มีเรื่องราวก่อเกิดขึ้นมากมายที่ “ซิลิคอน วัลล์เล่ย์ ” สถานที่ที่คนไอที รู้จักกันดี เพราะถือป็นศูนย์กลางทางนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดและที่ตั้งของบริษัทด้านไอทีชื่อดังมากมาย เป็นสถานที่ที่คนไอทีใฝ่ฝันจะได้เข้าไปทำงาน หรือเยือนสักครั้งในชีวิต ซึ่งโครงการดีแทค แอคเซลเลอเรท 2014 ที่ค้นหาผู้ประกอบการไอทีหน้าใหม่ หรือ “สตาร์ต อัพ” ก็ได้ทีมที่ได้เป็นตัวแทนคว้าสิทธิได้ไปร่วมโครงการแบล็ก บ๊อกซ์ (Black Box) ที่ซิลิคอน วัลล์เล่ย์แล้ว หลังจากสตาร์ตอัพที่ชนะเลิศ 5 ทีมสุดท้าย คือ ทีม เอนนี่แวร์ ทู โก (Anywhereto Go), ทีมพิกกิโปะ (Piggipo), ทีมฟาสท์ทิน โฟล( Fastin Flow) , ทีมไดรฟ์บอท ( Drivebot ) และทีมสตอรี่ล็อก (StoryLog) ได้นำเสนอผลงานในวันเดโม เดย์ 2014 หลังจากเสร็จสิ้นการร่วมเวิร์กช็อปบูธแคมป์ เป็นเวลา 3 เดือน โดยมีนักลงทุนชั้นนำจากทั่วโลกมาเป็นคณะกรรมการตัดสิน อาทิ เจฟฟรีย์ เพนน์ จากโกลเด้นท์ เกตเวนเจอร์, กวงฮัว ซู จาก กรี เวนเจอร์, อเล็กซ์ จาวิซ จาก จังเกิล เวนเจอร์, เอเดรียน แวนเซล ซีอีโอ อาร์เด้นท์ แคปปิตอล, ฮิโร มาชิตะ จาก M&S Partners และ โคชิ ไซโตะ จาก IMJฯลฯ ซึ่งทีมที่ได้เป็นตัวแทนไปร่วมโครงการแบล็ก บ๊อกซ์ ที่ซิลิคอน วัลล์เล่ย์ คือ พิกกิโปะ(Piggipo) ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นจัดการบัตรเครดิตทุกใบในแอพเดียว ขณะที่ทีมเคลมดิ(Claim Di) ที่เป็นแอพพลิเคชั่นในการเคลมประกันรถยนต์ ได้รับรางวัลดิจิตอล วินเนอร์ เป็นตัวแทนสตาร์ตอัพจากทีมดีแทคประเทศไทยไปแข่งขันกับตัวแทนจากเทเลนอร์ทั่วโลกทั้ง 13 ประเทศ ณ ประเทศนอร์เวย์ ผลงานของ “พิกกิโปะ” ได้ออกสู่ตลาดจริงแล้วถือเป็นแอพพลิเคชั่นด้านการเงินที่ได้รับความนิยมขึ้นเป็นอันดับ 1 ในแอพสโตร์ และยังได้รับเงินสนับสนุนจากอุ๊กบี (Ookbee ) ด้วย ขณะที่แอพพลิเคชั่น เคลม ดิ ก็พร้อมจะทำตลาดถึงกลุ่มลูกค้าแล้ว โดยได้รับเงินลงทุนจาก 500 Startups เพื่อขยายตลาดไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียด้วย นายแอนดริว กวาลเซท ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์และนวัตกรรมธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า การเลือกทีม พิกกิโปะ ไปซิลิคอน วัลล์เล่ย์ เนื่องจากมีการนำเสนอผลงานที่ดี มีกลยุทธ์และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และมีโอกาสจะประสบความสำเร็จได้ ซึ่งแผนงาน ของดีแทค แอคเซลเลอเรท ต่อจากนี้จะมีรูปแบบธุรกิจและเข้าไปเป็นพันธมิตรเพื่อวางกลยุทธ์และให้เงินลงทุนอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยทำตลาดเชิงพาณิชย์ โปรโมตให้แอพพลิเคชั่นของทั้ง 5 ทีม เพื่อให้มีการดาวน์โหลดมีและรายได้เข้ามา คาดว่าจะมี 2-3 ทีมที่พร้อมทำตลาดในปลายปีนี้ โดยจะช่วยขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลูกค้าของเทเลนอร์ที่มีอยู่ใน 13 ประเทศทั่วโลก ด้าน น.ส.สุพิชญา สูรพันธุ์ อายุ 24 ปี ผู้ร่วมก่อตั้งและพัฒนาแอพพลิเคชั่น พิกกิโปะ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่อยากพัฒนาแอพพลิเคชั่นช่วยจัดการเรื่องการใช้งานบัตรเครดิต เนื่องจากมีญาติที่เคยประสบปัญหามีบัตรเครดิตหลายใบแล้วไม่รู้ว่าใช้รูดไปแล้วเป็นเงินเท่าไร เกิดปัญญาใช้จ่ายบัตรเครดิตเกินตัว สลิปล้นกระเป๋าเพราะต้องเก็บไว้เป็นหลักฐาน หรือ ลืมวันชำระเงิน จนทำให้เกิดมีดอกเบี้ยตามมา จึงคิดที่จะหาเครื่องมือในการช่วยเหลือในเรื่องนี้ จนมาเป็น พิกกิโปะ ที่เป็นแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนรองรับทั้งไอโอเอส และแอนดรอยด์ โดยมีทีมงานร่วมกันพัฒนาทั้งหมด 7 คน สำหรับจุดเด่นของ พิกกิโปะ คือ สามารถเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายของบัตรเครดิตทุกใบในหน้าแรกของแอพพลิเคชั่น โดยยอดค่าใช้จ่ายจะแยกตามรอบบิลของแต่ละบัตร ทำให้ผู้ใช้รู้ยอดใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ และสามารถตั้งยอดค่าใช้จ่ายต่อบัตรได้ โดยเมื่อใช้จ่ายใกล้ถึงยอดจะมีอีโมชั่น พิกกิโปะ รูปหมู ที่จะเปลี่ยนอีโมชั่นไปตามการใช้จ่ายคอยเตือนให้รู้ นอกจากนี้ยังมีระบบผ่อนชำระ เปรียบเสมือนเลขาส่วนตัว ช่วยคำนวณดอกเบี้ยและวางแผนการใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และยังมีกราฟช่วยวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายที่ได้ใช้ไป พร้อมทั้งบันทึกทุกค่าใช้จ่าย ป้องกันปัญหาหลงลืมว่าใช้อะไรไปบ้าง และแสดงวันตัดรอบแต่ละใบ ช่วยให้เราเลือกใช้บัตรที่ให้ช่วงระยะเวลาจ่ายนานสุดได้อย่างรวดเร็ว และมีระบบเตือนไม่ให้ลืมวันชำระเงินด้วย ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ได้มาตรฐานเพราะไม่ต้องใส่ข้อมูลบัครเครดิตใด ๆ และแอพก็มีการเข้าระบบ 128 bit เป็นมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกับธนาคารทั่วโลก ทั้งนี้หลังจากเปิดให้คนได้ดาวน์โหลดแล้วปรากฏว่ามียอดดาวน์โหลดแล้วมากกว่า 6 หมื่นครั้ง และมีผู้เปิดใช้ประจำมากกว่า 50% ก็มีการเข้าไปพูดคุยกับธนาคารต่าง ๆ ซึ่งก็มีหลายแห่งสนใจ และกำลังอยู่ระหว่างคุยกับนักลงทุนรายใหญ่ระดับโลกอยู่ด้วยคาดว่าจะมีความชัดเจนเร็ว ๆ นี้ “หลังจากจบปริญญาโท ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีความคิดว่าไม่อยากทำงานประจำต้องการเข้าสู่วงการสตาร์ตอัพ คิดพัฒนาผลงานและรูปแบบธุรกิจที่ต้องการทำให้สำเร็จ แล้วนำไปประกวดในเวทีต่าง ๆ จนช่วงแรกๆ พ่อแม่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่หางานทำ แต่ตอนหลังเห็นว่าเราสามารถทำได้ก็เข้าใจ จึงอยากฝากให้คนที่สนใจด้านนี้มีความตั้งใจและพยายามเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จได้” น.ส.สุพิชญา กล่าว อย่างไรก็ตามสำหรับผลงานของอีก 3 ทีมชนะเลิศ ประกอบด้วย ทีมฟาสท์ทิน โฟล ซึ่งเป็นบริการทำวิจัยผู้บริโภคสำหรับนักการตลาดผ่านเว็บและแอพพลิเคชั่น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้ว และมีกว่า 100 บริษัทที่เข้ามาเป็นลูกค้าขณะที่ผู้เข้ามาตอบแบบสอบถามก็จะได้แต้มเพื่อนำไปแลกของรางวัลต่าง ๆ ส่วน ทีมไดรฟ์ บอท เป็นโมบายแอพที่ช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถ จะคอยเตือนเมื่อรถมีปัญหา หรือถึงเวลาต้องตรวจสภาพรถ จะเปิดตัวในเชิงพาณิชย์เร็ว ๆ นี้ และสุดท้าย คือทีม สตอรี่ล็อก เป็นสังคมออนไลน์ สำหรับใช้แบ่งปันเรื่องราวสุข เศร้า ตลกของทุกคน แชร์ได้ทุกเรื่อง และเรื่องราวเรานี้จะถูกเก็บไว้ไม่ให้ตาย ปัจจุบันมีคนเข้ามาดูแล้วมากกว่า 1 ล้านวิว และมีแฟนเพจติดตามจำนวนมาก ทั้งนี้ดีแทคได้เตรียมงบประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนเพิ่มเติมทั้ง 5 ทีม รวมถึงสนับสนุนการทำตลาด เพื่อให้ผลงานทั้งหมดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในเร็ว ๆ นี้. จิราวัฒน์ จารุพันธ์ JirawatJ@dailynews.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘พิกกิโปะ’ คว้าตั๋วไปซิลิคอน วัลล์เล่ย์ – ฉลาดสุดๆ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ซัมซุงเผยโฉม “ซัมซุง เกียร์ เอส (Samsung GearS)” อุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ (Smart Wearable Device) แห่งอนาคตที่จะช่วยขยายประสบการณ์สมาร์ทโฟนไว้บนข้อมือ เชื่อมต่อกับเครือข่าย 3G และคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่ออุปกรณ์แบบสวมใส่ นายเจเค ชิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ระบุว่า ซัมซุง เกียร์ เอส สร้างแนวคิดใหม่ให้กับอุปกรณ์อัจฉริยะสวมใส่ได้ รวมถึงวัฒนธรรม การใช้งานอุปกรณ์มือถือ โดยช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตที่ไม่หลุดจากการเชื่อมต่อได้ทุกที่ และตลอดเวลาอย่างแท้จริง ซัมซุง เกียร์ เอส ออกแบบให้แสดงผลบนจอโค้ง 2 นิ้ว ซูเปอร์ อะโมเลด เน้นดีไซน์ตัวเรือนหรู ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสที่สวยและใช้งานง่าย คุณสมบัติต่าง ๆ เช่น การแสดงผลในแบบ บทสนทนา (Conversation View) และการบีบตัวอักษร (Condensed Font) ช่วยผู้ใช้สามารถอ่านข้อความและการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้ เพียงแค่ชำเลืองตามอง สายรัดข้อมือยืดหยุ่นและเปลี่ยนได้ ปรับเปลี่ยนลักษณะการแสดงผลหน้าจอได้เอง เชื่อมต่อเครือข่าย 3G บลูทูธและไว-ไฟ เปิดรับข้อมูล ทั้งการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากเครือข่ายสังคมออนไลน์ ปฏิทิน และแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ แม้ไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัว ผู้ใช้สามารถตอบข้อความที่ส่งเข้ามาได้ทันทีโดยการพิมพ์บนคีย์บอร์ดบนหน้าจอหรือใช้ฟังก์ชั่น S Voice ที่ได้พัฒนาใหม่ รวมโทรฯ ออกหรือรับสายได้โดยตรง หรือรับสายที่โอนเข้ามาจากสมาร์ทโฟนมีแอพพลิเคชั่น Nike + Running ยังช่วยให้นักวิ่งสามารถเก็บข้อมูลการวิ่ง โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปด้วย นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้เปิดตัว ซัมซุง เกียร์ เซอร์เคิล (Samsung Gear Circle ) เมื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนแล้ว ผู้ใช้สามารถรับสาย ฟังเพลง สั่งงานด้วยเสียงได้ง่าย ๆ ผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ โดยอุปกรณ์ชิ้น นี้ใช้ระบบล็อกแบบแม่เหล็กที่จะคล้องไว้รอบคอของผู้ใช้ได้ในขณะที่ไม่ใช้งาน ฟังก์ชั่นการสั่นเมื่อมีสายเรียกเข้าและการแจ้งเตือนต่าง ๆ อีกด้วย ซัมซุง เกียร์ เอส และ ซัมซุง เกียร์ เซอร์เคิล จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกผ่านช่องทางจำหน่ายของซัมซุง เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซและผู้ให้บริการเครือข่าย ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดและภาพผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้ที่ www.samsungmobilepress.com
วันนี้(1 ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า กสท. ชี้แจงหนังสือไปยัง บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ช่อง3 ) ว่า ที่ประชุม กสท.มีมติไม่ขยายระยะเวลา โดยให้ทีวีอะนาล็อกทุกช่อง สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์ แครี่) และให้ทีวีอะนาล็อกปฎิบัติตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 27 สามารถออกอากาศได้ตามปกติผ่านระบบภาคพื้นดิน ระบบดาวเทียม และเคเบิล และให้ช่อง 3 ดำเนินการตามประกาศ คสช. ประกาศ กสทช. มติ กสท.และกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ กสท.จะส่งหนังสือแจ้งไปผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและโครงข่ายเคเบิลทีวี ว่าได้สิ้นสุดการให้บริการมัสต์ แครี่ แล้วหากไม่นำทีวีอะนาล็อกไปออกบนแพลทฟอร์มดังกล่าวก็ถือว่าไม่ผิด ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (2 ก.ย.) เวลา 10.00 น. กสท.จะประชุมวาระพิเศษร่วมกับผู้ประกอบการโครงข่ายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดของช่องอะนาล็อกเดิมส่งผลให้ช่อง 3 ที่ไม่ได้ออกอากาศคู่ขนานในระบบดิจิทัลไม่สามารถออกอากาศได้อีก แต่ช่อง 3 อะนาล็อก ได้อ้างประกาศคสช. ฉบับที่ 27 ออกอากาศรายการได้ตามปกติผ่านโครงข่ายดาวเทียมและเพย์ทีวี ส่งผลให้ช่อง 3 ยังออกอากาศต่อไปได้ ทั้งนี้ กสท. ไม่สามารถตอบได้ว่า การที่ช่อง 3 ยังออกอากาศเป็นปกตินั้นถือว่ามีความผิดหรือไม่แม้ว่าก่อนหน้านี้ กสท.มีมติให้ผู้ประกอบการโครงข่ายทุกแพลตฟอร์ไม่ต้องนำฟรีทีวีช่องอะนาล็อกเดิมไปออกอากาศตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. จากที่เดิมได้สิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. แล้วแต่เนื่องจากช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่ประชาชนต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารจึงได้ขยายเวลาออกไปอีก 100 วัน