รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจแรงงานนอกระบบ ปี 57 ว่า สำนักงานได้สำรวจแรงงานจากจำนวนผู้มีงานทำทั้งหมด 38.4 ล้านคนพบว่ามีผู้ที่เป็นแรงงานนอกระบบถึง 22.1 ล้านคนหรือคิดเป็น 57.6% แยกเป็นแรงงานที่เป็นผู้หญิง54.8% และผู้ชาย 45.2% ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านการเกษตรและประมง รองลงมาเป็นพนักงานบริการพนักงานร้านค้าและตลาด รวมทั้งอาชีพพื้นฐานต่างๆ ในด้านการขายการบริการซึ่งการทำงานด้านเกษตรกรรมของแรงงานนอกระบบถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศที่ต้องพัฒนาเพิ่มมูลค่าการผลิต ดังนั้นรัฐจึงควรดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการและให้ความช่วยเหลือด้านการทำงานให้ดีขึ้นทั้งนี้เมื่อพิจารณาถึงค่าจ้างเฉลี่ยต่อเดือนของแรงงานนอกระบบกับแรงงานในระบบพบว่า มีสัดส่วนแตกต่างกันถึง 2 เท่าโดยแรงงานในระบบได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 14,248 บาท ส่วนแรงงานนอกระบบได้รับค่าจ้างเพียงเดือนละ 6,437 บาท และหากพิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรม ยังพบว่าค่าจ้างเฉลี่ยของแรงงานนอกระบบน้อยกว่าแรงงานในระบบทุกสาขาอุตสาหกรรมโดยเฉพาะสาขาเกษตรกรรม ที่มีจำนวนแรงงานนอกระบบมากที่สุดได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเพียงเดือนละ 4,950 บาทขณะที่แรงงานในระบบได้รับค่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 6,403 บาท ส่วนสาขาที่แรงงานนอกระบบได้รับค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดคือกิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย ได้รับค่าจ้างเดือนละ 20,783 บาทส่วนภูมิภาคที่มีจำนวนแรงงานนอกระบบและในระบบรายภาคพบว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ มีแรงงานนอกระบบมากกว่าแรงงานในระบบ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีแรงงานนอกระบบ 77.4% แรงงานในระบบ 22.6% ภาคเหนือ มีแรงงานนอกระบบ 72.2% แรงงานในระบบ 27.8% และภาคใต้มีแรงงานนอกระบบ 59.5% แรงงานในระบบ40.5% ขณะที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และภาคกลางมีแรงงานในระบบมากกว่าแรงงานนอกระบบ คือ กทม.มีแรงงานในระบบ 70.5% แรงงานนอกระบบ 29.5% และภาคกลางมีแรงงานในระบบ 56.1% และแรงงานนอกระบบ 43.9%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แรงงานนอกระบบพุ่งกระฉูด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















น.ส.นิสากร จึงเจริญธรรม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่าในปี 58 กรมฯได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินโครงการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญา53.5 ล้านบาทตั้งเป้าหมายพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 450 รายสูงขึ้นจากปี 57 ที่ได้รับงบประมาณ45.2 ล้านบาท พัฒนาผู้ประกอบการ 400 คน โดยปี 58จะเพิ่มการส่งเสริมผู้ประกอบการที่เป็นชนเผ่าเพิ่มเติมเช่น ชนเผ่ากระเหรี่ยง มีความสามารถในการผลิตผ้าชาวเขา แต่ยังผลิตเป็นผืนทางโครงการฯ จะเข้าไปให้ความรู้ในการยกระดับสินค้าให้สามารถจำหน่ายในระดับสากลมากขึ้นโดยจะนำผ้าชาวเขา ไปพัฒนาผลิตเป็นสินค้าประเภทอื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์“โจทย์การพัฒนาชาวบ้านชนเผ่าให้ยกระดับการผลิตสินค้าให้เป็นไปตามความต้องการในระดับสากลถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายมาก เพราะการผลิตสินค้าของชนเผ่ามีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่นการดีไซด์ การหาช่องทางการตลาด กำลังการผลิต แต่เราก็ต้องทำเพราะเขาถูกทอดทิ้งมานาน ซึ่งทางกรมฯ จะเข้าให้ความรู้ในการพัฒนาสินค้ามากขึ้นเช่น ผ้าชาวเขาจากปกติที่ผลิตเป็นผืนจะให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำการดีไซด์สินค้า นำไปผลิตสินค้าประเภทอื่นมากขึ้นและยังดูแลผู้ประกอบการส่วนกลุ่มโอทอป ก็ยังส่งเสริมต่อไปเช่นกันซึ่งตรงกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นมากขึ้น” สำหรับโครงการพัฒนาธุรกิจ ฯเป็นการคัดเลือกผู้ประกอบการจาก 4 ภาค ได้แก่เหนือ กลาง อีสาน และใต้ เข้าร่วมโครงการโดยจะร่วมกับสถาบันการศึกษาพัฒนาความรู้รวมทั้งเชิญผู้เกี่ยวข้องโดยตรง พัฒนาช่องทางการตลาดซึ่งล่าสุดได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการจาก 400 รายที่ผ่านการพัฒนาความรู้แล้ว ให้เหลือ 100 รายเข้าสู่กระบวนการตลาดทั้งการทดสอบตลาดจริงและพาพบตัวแทนผู้ซื้อเพื่อให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ จากทั้งตลาดนิชมาร์เกตและห้างชั้นนำทั่วโลก เช่น ห่างสรรพสินค้าโรสส์ สโตร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ฮาบิแททยูเค ,ฟรานซ์ ฟรานซ์ เจแปน , ห้างสรรพสินค้าคอยน์ ประเทศอิตาลีซึ่งจะสร้างโอกาสในการรับคำสั่งซื้อจากต่างชาติที่จะไปขายในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ขณะนี้ราคาสินค้าตามตลาดสดและตลาดนัดในพื้นที่ต่างๆปรับลดลงจากปีก่อนอย่างมากโดยเฉพาะผักสด และอาหารโปรตีนซึ่งเป็นสินค้าหลักในการนำไปประกอบอาหารของประชาชนในชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงจากรายได้ที่ลดลงและการมีหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นโดยราคาผักสดและเนื้อสัตว์ที่สำคัญ เช่น ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคา 2.8-2.9 บาทต่อฟอง ลดลง80สต.ต่อฟองจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ3.6-3.7 บาทต่อฟอง, ไข่เป็ดขนาดกลาง ราคา 4.5-4.6 บาทต่อฟอง ลดลง 60 สต.ต่อฟองจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ระดับ 5.1-5.2บาทต่อฟองเนื่องจากความต้องการผู้บริโภคลดลงและเป็นช่วยฤดูฝนชุกทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกอาหารธรรมชาติอื่นทดแทนขณะที่ผักชีขีดละ8-9บาท ลดลง 5 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา 15-16 บาทต่อขีดมาจากผลผลิตรุ่นใหม่จากแหล่งผลิตทั่วไปออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจึงส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง ส่วน ต้นหอม 5-6 บาทต่อขีด ลดลง2-3 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคา8 บาท ,ผักบุ้งจีนราคา 20-22 บาทต่อกก. ลดลง 6-7 บาท, ผักคะน้า ราคา 25-28 บาทต่อกก. ลดลง1-4บาท., ผักกาดขาวปลีกราคา15-18 บาทต่อกก. ลดลง 6 บาท, กำหล่ำปลี 12-15 บาทลดลง 2-3 บาท, พริกขี้หนู4-5บาทต่อขีด ราคาคงที ส่วน มะนาวแป้นเบอร์ 1-2 ราคา 3.5-4บาทต่อลูกเพิ่มขึ้น 1-1.25 บาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราคาอยู่ระดับ 2.5-2.75บาทต่อลูก และ มะนาวแป้นเบอร์ 3-4 ราคา 3-3.25 บาทต่อลูกเพิ่มขึ้น 1 บาท“สาเหตุที่มะนาวมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นต่างจากสินค้าเกษตรตัวอื่นๆเพราะว่าก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากฝนตกและลมแรงทำให้มะนาวดอกร่วงและผลผลิตลดลงอีกทั้งในบางพื้นที่ไม่สามารถทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ขณะที่สินค้าอื่นๆที่ปรับตัวลดลงมากมากๆ เช่น ผักบุ้งจีน ผักกาดหอมถั่วฝักยาว จากสภาพอากาศที่เหมาะสม ทำให้ผักส่วนใหญ่สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีจนมีผลผลิตออกสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้น”