สูงมากนักสำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 คาดว่าจะสูงขึ้น 2.05%โดยไตรมาส 3เงินเฟ้อสูงขึ้น 2%ส่วนไตรมาส 4 คาดว่าจะสูงกว่าไตรมาส 3 เล็กน้อยคือ 2.1%เมื่อรวมกับเงินเฟ้อช่วงครึ่งปีแรกที่สูงขึ้น 2.23%ทำให้เงินเฟ้อทั้งปี2557 คาดว่าจะสูงขึ้น 2.14%ต่ำกว่าการคาดการณ์ในการแถลงเงินเฟ้อเดือนส.ค.ที่ผ่านมาที่คาดว่าเงินเฟ้อทั้งปีสูงขึ้น2.21%และยังอยู่ในกรอบประเมินเงินเฟ้อในปีนี้ที่คาดว่าอยู่ระดับ 2-2.8%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินเฟ้อเดือน ก.ย. ต่ำสุดรอบปีอานิสงค์กินเจ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายจิรชัย มูลทองโร่ย หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เตรียมประสานผู้ตรวจราชการทุกกระทรวงหารือถึงแนวทางการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะงบลงทุนของแต่ละกระทรวง ที่ต้องเร่งดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จ สิ้นภายในสิ้นเดือนธ.ค.57 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายงบประมาณ ตั้งแต่ไตรมาสแรก ของปีงบประมาณ 58 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ ตามนโยบายของรัฐบาล โยในการหารือจะพิจารณาแนวทางต่าง ๆ ในการเร่งรัด และปัญหาอุปสรรค เพื่อเร่งแก้ไขให้เสร็จสิ้น และดำเนินการได้ทันกำหนดเดิมภาพรวมของการใช้จ่ายงบประมาณของปี 57 หลายหน่วยงานยังเบิกจ่ายล่าช้า เช่น ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเขต 8 กลุ่ม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และยะลา ภาพรวมของการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งงบประมาณของจังหวัด และงบประมาณกลุ่มจังหวัด ส่วนใหญ่เบิกจ่ายไม่ถึง 50% และงบบางโครงการก็ซ้ำซ้อนหลายโครงการ ดังนั้น จึงต้องบูรณาการกันใหม่ โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ จัดทำแผนงานการใช้งบประมาณมาใหม่ เพื่อสามารถใช้งบประมาณให้เกิดประโชน์มากที่สุด“งบประมาณในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบตอนนี้ก็มีปัญหา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความล่าช้า หรืองานบางโครงการมีปัญหาในขั้นตอนการปฏิบัติ แม้จะจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว จึงต้องมาแก้ไข ขณะเดียวกันยังได้ให้นโยบายไปว่า ในปีงบประมาณใหม่นี้ ทุกหน่วยงานในพื้นที่ต้องเน้นเรื่องของโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก รวมทั้งโครงการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการแหล่งน้ำ และแก้ปัญหาภัยแล้ง ส่วนเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ขอให้เป็นเรื่องรองลงมา เพราะที่ผ่านมามีแผนงานลงทุนเรื่องนี้หลายโครงการแล้ว โยเฉพาะการสร้างแห่งท่องเที่ยวใหม่”
นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงปลายปีจนถึงต้นปีหน้ายังผันผวน ตามภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแต่ยังไม่เต็มที่ ขณะที่ยุโรปและจีนยังมีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมองว่าทองคำยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนยังให้ความสนใจลงทุน เพราะขาดทุนน้อยกว่าการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ประเภทอื่น ซึ่งแนวโน้มทองคำแท่งในประเทศมีความเป็นไปได้ที่จะแตะบาทละ 18,000 บาท ถ้าเงินบาทแข็งค่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่ทองคำแท่งราคาซื้อบาทละ 18,600 บาท และขายออกบาทละ 18,700 บาท ขณะที่เงินบาทอยู่ะดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ต้องดูว่าธนาคารในแต่ละประเทศ เช่น รัสเซีย จีน อินเดียได้ทยอยซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผลต่อราคาในตลาดโลกนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐาน ราคาอาจจะปรับลดลงบ้าง ซึ่งราคาทองคำในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 1,218-1,219 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และอาจปรับลดลงมาอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งคนที่ซื้อทองคำในราคาสูงควรซื้อเฉลี่ยและขายออกเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น แต่คนที่ยังไม่ซื้อสามารถทยอยซื้อไว้ได้ เพราะราคาเริ่มลดลงแล้ว โดยราคาตลาดโลกลดลง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือการเก็งกำไรของกองทุนต่าง ๆ อาจทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น“การเคลื่อนไหวราคาทองคำที่กำหนดไว้เฉลี่ย 1,180 -1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อทองคำคือภาวะเศรษฐกิจโลก สงคราม และการก่อการร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”