วันที่ 15 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.26น.. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขาย 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 18,919.68 บาท ทองแท่งขาย 19,300 บาท รับซื้อ 19,200 บาท เวลา 09.26 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 15 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหารเทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า เทสโก้ ได้เปิดจับมือบริษัทชั้นนำต่าง ๆ 9 แห่ง เปิดตัวแคมเปญ รวมพลังร่วมใจ ช่วยคนไทยลดค่าครองชีพ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการผนึกกำลังของธุรกิจชั้นนำ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยเหลือลดภาระด้านค่าครองชีพ ทั้งนี้ งานดังกล่าวจัดขึ้น 2 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ย.-31 ธ.ค.นี้ และต้นปีหน้าช่วงไตรมาสแรกอีกครั้งหนึ่ง โดยบริษัทที่เป็นพันธมิตรนั้นจะสลับกันมอบข้อเสนอและส่วนลดพิเศษให้แก่ลูกค้าที่มาใช้บริการในเทสโก้โลตัส ซึ่งการจัดเคมเปญในครั้งนี้ ไม่สามารถประเมินมูลค่าทางการเงิน หรือยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงดังกล่าวได้ เพราะเพิ่งทำเป็นครั้งแรก แต่หากได้รับการตอบรับที่ดี ก็จะพิจารณาดำเนินการต่อไป สำหรับบริษัทที่เข้าร่วมจัดแคมเปญดังกล่าว คือ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ,บริษัทเอ็มเค เรสเตอร์รองส์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน), บริษัทยูนิลีเวอร์ ,บริษั ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล(ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด(มหาชน) ,บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทคาโอ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด,บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ,และบริษัททรูป คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) โดยเดลินิวส์ จะช่วยกระจายข่าวสารต่าง ๆในแต่ละสัปดาห์ที่พันธมิตรฯ มีแคมเปญดังกล่าวแตกต่างกันออกไป เช่น ทรูมูฟเอช ให้ส่วนลดในการซื้อสมาร์ทโฟน พร้อมแถบโบนัสค่าโทรและอินเทอร์เน็ต ,รับคูปองเติมน้ำมันเอสโซ่ 100 บาท เมื่อสะสมแสตมป์เทสโก้ครบ 4 ดวง ,ข้าวไข่เจียวราคาเพียง 9 บาท,อาหารยอดนิยม 10 เมนูในฟูดคอร์ททุกวันพุธราคา 29 บาท,รับส่วนลด 1,500 บาท เมื่อซื้อโทรศัพท์ และแท็ปเล็ต 15,000 บาทขึ้นไป,ไก่ทอดเคเอฟซี ซื้อ 3 ชิ้นรับฟรี 1 ชิ้น พร้อมกับแจกให้ชิมเมนูใหม่ ไก่นุ่ม ที่ออกวันที่ 28 พ.ย.นี้, เอ็มเค เรสเตอร์รองส์ มอบบะหมี่หยกฟรี 2 ก้อน เมื่อสั่งเป็ดย่างจานเล็ก เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมกันจัดแคมเปญดังกล่าว เพราะยอดขายแต่ละบริษัทต่างปรับตัวลดลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดังนั้น ช่วงเวลาที่เหลือ นอกจากจะต้องการกระตุ้นยอดการขายแล้ว ก็ยังต้องการช่วยเหลือลดภาระผู้บริโภคที่มีค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ สูงขึ้นด้วย ซึ่งนับเป็นการร่วมมือร่วมกันใจกันครั้งแรกด้วย
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลยังไม่จำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้ว่าการปฏิเสธคำขออนุมัติสินเชื่อเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ต้องมีการคำนวณรายได้และการผ่อนชำระของลูกหนี้อย่างรอบคอบ แต่ในทางกลับกันการอนุมัติสินเชื่อได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะการแข่งขันการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังมีต่อเนื่อง โดยบางช่วงรุนแรงถึงไม่ต้องมีการวางเงินดาวน์ อย่างไรก็ตาม ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตดีจะเป็นส่วนหนึ่งในการการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “ บุคคลที่ประกอบอาชีพอิสระไม่มีหลักฐานว่า มีรายได้ต่อเดือนเท่าไร แต่ปัจจุบันมีรายได้มากกว่าพนักงานที่ทำงานประจำ ซึ่งช่วงแรกสถาบันการเงินอาจไม่ปล่อยกู้ แต่ได้แนะนำให้ฝากเงินผ่านบัญชีธนาคาร หลังจากนั้นเห็นว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้มีวินัยการออมสม่ำเสมอทำให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ให้ทันที และขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการเก็งกำไรจนทำให้เกิดปัญหาฟองสบู่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนปัญหาหนี้ครัวเรือนแม้อยู่ในระดับสูง แต่หากเกิดจากการซื้อที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นหนี้ที่มีคุณภาพมากกว่าการใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น” นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัย เศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ในวันที่ 18 พ.ย. นี้ สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะรายงานตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 3 ซึ่งอาจสร้างความผิดหวังให้นักลงทุนได้ เพราะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 อาจออกมาแย่ เนื่องจากปัจจัยด้านหนี้ครัวเรือนที่เร่งตัวแรงในระยะหลัง ประกอบกับมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐในด้านการบริโภคได้ลดลง จึงส่งผลให้ครัวเรือนไทยมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะด้านดอกเบี้ยและเงินผ่อนอื่นๆ ลดลง และทำให้การบริโภคสินค้าคงทนลดลงเช่นกัน และมีผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเพื่อการบริโภคในประเทศ ประกอบกับส่งออกหดตัว จึงอาจมีผลให้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 จะยังคงหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 2 ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในผลประกอบการของบริษัทที่มีผลด้านจิตวิทยาต่อผู้ลงทุนได้