แจ๊คหม่า มักจะมีความคิดอะไรแปลกๆ นอกกรอบที่จะสร้างตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการนำจินตนาการอุตสาหกรรมเก่ามาสร้างเป็นธุรกิจใหม่ เช่น กรณีการค้าปลีกและการเงินมาร่วมกันเพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่ด้วยระบบไอทีทันสมัย อาลีบาบาและคุณแจ๊คหม่าเองทำให้รัฐวิสาหกิจของจีนได้ไหวหวั่นเหมือนกันในฐานะบริษัทเอกชนจีนขนาดยักษ์ที่มีการลงทุนทั้งด้านการธนาคาร การเงินและการสื่อสารโทรคมนาคมด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ และก็ยังเคลื่อนตัวเข้าสู่ธุรกิจห้างดีพาร์ตเมนต์สโตร์และการผลิตภาพยนตร์ คุณแจ๊คหม่าเองก็มีความเฉลียวฉลาด และมีความกล้าหาญที่จะแหวกกฎเกณฑ์เก่า ๆ ด้วยการกล้าขอการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน“นวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรมมาจากคนนอก” แจ๊คหม่าได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นของเขาลงในหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี่ออกเผยแพร่โดยรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน คนนอกนั้นหมายถึงเอกชนซึ่งก็เป็นการผลักดันให้ภาคเอกชนนั้นมีบทบาทในอุตสาหกรรมของจีน และก็ต้องทำให้ระบบธนาคารของประเทศจีนต้องพึ่งและเข้ามาช่วยสนับสนุนภาคเอกชนของคุณหม่า และในการตีพิมพ์บทความของหม่านั้นก็ตรงจังหวะช่วงที่ทางอาลีบาบาได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นคือธุรกิจการจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นตลาดเงินที่ดอกเบี้ยสูง แค่เพียงไม่กี่เดือนปรากฏว่ามีผู้เข้าลงทะเบียนใช้บริการมากถึง 81 ล้านคนและยังมีมูลค่าทรัพย์สินที่ผ่านระบบออนไลน์ถึง 1.2 ล้านล้านบาท ตอนช่วงที่เขาดิ้นรนเพื่อขอการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนก็ถือว่าท้าทายมากโดยที่คุณแจ๊คหม่าได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอเมริกันว่า “คุณพ่อผมบอกว่า ถ้าหากเรื่องนี้เกิดเมื่อ 30 ปีก่อนในประเทศจีน ผมน่าจะถูกติดคุก เพราะความคิดผมเป็นอันตรายมาก” คุณพอร์ทเตอร์ อีริสแมน คนอเมริกันที่พูดภาษาจีนได้ดีมากและก็เคยทำงานให้กับแจ๊คหม่าในช่วงปี ค.ศ. 2000 – ค.ศ. 2008 ที่กรุงปักกิ่งได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงกลางปีทศวรรษ 1990 นั้น หม่าได้ลงไม้ลงมือเข้าไปขอร้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานมาก ติดดินด้วยการสวมชุดกรรมกรนี่แหละ พร้อมทั้งมีแล็ปท็อปประจำกายและอธิบายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต่าง ๆ ได้เข้าใจว่าธุรกิจที่เขาคิดทำคืออะไร ต้องการการสนับสนุนอย่างไร ในช่วงนั้นเขาพยายามมากโดยอธิบายว่า “ ปัจจุบัน (สมัยนี้) คนต่างชาติในประเทศอื่น ๆ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ไหนก็ได้เพื่อค้นหาและซื้อสินค้าได้จากทั่วโลก ยกเว้นจีน พวกเขาสามารถที่จะสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตได้โดยตรงจากไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่จากในประเทศจีนเองไม่มีเลย” “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุน” แต่เขาก็ได้รับการบอกปัดก็เลยทำให้แจ๊คหม่าล้มเลิกเว็บภาษาจีนไปในปี ค.ศ.1997 และเขาก็มาเริ่มงานใหม่โดยทำงานกับกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน เพื่อช่วยสร้างเว็บไซต์เมื่ออยู่ได้2 ปี ในปี ค.ศ. 1999 เขาก็ลาออกมาตั้งบริษัทอาลีบาบา ในระยะเริ่มแรกบริษัทอาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) ได้ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตระหว่างภาคธุรกิจต่อภาคธุรกิจโดยเชื่อมต่อระหว่างผู้ส่งออกของจีนและผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศ ว่ากันไปแล้วคุณแจ๊คหม่าก็มีความฝันที่ดีเลยพร้อมต่อสู้ จนกระทั่งก่อตั้งบริษัทอาลีบาบาได้แบบค่อยเป็นค่อยไปก่อน. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (2) – โลกาภิวัตน์
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















แม้กสทช. แจกคูปองให้แลกเฉพาะกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ และทีวีดิจิตอล ก็ไม่กระทบไทยคม เหตุทีวีผ่านเคเบิลดาวเทียมออกอากาศครอบคลุมพื้นที่กว่า 70% นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยอดการรับชมทีวีผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี มีจำนวนกว่า 70% ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงและครอบคลุมประชากรได้ทั่วถึง การที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอล ผ่านการแจกจ่ายคูปองเงินสดส่วนลดราคา 690 บาท เพื่อแลกซื้อทีวีดิจิตอล ที่มีจูนเนอร์ในตัวเครื่อง และกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ดิจิตอล (ดีวีบี ที 2 ) นั้น ไม่กระทบธุรกิจของไทยคม ทั้งนี้ กรณีที่ กสทช.ไม่สนับสนุนให้การแลกกล่องทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี เข้าร่วมโครงการด้วย ไทยคม มองว่าอาจทำให้คนดูรับชมไม่ทั่วถึง เนื่องจากการออกอากาศทีวีดิจิตอลในขณะนี้ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เป็นไปตามการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล หรือในขณะที่โครงข่ายที่ให้บริการแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถรับชมได้เนื่องจากอาจมีจุดอับสัญญาณ มีตึกสูงบังสัญญาณ ส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรในการรับชมทีวีดิจิตอล ปัจจุบันไทยคมดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์ แคร์รี่) ที่บังคับให้ผู้ประกอบการช่องรายการทีวีดิจิตอล ต้องส่งสัญญาณขึ้นดาวเทียม เพื่อให้ผู้ให้บริการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีออกอากาศทีวีดิจิตอล ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม เพื่อจัดระเบียบการใช้งานช่องสัญญาณที่ออกอากาศในระบบความคมชัดสูง (เอชดี) บนดาวเทียมไทยคมดวงต่าง ๆ เพื่อหาพื้นที่ว่างรองรับการส่งสัญญาณออกอากาศทีวีดิจิตอลในระบบเอชดีผ่านทีวีดาวเทียมทุกโครงข่าย เพื่อให้ประชาชนที่รับชมผ่านดาวเทียมและเคเบิลรับชมระบบเอชดีได้.
วันนี้ (30ก.ค. 2557 )ที่จัตุรัสจามจุรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) แถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี2557” โดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่ากระทรวงฯ ได้จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขึ้นเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”และ ”พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” โดยถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งปีระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียทั้งในด้านการแสดงความก้าวหน้าศักยภาพทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัยรวมถึงศักยภาพของนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทย ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้งานดังกล่าวได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่9 ซึ่งทุกปีมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 1ล้านคน และในปีนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีแนวคิดกระจายโอกาสให้เยาวชนนักเรียนภาคเหนือสามารถเข้าชมงานได้อย่างเต็มที่ จึงได้จัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ขึ้น ที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือเป็นการจัดงานในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิดพัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 7กระทรวง 5 ประเทศ มากกว่า 100หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับไฮไลต์ที่จะนำมาแสดง คือ นิทรรศการยุคน้ำแข็ง ที่จะนำสัตว์ดึกดำบรรพ์ 6 ชนิดมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือ ช้างแมมมอธ ขนปุย ขนาดความสูง 4เมตร ยาว 5 เมตร เหมือนจริงเคลื่อนไหวได้ ตัวมาครอคีเนียหรือ ตัวยาม่าใหญ่ ลำตัวมีขนาดเล็กกว่าอูฐปัจจุบัน จัดเป็นสัตว์ในกลุ่ม “สัตว์กีบส้นเรียบ” ชนิดสุดท้ายที่เหลือรอดในทวีปอเมริกาใต้ ช้างมาสโตดอน น้ำหนักเกือบ 4ตัน เสือเขี้ยวดาบ “สไมโลดอน”สัตว์ในวงศ์แมวป่าที่มีขนาดใกล้เคียงกับสิงโต หมียุคน้ำแข็ง –พาราร์คโตเธเรียมสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่อพยพจากทวีปอเมริกาเหนือสู่ทวีปอเมริกาใต้ ม้าอเมริกาใต้ –ฮิปปิเดียน และจะมีการนำโครงกระดูกไดโนเสาร์ ความยาวกว่า 36เมตร สูง 7 เมตรมาจัดแสดงอีกด้วย ด้านนายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการอพวช. ในฐานะผู้ดำเนินการจัดงานครั้งนี้กล่าวว่า ปีนี้ได้เตรียมความพร้อมและความพิเศษทุกๆด้านเพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากทั้งความยิ่งใหญ่ของนิทรรศการเทิดพระเกียรติ การแสดงนวัตกรรมล้ำยุค และการร่วมฉลองวาระสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ปีนี้เป็นปีสากลแห่งผลึกศาสตร์ (International Year ofCrystallography : IYCT) และปีสากลแห่งเกษตรกรรมแบบครอบครัว (InternationalYear of Family Farming : IYFF) มีกิจกรรมและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาทิ นิทรรศการคณิตศาสตร์ นิทรรศการจากสมุนไพรในบ้านสู่อาหารไทย การแสดงนวัตกรรมโดมเปลือกหอยและมหกรรมรวมกล้องโทรทรรศน์ที่อลังการที่สุดในประเทศและชมต้นแบบการบริหารจัดการน้ำในชุมชน นอกจากนี้ยังได้ดึง หนุ่มเก้า – จิรายุละอองมณี และ สาวมิ้นต์ – ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง สองดาราวัยรุ่นชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ของงาน สำหรับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าชมงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ2557” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 12- 28 สิงหาคม 2557 เวลา09.00 – 20.00 น. ณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ดูรายละเอียดงานได้ที่ www.nsm.or.th/nst2014