นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยยังมีโอกาสในการผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังรัสเซียได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสด ผักแปรรูปและบรรจุกระป๋อง เนื้อไก่ ถั่ว เนื้อสัตว์ เป็นต้น หลังจากที่รัสเซียได้หาตลาดนำเข้าเพิ่มเติม จากการที่ออกคำสั่งห้ามการนำเข้าสินค้าอาหารจากสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป เพื่อตอบโต้ประเทศเหล่านี้กรณีแซงชั่นรัสเซียกรณีที่มีปัญหาเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศรัสเซียกับยูเครน ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสดีของไทยในการผลักดันการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังตลาดรัสเซียให้เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากรัสเซียเป็นตลาดใหญ่และประชาชนมีกำลังซื้อสูงอย่างไรก็ตามในเร็วๆ นี้ ไทยจะเข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-รัสเซีย ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนพ.ย. 57 ที่กรุงมอสโค ซึ่งจะมีการหารือในการขยายการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยสาขาที่คาดว่าจะร่วมมือกันได้ เช่น พลังงาน การท่องเที่ยว และการเกษตร เป็นต้นนายสมเกียรติ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการเจรจาเปิดเสรีการค้า เพื่อขยายตลาดส่งออกให้กับไทย ในเดือนก.ย.นี้ ไทยจะร่วมกับอาเซียนเจรจาเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการอำนวยความสะดวกทางการค้า ในกรอบอาเซียน-จีนเพิ่มเติมให้มากขึ้นจากเดิม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยลุ้นเพิ่มส่งออกสินค้าเกษตรตลาดรัสเซีย
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ยาสมุนไพรมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรค และถือเป็นหนึ่งทางเลือกนอกเหนือการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน ข้อดีของการใช้ยาสมุนไพร คือ มีค่าใช้จ่ายน้อย ประหยัด อีกทั้งสมุนไพรยังหาได้ง่ายในท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องซื้อหาจากร้านขายยาทั่วไป ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายรายหันมาผลิตยาสมุนไพรในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งยาเม็ดแคปซูล ยาน้ำ ยาครีม ฯลฯ จำหน่ายแก่ผู้บริโภค แม้จะมีการกำกับดูแลและควบคุมการผลิตเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ แต่ก็ยังพบผู้ลักลอบนำสเตียรอยด์ผสมลงในยาสมุนไพรเพื่อให้เกิดผลในการรักษาที่ดี และทำให้ผู้ที่ใช้ยาดังกล่าวรู้สึกว่าอาการป่วยทุเลาหายเร็วขึ้น รวมถึงมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กำหนดให้สเตียรอยด์เป็นยาควบคุมพิเศษ เนื่องจากเป็นยาที่มีความเป็นพิษสูง มีผลต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย การใช้ยาสเตียรอยด์จะต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะถ้าหากผู้บริโภคทานยาแผนโบราณที่ปนเปื้อนยาสเตียรอยด์ เป็นระยะเวลานาน ก็อาจก่อให้เกิดอาการบวมอ้วนบริเวณท้องและหน้า แขนขาลีบ ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงความดันโลหิตสูง และอาจเกิดภาวะกระดูกพรุน เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารทะลุจากรายงานการวิจัยโครงการศึกษาความชุกของปัญหาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการใช้ยาสมุนไพรที่มีสเตียรอยด์ปนเปื้อนของ อย. และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สำรวจ ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจำนวน 8,876 ราย จากโรงพยาบาล จำนวน 10 แห่ง พบว่า มีผู้ป่วยจำนวน 1,985 คน มีประวัติ หรืออาการแสดงที่บ่งชี้ว่าเคยผ่านการใช้สารสเตียรอยด์มาแล้ว จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ยาแผนโบราณ พบว่ามีการใช้สารสเตียรอยด์เติมลงในยาแผนโบราณ ประเภทยาลูกกลอน ยาน้ำสมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารส่งผลให้ผู้บริโภคมีโอกาสได้รับสารสเตียรอยด์จากยาประเภทดังกล่าว หากได้รับอย่างต่อเนื่องจะยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังพบช่องทางการวางจำหน่ายยาสมุนไพรที่มีการจำหน่ายทั่วไปตามตลาดนัด รถเร่ขายสมุนไพร ซึ่งไม่มีแหล่งที่อยู่ชัดเจน และการโฆษณาตามเคเบิลทีวี อินเทอร์เน็ต ที่มีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ดังนั้น สคบ. จึงขอฝากถึงผู้บริโภค หากต้องการซื้อยาแผนโบราณมาใช้บริโภคจะต้องเลือกซื้อจากร้านขายยาที่มีใบอนุญาตขายยาอย่างถูกต้องหรือหากจำเป็นต้องใช้ยาแผนโบราณมารักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนซื้อหรือใช้ยาทุกครั้งรวมถึงอ่านฉลากสินค้าที่แสดงบนบรรจุภัณฑ์ โดยต้องมีการแสดงชื่อยา เลขทะเบียนตำรับยา ปริมาณของยาที่บรรจุ เลขที่หรืออักษรแสดงครั้งที่ผลิตชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตและแสดงคำว่า “ยาแผนโบราณ” ให้เห็นอย่างชัดเจน อย่าหลงเชื่อการโฆษณายาแผนโบราณที่มีการอวดอ้างสรรพคุณรักษาได้สารพัดโรคเพราะอาจได้รับอันตรายจากสาร สเตียรอยด์และสารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่อาจเป็นอันตรายด้วย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 ก.ย.) กรมการค้าต่างประเทศได้เปิดประมูล ข้าวสารในสต็อกของรัฐ ครั้งที่ 2 / 2557 ปริมาณ 139,675 ตัน แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2, ข้าวเหนียวขาว 10%, ข้าวท่อนหอมมะลิ ปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี ปลายข้าวเหนียวเอวัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ ในคลังขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส. และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. โดยเปิดให้ผู้ที่สนใจยื่นซองเสนอราคา 38 ราย ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณเพราะข้าวหอมมะลิเริ่มขาดตลาด ทั้งนี้บรรยากาศการประมูลเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ว่าจะมีเอกชนเข้ามาเสนอราคา 38 ราย น้อยกว่าการประมูลรอบแรกที่มีเอกชนเข้ามาเสนอราคา 46 ราย เนื่องจากครั้งนี้ไม่มีการนำข้าวขาว 5% มาเปิดประมูล ส่วนราคาที่เสนอซื้อ หากนำมารวมกับค่าใช้จ่ายขนส่งและปรับปรุง ถือว่าใกล้เคียงกับราคาตลาดนางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ผู้ที่เข้ายื่นซองเสนอราคา 38 ราย พบว่าราคาที่มีผู้เสนอซื้อผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ จำนวน 90,000 ตันจากที่มีการเปิดประมูลทั้งหมด 139,675 ตัน แบ่งเป็นข้าวหอมมะลิ สัดส่วน 80% และข้าวอื่นๆอีก 20% ส่วนข้าวที่เหลืออีกกว่า 40,000 ตัน ไม่ผ่านเกณฑ์ราคาขั้นต่ำ โดยอยู่ระหว่างให้เอกชนยื่นเสนอราคาใหม่อีกครั้ง ซึ่งกรมคาดว่าจะสรุปผลการประมูลอย่างเป็นทางการรายต่อพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ให้พิจารณาในสัปดาห์หน้า ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อนุมัติต่อไป