วันนี้ (25ธ.ค.) ที่บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) พ.ต.อ. สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอทีจำกัด (มหาชน) หรือ ประธานบอร์ดทีโอที เปิดเผยว่า ได้ให้ทีโอทีหารายได้เข้าองค์กร โดยเข้าไปติดตั้งโทรศัพท์สาธารณะในเรือนจำเบื้องต้นติดตั้งไปแล้วจำนวน 300 เครื่องในเรือนจำ 16 แห่ง และจะมีการขยายไปติดตั้งในเรือนจำต่างจังหวัดอีกประมาณ 100 แห่ง ซึ่งตู้โทรศัพท์สาธารณะ 1เครื่อง จะมีรายได้ประมาณ 50,000 บาท / เดือน รวมแล้วในขณะนี้ติดตั้ง 300 เครื่องจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 15 ล้านบาท / เดือน ซึ่งนอกจากหารายได้แล้วยังเป็นการช่วยฟื้นฟูผู้ที่อยู่ในเรือนจำให้สามารถสื่อสารกับคนในครอบครัวได้เนื่องจากผู้ถูกคุมขังในเรือนจำไม่สามารถติดต่อผ่านโทรศัพท์มือถือได้ สำหรับการติดตั้งตู้โทรศัพท์สาธาณะในเรือนจำความมั่นคงสูงนั้นจะมีเครื่องระบบบันทึกเสียง100 % ส่วนเรือนจำอื่นๆก็จะดูความเหมาะสมเนื่องจากเรือนจำบางแห่งไม่มีรั้วกั้น ก็ไม่จำเป็นต้องติดเครื่องบันทึกเสียง พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สั่งให้เพิ่มประสิทธิภาพหลังการขายให้ดีขึ้นจากเดิม เนื่องจากพบว่าในปัจจุบันทีโอทีถูกตำหนิเป็นอย่างมาก โดยหลังจากปีใหม่นี้การบริการต้องรวดเร็วมากขึ้น อาทิ เมื่อได้รับแจ้งจากลูกค้าให้เจ้าหน้าที่รีบแก้ไขเบื้องต้นภายใน 3 ชั่วโมงหรือหากเกิดปัญหาใหญ่ต้องเร่งแก้ไขภายใน 24 ชั่วโมง โดยอาจจะใช้มอเตอร์ไซต์เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ได้สะดวกและรวดเร็วอีกด้วย ทั้งนี้มอบหมายให้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่เข้ามาเป็นผู้ประสานงานกับแต่ละกระทรวงทบวง กรม เนื่องจากส่วนใหญ่หน่วยงานราชการทั้งหมดเป็นลูกค้าของทีโอที ซึ่งหากเกิดปัญหาจะสามารถเร่งดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็วรวมถึงระบบบิลลิ่ง ที่ต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการออกบิลให้แก่ลูกค้า และให้เร่งประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของทีโอทีให้ลูกค้าทราบซึ่งจะช่วยทำให้ยอดขายของทีโอทีดีขึ้น และสร้างรายได้ให้แก่องค์กร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทีโอที”ขนตู้โทรศัพท์ติดตั้งในเรือนจำหวังชดเชยรายได้หด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้ (25 ธค.) ที่ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือจิสด้า ร่วมกับ กรมแผนที่ทหาร สมาคมสำรวจข้อมูลระยะไกลและสารสนเทศภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย สมาคมการแผนที่แห่งประเทศไทย สมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย สมาคมการสำรวจและแผนที่ สมาคมภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย และสมาคมระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะไทย จัดการประชุมวิชาการ จีโอ –อินโฟเทค ( Geo-infotect 2013 ) ขึ้น ระหว่างวันที่ 25-27 ธ.ค.56 โดย ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ จิสด้า เปิดเผยว่า จัดงานประชุมวิชาการครั้งนี้ เพื่อผลักดันให้มีการนำผลงานวิจัยด้านภูมิศาสตร์สารสนเทศไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้มีการนำเสนอผลงานของคนไทยที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นได้ว่า1 ปีที่ผ่านมาคนไทยมีการเรียนรู้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว มีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้งานจริง เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทจากต่างประเทศ ทั้งนี้ไฮไลต์ของการประชุมอยู่ที่การบรรยายพิเศษ การเสวนา จากผู้ทรงคุณวุฒิและและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การนำเสนอผลงานวิจัยและบทความกว่า 50 เรื่อง และการแข่งขันโปรแกรมประยุกต์ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ อย่างไรก็ดี ดร.อานนท์ กล่าวว่า การดำเนินงานของจิสด้าที่ผ่านมา มีการนำภาพถ่ายดาวเทียมมาจัดทำเป็นแผนที่ ความเสี่ยง ต่าง ๆ เบื้องต้นในปีนี้ได้จัดทำเกี่ยวกับแผนที่เสี่ยงภัยด้านน้ำท่วม น้ำแล้ง ดินถล่ม ส่วนปีหน้าจะเริ่มทำเกี่ยวกับภัยต่าง ๆ คือ ด้านการจราจร อุบัติภัย และอุบัติเหตุ ซึ่งการทำแผนที่ความเสี่ยงจะเป็นการเก็บข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมต่อเนื่อง ทำให้เห็นแนวโน้ม และสามารถนำมาประเมิณได้อย่างละเอียด ต่างจากเดิมที่ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่คาดการณ์ตามทฤษฎี
วันนี้( 25 ธ.ค. ) ที่อาคารบางกอกไทย ทาวเวอร์ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงข่าว สถานการณ์น้ำฝนในปี 2557 โดย นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสสนก. เปิดเผยว่าจากผลการวิเคราะห์โดยแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ) พบว่า ปริมาณน้ำฝนในปี 2557 จะใกล้เคียงกับปี 2545 คือ อยู่ที่ 1,500-1,600 มิลลิเมตร โดยสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย แต่ยังน้อยกว่าปี 2554 ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 1,825 มิลลิเมตร ทั้งนี้ฤดูฝนจะเริ่มเดือนพฤษภาคมตามปกติ สำหรับสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในขณะนี้ นายรอยล กล่าวว่า จุดศูนย์กลางความกดอากาศสูงอยู่ที่ประเทศจีน ค่อนไปทางธิเบต ทำให้ประเทศไทยมีอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วใน 2 พื้นที่ คือ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งวิเคราะห์ได้ว่าหากปีไหนที่อากาศหนาวมากๆ จะทำให้อากาศแห้งตามมา ดังนั้นโอกาสที่ปี 2557 ภาคเหนือจะเกิดปัญหาภัยแล้ง มีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงปริมาณน้ำใน 2 เขื่อนขนาดใหญ่ อย่างเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ พบว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำเกินครึ่งมาเพียงเล็กน้อย ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในรอบ 10 ปี นายรอยล กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ แม้เราจะคำนวณปริมาณการใช้น้ำสำหรับทำการเกษตรเอาไว้ชัดเจน แต่เกษตรกรมักจะปลูกพืชมากกว่าปริมาณน้ำที่มีอยู่จริง โดยเฉพาะการทำนาที่มากเกินกว่าปีละ 2 ครั้ง ทำให้ต้องสำรองน้ำเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังต้องกันน้ำไว้สำหรับไล่น้ำเค็มในช่วงเดือน เมษายน ถึงเดือนพฤษภาคม อีกด้วย เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวจะมีน้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ ซึ่ง กรมอุทกศาสตร์ แจ้งว่าปี 2557 ระยะเวลาในการหนุนของน้ำทะเล จะนานกว่าเดิมในรอบ 10 ปี คือ จากเดิมที่น้ำทะเลหนุนสูงสุดกินเวลา 8 ชั่วโมง จะเพิ่มขึ้นเป็น 13 ชั่วโมงด้วยกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ นครปฐม ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร ซึ่งทา งสสนก.ได้ ประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมการสำรองน้ำจืดในพื้นที่เสี่ยงไว้ให้มากที่สุดแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ ซึ่งจะส่งผลต่อการเกษตรอาชีพประมงน้ำกร่อย รวมทั้งชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่อีกด้วย ด้าน ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สภาพภูมิอากาศในปีหน้า มีแนวโน้มปริมาณฝนตกมาก ทำให้ปริมาณน้ำมาก ในช่วงเดือน สิงหาคม-กันยายน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นภัยพิบัติร้ายแรง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านจะมีแน่นอน ประกอบกับสภาพอากาศปิด และอากาศเย็นทำให้แม้จะเผาไหม้เล็กน้อยก็เกิดหมอกควันที่รุนแรงได้.