ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนตลอดวัน โดยช่วงเช้ามีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มสื่อสารภายใต้ความคาดหวังการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันพรุ่งนี้ แต่ในขณะเดียวกันมีแรงเทขายหุ้นในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่คอยกดดัน ทำให้ดัชนียังอยู่ในช่วงปรับฐานตอไป ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,579.01จุดทะยานขึ้นสูงสุด 1,589.93 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,580.87 จุด ลดลง 1.26 จุด หรือ 0.08% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 66,576.12 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทรู ปิดที่ 12.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท2.ปตท. ปิดที่ 356.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท3.เอไอเอส ปิดที่ 214.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท4.บีจีเอช ปิดที่ 18.30 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง5.จัสมิน ปิดที่ 6.85 บาท ลดลง 0.15บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 11 กันยายน 2557 ปิดลบ 1.26 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นางจินตนา ชัยยวรรณาการ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมอยู่ระหว่างประเมินราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคโดยรวม เบื้องต้นต้นทุนการผลิตสินค้ามีแนวโน้มทรงตัวไม่มีการขยับราคา ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะต่ออายุมาตรการตรึงราคาสินค้าต่อเนื่องไปอีก 2-3 เดือน หรือต่ออายุมาตรการจากสิ้นเดือนพ.ย.ไปถึง ม.ค-ก.พ. ปี 58จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในเดือน พ.ย. 57 เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน โดยจะเสนอขอความเห็นชอบจาก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พิจารณาก่อน หากอนุมัติก็จะแจ้งให้ผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครับทราบต่อไป“ตอนนี้ได้รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าให้ พล.อ.ฉัตรชัย รับทราบ โดยทางรมว.พาณิชย์ได้กำชับให้กรมดูแลราคาสินค้าที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เช่น เนื้อหมู ไข่ไก่ ซึ่งกรมจะมีมาตรการในการดูแลตามนโยบายต่อไป” ส่วนในช่วงเทศกาลกิจเจ ที่จะมีในช่วงปลายเดือน ก.ย. นี้ อาหารเจ ไม่ควรปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากไม่มีปัจจัยใดที่จะส่งผลให้ราคาควรสูงขึ้น เพราะเครื่องปรุงอาหาร เครื่องปรุงรส ต้นทุนอาหาร และวัตถุดิบอื่นๆ ไม่มีการปรับราคาขึ้น โดยเฉพาะ ซีอิ้วขาว แป้ง แป้งสาลี เส้นหมี่ น้ำมันพืชสำหรับราคาผักขณะนี้ อาจจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นไปบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลเมื่อสินค้ามีน้อย ความต้องการสูงราคาจึงเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้ผิดปกติแต่อย่างใด โดยมาตรการที่กรมการค้าภายในสามารถทำได้ โดยการเชื่อมโยงตลาด ลดค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากพ่อค้าคนกลาง และจะจัดจำหน่ายผักในราคาไม่สูง ในงานเทศกาลกินเจ ระหว่างวันที่ 24 ก.ย. – 2 ต.ค. 2557 ที่ตลาดยิ่งเจริญ กรุงเทพมหานคร
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของประชาชนว่า พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตในปี 57 เฉลี่ย 2 ครั้งต่อเดือน หรือ วงเงิน 6,534.99 บาทต่อเดือนต่อราย ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าปีก่อนๆมาก เนื่องจากประชาชนให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ลดลง รวมถึงมีหนี้ในบัตรวงเงินสูงกว่าปีก่อน และบางรายวงเงินในบัตรเต็มแล้ว จนเกิดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตลดลง ส่งผลให้ประชาชนที่เป็นหนี้จำนวน 87% ใช้วิธีชำระหนี้บางส่วนไปก่อนหรือบางรายไม่ชำระหนี้เลย “ในช่วง 3-6 เดือนที่ผ่านมา พบว่า 87% ที่มีการชำระหนี้บางส่วนและไม่ชำระเลย แบ่งเป็น ประชาชน 28% มีการชำระหนี้เพียง 5% ของหนี้ที่ต้องจ่ายแต่ละเดือน, ประชาชน 47.7% มีการชำระหนี้ 10-20% และประชาชน 11.3% ไม่จ่ายหนี้เลย ซึ่งในส่วนที่เบี้ยวหนี้หรือไม่จ่ายเลยก็จะคิดเป็น 2 ล้านบัญชี จากทั้งหมดที่มีบัญชีเกือบ 20 ล้านใบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นกลุ่มที่มีรายได้ต่ำ เพราะหาเงินไม่ทัน อย่างไรก็ตามในกลุ่มที่บัตรเต็มวงเงินส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีการกู้เงินนอกระบบมาใช้จ่ายหรือจ่ายหนี้บางส่วนแทน เพราะไม่สามารถที่จะเบิกเงินไปโป๊ะหนี้อีกใบหนึ่ง” ทั้งนี้หากแยกเป็นหนี้คงค้างชำระบัตรเครดิตแยกอาชีพ แบ่งเป็น กลุ่มรับราชการค้างชำระ 76.4% และไม่ค้างชำระ 23.6%, กลุ่มพนักงานเอกชน ค้างชำระ 78.9% และไม่ค้างชำระ21.1% , กลุ่มรับจ้างค้างชำระ 88.4% และไม่ค้างชำระ 11.6%, นักศึกษา ค้างชำระ 86.3% และไม่ค้าง 13.7% และ กลุ่มเจ้าของกิจการ ค้างชำระ 70.1% และไม่ค้าง 29.9% โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือกลุ่มรับจ้างซึ่งจะมีปัญหาการหาเงินมาหมุนไม่ทัน ขณะที่กลุ่มนักศึกษาจะเป็นกลุ่มที่ใช้จ่ายเกินตัวโดยอ้างว่าผู้ปกครองให้เงินมาน้อย แต่กลุ่มนักศึกษาไม่น่าห่วงเท่ากับกลุ่มรับจ้างเพราะผู้ปกครองจะเข้ามาช่วยในการจ่ายหนี้ สำหรับการเปรียบเทียบรายได้และยอดค้างชำระบัตรเครดิตพบว่า กลุ่มที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ส่วนใหญ่จะมียอดค้างชำระเฉลี่ย 30,000 -40,000 บาท, กลุ่มที่มีรายได้ 10,000-20,000 บาท ส่วนใหญ่จะมีหนี้ค้างชำระต่ำกว่า 10,000 บาท, กลุ่มที่มีรายได้ 20,000-30,000 บาท ส่วนใหญ่จะมีหนี้ค้างชำระ 10,000-20,000 บาท และกลุ่มที่มีรายได้ 90,001 บาทขึ้นไปส่วนใหญ่จะมีหนี้ค้างชำระ40,001-50,000 บา