shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ทีโอเอลุ้นรายได้โต13%

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคาดว่าปีนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 13% ได้ หากยอดขายในไตรมาสสุดท้ายนี้เติบโตได้ดีตามที่คาดไว้ ซึ่งจะชดเชยช่วงที่รายได้ชะลอตัวจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ เนื่องจากโดยปกติแล้ว ไตรมาส 4 นั้นถือเป็นฤดูกาลขาย หลังจากที่ฤดูฝนสิ้นสุดลง ประชาชนก็จะเริ่มกลับมาทำสีอาคาร เพื่อปรับปรุงหรือตกแต่งบ้านและอาคารต่าง ๆ มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ต้องรอดูสถานการณ์โดยภาพรวมอีกครั้ง ว่าจะมีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยมากน้อยเพียงใดทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายในประเทศต่ำกว่า 13% แต่ด้านยอดขายต่างประเทศนั้น เติบโตมากกว่า 13% โดยเฉพาะที่ประเทศเวียดนาม ที่ทำยอดขายได้ดีที่สุด จาก 6 ประเทศ ที่บริษัทเข้าไปทำตลาด คือ สปป.ลาว,เมียนมาร์,เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15%”ปีนี้ยังคงคาดเดาได้ยาก ว่าจะมีรายได้เท่าไร เนื่องจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี แต่เชื่อว่าเมื่อภาพรวมในประเทศฟื้นตัว การค้าขาย รวมถึงจับจ่ายใช้สอย ก็จะปรับตัวดีตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าที่ขายได้ เช่น สีทีโอเอ ที่ลูกค้ามั่นใจว่าเมื่อซื้อไปแล้ว จะสามารถปล่อยสินค้าขายต่อได้เลย ก็จะยิ่งขายดี แต่อย่างไรก็ดี คาดว่าไตรมาส 4 ยอดขายคงเติบโตไม่เกิน 13% จากปีก่อนที่มีรายได้ 16,000 ล้านบาทได้ทัน”แต่อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมแผนเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างเข้มข้น หลังเห็นโอกาสจากการเติบโตที่ดี โดยวางเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 20% ใน 5 ปีข้างหน้า ด้วยการขยายเข้าไปยังสิงคโปร์, ฟิลิปินส์ และบรูไน เพื่อครอบคลุมทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน จากนั้นจึงจะพิจารณาการตั้งโรงงานใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดนายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดต่อจากนี้ คือต้องการขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ได้ หลังจากทำตลาดในอาเซียนได้แข็งแกร่งแล้ว โดยเชื่อว่าบริษัทมีจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและชื่อเสียงแบรนด์ แต่ทั้งนี้ยังต้องปรับปรุงด้านคุณภาพพนักงานและเงินทุน

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีโอเอลุ้นรายได้โต13%

Posts related

 














สทท.ชง8มาตรการดันรายได้4ลล.บ.

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.ได้หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อนำเสนอมาตรการด้านการพัฒนาระบบการท่องเที่ยว 8 มาตรการ ที่จะใช้ยกระดับให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีรายได้เข้าประเทศตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ รวมถึงระยะยาว ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานระหว่างภาครัฐ และเอกชนให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้นสำหรับ 8 มาตรการที่นำเสนอ คือ จัดทำเว็บไซต์ ให้เป็นระบบออนไลน์ระบบเดียวทั้งประเทศ และเป็นเว็บไซต์เดียวที่รวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทุกอย่าง เพื่อให้เกิดการรับรู้ในหมู่นักท่องเที่ยวได้โดยง่าย รวมถึงประหยัดงบประมาณของเอกชน,พัฒนาระบบการขนส่งภายในแหล่งท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางเชื่อมต่อภายในแหล่งท่องเที่ยวยุ่งยากมาก ,ยกระดับการบริการด้านการให้ข้อมูลของคอลเซนเตอร์ให้เป็นระบบเดียว, เพิ่มบริการขอออนไลน์วีซ่าเข้าประเทศ มีกระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบ ,ออกแบบและติดตั้งระบบตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ใช่สัญชาติไทย เพื่อให้ตรวจลงตราวีซ่าที่เคาน์เตอร์สายการบิน ,ติดตั้งประตูอัตโนมัติในท่าอากาศยานหลัก และยกเลิกการกรอกบัตรขาออก (ตม.6)นอกจากนี้ ต้องสร้างแอพพลิเคชั่นให้นักท่องเที่ยว เพื่อใช้ตรวจสอบเส้นทาง ตำแหน่งของยานพาหนะ เพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ,ให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ โดยจัดทำระบบออนไลน์ เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทาง รวมทั้งเพิ่มบริการจองตั๋วรถไฟ รถโดยสารแบบออนไลน์ และสุดท้าย แก้ปัญหาฉ้อโกงนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลักนางปิยะมาน กล่าวว่า การทำงานด้านขับเคลื่อนการตลาด และจัดทำเป้าหมายให้รายได้จากการท่องเที่ยวปี 61 ไว้ที่ 4 ล้านล้านบาทนั้น เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ และศักยภาพของไทยก็ยังมีความพร้อม แต่หลังจากนี้ จะต้องรุกทำตลาดให้หนักยิ่งขึ้น เช่น ทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางมาไทย ที่ถือเป็นงานหนัก เพราะญี่ปุ่นเป็นตลาดที่กังวลเรื่องความปลอดภัยกับแหล่งท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก“ต้อง ยอมรับว่า การที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มารับตำแหน่งรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นนักการตลาดมาก่อน และทราบว่า จะไปโรดโชว์กับททท.ในงานด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเคยทำงานกับญี่ปุ่นมาแล้ว จากบริษัทโตชิบา ก็น่าจะเข้าใจลักษณะของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี”

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทท.ชง8มาตรการดันรายได้4ลล.บ.

พาณิชย์เร่งจัดระเบียบร้านค้างาช้าง

นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมฯ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเร่งจัดระเบียบผู้ค้างาช้างในประเทศไทย ให้เป็นระบบ พร้อมดำเนินการขึ้นทะเบียนบัญชีผู้ค้างาช้างของไทย ให้เป็นปัจจุบันที่สุด หลังพบว่าไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้างาช้าง และนอแรดแบบผิดกฎหมายรวมทั้งเป็นแหล่งค้างาช้างที่สำคัญระดับโลก“กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และมองว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข จึงได้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมลงพื้นที่ค้างาช้างสำคัญทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจ พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกอบการค้างาช้าง จดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนพาณิชย์ แก่ผู้ประกอบการค้างาช้างในพื้นที่ด้วย”เบื้องต้น เตรียมลงพื้นที่นำร่องในเขตได้แก่ ตลาดนัดสวนจตุจักร และท่าพระจันทร์ เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการค้างาช้างเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น จะทยอยลงพื้นที่ในเขตอื่น ๆ และในส่วนภูมิภาคต่อไปนางสาวผ่องพรรณ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ1 ใน 8 ประเทศ ว่ามีส่วนต่อขบวนการค้างาช้าง และลักลอบขายงาช้างผิดกฎหมาย รวมถึงไม่มีผลงานในเชิงบวก ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมาย ในการควบคุมการลักลอบค้างาช้างอย่างเข้มงวด อาจทำให้ประเทศไทย ถูกนานาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าสินค้า เชิงพาณิชย์ทุกประเภท ที่อยู่ภายใต้ความควบคุมของไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์)เช่น กล้วยไม้ หนังสัตว์เลื้อยคลาน และหนังฟอก (หนังงู และหนังจระเข้) ไม้หายาก เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลกระทบในภาพรวมต่อการส่งออก และนำเข้าสินค้าของไทยในอนาคต“ไซเตส กำหนดให้“ช้าง”เป็นสัตว์ป่าที่ถูกควบคุมในบัญชีหมายเลข 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่ทำการศึกษาวิจัย เพาะพันธุ์การส่งออก จะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่นำเข้าเสียก่อน”

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เร่งจัดระเบียบร้านค้างาช้าง

Page 219 of 1552:« First« 216 217 218 219 220 221 222 »Last »
Home Webmail Password Help File Manager Logout Edit a file