shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

อุดช่องโหว่เด็กกู้เงินเรียน

นายเปรมประชา ศุภสมุทร กรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกรอ. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้สั่งให้กรอ.ไปหารือกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อย่างเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาผู้ที่ขอกู้เงินจากกรอ.ไม่ผ่านแล้วเข้าไปขอใช้สิทธิ์กู้เงินกับกยศ. ซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เด็กนักเรียน นักศึกษาที่มีฐานะยากจน และเรียนดีจริงไม่มามารถเข้ามากู้เงินเรียนกับกองทุนกยศ.ได้ เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการควบคุมปัญหาดังกล่าว โดยให้ทั้งสองกองทุนร่วมกันพิจารณาข้อมูลของผู้ที่เสนอขอกู้เงิน หากเรียนในสาขาที่กรอ.กำหนดก็สามารถกู้เงินค่าเล่าเรียนจากกรอ.ได้ทันที ส่วนผู้ที่กู้กรอ.ไม่ผ่านก็ให้ไปกู้เงินจากกยศ.แทน แต่จะได้เพียงค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเท่านั้น “เรื่องดังกล่าวเป็นช่องโหว่อยู่นาน เพราะกฎหมายการควบรวมสองกองทุนเข้าด้วยกันยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาในช่วงรัฐบาลก่อน จึงทำให้เกิดปัญหา เพราะทั้งสองกองทุนซ้ำซ้อนกัน ขอกรอ.ไม่ผ่านก็มาขอกยศ.แทน เพราะกยศ.รับหมดขอแค่ให้เป็นเด็กยากจนจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์จริง และผู้ที่จบมาก็อาจไม่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงต้องให้ทั้งสองกองทุนมาหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางป้องกัน แต่ก็คงดูหลายแนวทางประกอบกัน ซึ่งเชื่อว่า หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ จะช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพให้ตรงกับงาน และปัญหาการไม่ใช้เงินคืนกองทุนจะลดลง”

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุดช่องโหว่เด็กกู้เงินเรียน

Posts related

 














ตั้งเป้าหมายปี 58 ผลิตรถยนต์ 2.3 ล้านคัน

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในปี 58 จะมีปริมาณ 2.3 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 100,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4-5 % เมื่อเทียบกับปี 57 โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการผลิต เพื่อการส่งออก 1125 ล้านคัน  เนื่องจากยังมีความต้องการจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ส่วนปริมาณการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศ  มีประมาณ 1.05 ล้านคัน เพราะความต้องการรถยนต์ในประเทศ  ยังไม่สูงมากนัก  “ยอดการผลิตรถยนต์ปีหน้า ในเบื้องต้นคาดว่า  จะอยู่ที่ 2.3 ล้านคัน ตามสมมุติฐานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 4-4.5 % ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่านี้  ยอดการผลิตรถยนต์ ก็จะลดลงตาม โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ  ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศอีกครั้งในช่วงปลายปี ต้องรอให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ส่งตัวเลขมาก่อน” ส่วนปริมาณการผลิตรถยนต์ในปีนี้ ขณะนี้ยังคาดการณ์ตามเป้าหมายเดิม คือ 2.2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตรถยนต์ เพื่อการส่งออก 1.2 ล้านคัน การผลิตรถยนต์ เพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านคัน  ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นห่วงสถานการณ์การผลิตรถยนต์ในประเทศ จะได้ถึง 1 ล้านคันได้หรือไม่  เพราะกำลังซื้อในประเทศ ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น แม้ภาครัฐ จะกระตุ้นเศรษฐกิจมาก่อนหน้านี้  เช่น   จ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว  การกระตุ้นเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ  ยังไม่ส่งผลกระตุ้นต่อเศรษฐกิจได้มากนัก 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งเป้าหมายปี 58 ผลิตรถยนต์ 2.3 ล้านคัน

ชี้สภาพคล่องในระบบการเงินไทยไม่ตึงตัว

นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สภาพคล่องในระบบการเงินไทยปัจจุบัน ไม่ได้ตึงตัวขึ้น  เพราะธปท.ยังทำหน้าที่ดูดซับสภาพคล่อง ด้วยการขายพันธบัตรโดยมีสัญญาจะซื้อคืนอยู่อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งอัตราส่วนยอดสินเชื่อต่อเงินฝากและตั๋วบีอี แต่ไม่รวมการกู้ยืมระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) เมื่อสิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น จากเดือนม.ค.ที่ 96.29% เป็น 98.29%  รวมถึงการดำรงเงินฝากของสถาบันการเงินไว้ที่ธปท.ลดลง โดยจากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ลดลงเหลือ 94,200 ล้านบาทนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายการบริหารสภาพคล่องของแต่ละธนาคารเอง ส่วนกรณีที่สถาบันการเงินแข่งระดมเงินฝากกันมากขึ้นนั้น โดยภาพรวมแล้ว ธปท.ไม่เห็นว่าการแข่งขันระดมเงินฝากรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ให้ หากดูเป็นรายธนาคารพาณิชย์ แต่ละธนาคารอาจจะมีสภาพคล่องต่างกัน บางธนาคารอาจวางแผนแหล่งที่มาขอเงิน เพื่อวางแผนต้นทุน และระดมเงินฝาก เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตามแผนกลยุทธ์การตลาดปกติเท่านั้น “สรุปว่าสภาพคล่องไทยในขณะนี้ ไม่ได้ตึงตัว และสภาพคล่องก็ไม่ได้มีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด โดยทิศทางนโยบายการเงินของธปท.ขณะนี้ ยังผ่อนคลาย เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจ” นายจิรเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดในปัจจุบันของไทย ก็ไม่ได้น่าห่วง แต่อย่างไรก็ดีตาม โดยหลักการแล้ว หากดุลบัญชีเดินสะพัดแบบอ่อน ๆ ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมทั้งไทย ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะหมายความว่าเป็นการเร่งเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจด้วยการลงทุน ดังนั้น ต้องแยกว่าขาดดุลจากส่วนไหน หากขาดดุลจากการเร่งลงทุน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และไทยก็รอคอยการลงทุนมานานแล้ว แต่หากขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากราคาน้ำมันถูกลง และทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น จนกระทบการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น คงต้องไปดูว่าไทยประหยัดพลังงานน้อยไปหรือไม่ หรือควรปรับไปใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้นหรือไม่

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้สภาพคล่องในระบบการเงินไทยไม่ตึงตัว

Page 227 of 1552:« First« 224 225 226 227 228 229 230 »Last »
Home Webmail Password Help File Manager Logout Edit a file