“วิทยาศาสตร์การกีฬา” ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในวงการกีฬา เนื่องจากเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้นักกีฬาทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ ได้ประสบความสำเร็จในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ทาง กรมพลศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ ก็มีนโยบายที่จะใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าไปช่วยในทุกมิติ ในขณะเดียวกันยังส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ที่สนใจสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นมา เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้านวัตกรรมและเครื่องมือต่าง ๆ จากต่างประเทศที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงได้จัดการประกวดนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ได้พัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้าประกวด ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กรมพลศึกษายังเป็นหน่วยงานแรกที่คิดริเริ่มในการประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ ๆ ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งกิจกรรมการประกวดนี้ได้มีการจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี และมีการแบ่งประเภทการประกวดออกเป็นประเภทต่าง ๆ คือ ประเภทอาชีวศึกษา ประเภทอุดมศึกษา และประเภทต้นทุนต่ำ และในอนาคตอันใกล้นี้กรมพลศึกษามีความมั่นใจว่าสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้จะสามารถนำไปต่อยอดและใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์ รวมถึงสามารถนำไปจำหน่ายในต่างประเทศได้ในอนาคต ทั้งผลการประกวดในปีนี้ รางวัลชนะเลิศในประเภทอาชีวศึกษา ได้แก่ผลงาน “เครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือ” ของทีมพิกุลนรา จาก วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส ส่วนรางวัลชนะเลิศประเภทอุดมศึกษา ได้แก่ผลงาน “เครื่องวัดมุมข้อเข่าสำหรับวิทยาศาสตร์การกีฬา” ของทีม MU TEAM จาก มหาวิทยาลัยมหิดล และสุดท้าย รางวัลชนะเลิศประเภทต้นทุนต่ำ ได้แก่ “เครื่องประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อให้ความมั่นคงของลำตัว” ของ น.ส.วิภาดา ฉอ้อนครบุรี จากโรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา นายจตุรพล นวภูษณะกนก ตัวแทนทีมพิกุลนรา วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส ผู้ชนะเลิศประเภทอาชีวศึกษา กล่าวว่า ผลงานที่พัฒนาขึ้นเกิดจากที่จังหวัดนราธิวาสมีการแข่งขันพายเรือประจำปี และทางวิทยาลัยได้ส่งทีมเข้าแข่งขันทุกปี ปกติการซ้อมพายเรือต้องซ้อมเป็นทีม แต่เครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือนี้สามารถฝึกซ้อมคนเดียวได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทีม โดยผลงานชิ้นนี้ใช้ระยะเวลาในการผลิตและทดลองเป็นเวลา 4 เดือน ซึ่งเครื่องพัฒนาประสิทธิภาพนักกีฬาพายเรือนี้จะสามารถฝึกฝนให้นักกีฬามีประสิทธิ ภาพในการพายเรือ และในอนาคตจะมีการพัฒนากลไกการดึงสปริงให้สอดคล้องกับการพายและพัฒนาทิศทางการพายให้เหมือนจริงมากขึ้น” ด้าน น.ส.อารยา อารีสกุลสุข ตัวแทนทีม MU TEAM มหาวิทยาลัยมหิดล เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทอุดมศึกษา กล่าวว่า ทางมหา วิทยาลัยมหิดลมีการพัฒนางานวิจัยและต่อยอดอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปทางด้านการแพทย์ และทางด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูสำหรับผู้ป่วยที่พิการและผู้ป่วยสูงอายุ ทางทีมได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและพัฒนาเครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในราคาที่ถูก วัสดุต้องหาได้ในประเทศไทย เป็นฝีมือของคนไทยที่พัฒนางานนวัตกรรมที่ดี เพื่อทดแทนเครื่องมือที่นำเข้าจากต่างประเทศซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างสูง “เครื่องวัดมุมข้อเข่าสำหรับวิทยาศาสตร์การกีฬาชิ้นนี้ได้ใช้ระยะเวลาในการทดลองและศึกษาเป็นเวลา 1 ปี ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เป็นเพราะเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์ จึงต้องมีการอบรมการวิจัยในมนุษย์ มีการทดสอบจริงกับผู้ป่วย และเมื่อสร้างเครื่องมือเสร็จจะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์และสาธารณสุข เพราะเครื่องมือนี้เป็นเครื่องที่สัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรงโอกาสน้อยมากที่โรงพยาบาลจะรับรอง เพราะฉะนั้นเครื่องมือต้องได้รับการการันตีและได้รับการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในคน ซึ่งเป็นใบรับรองในงานวิจัยชิ้นนี้ว่าใช้งานได้จริงมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพอย่างแน่นอน” น.ส.อารยา กล่าว ส่วน น.ส.วิภาดา ฉอ้อนครบุรี ผู้คิดค้น เครื่องประสานสัมพันธ์ของกล้ามเนื้อให้ความมั่นคงของลำตัว อีกหนึ่งนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทต้นทุนต่ำ กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกายภาพบําบัด รู้ว่าเครื่องมือที่ใช้นั้นมีราคาที่แพงและต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จึงได้เกิดความคิดที่จะผลิตนวัตกรรมจากวัสดุที่เหลือใช้ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานประสานกันของระบบประสาทสั่งการกล้ามเนื้อและการทรงตัวเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและรวดเร็ว ให้กล้ามเนื้อส่วนที่ได้รับการฝึกได้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องนี้ใช้ระยะเวลาคิดค้นไม่นานนัก ในอนาคตจะมีการต่อยอดและพัฒนารูปแบบของตัวเครื่องให้มีความน่าใช้งานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงจุดมุ่งหมายเดิม คืออุปกรณ์นี้ต้องใช้งานง่ายที่สุด เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุดด้วย การประกวดนวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาในครั้งนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้คนไทยได้แสดงฝีมือในการคิดค้นและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมเทคโนโลยีทางการกีฬาแล้ว ยังเป็นการสร้างความพร้อมต่อความต้องการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่สามารถผลักดันไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ ช่วยลดปริมาณการใช้เครื่องมือที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศในอนาคตได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นวัตกรรมวิทยาศาสตร์การกีฬาฝีมือคนไทย – ฉลาดสุดๆ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















เผยผลสำรวจตลาดสื่อสารและฮาร์ด แวร์ไทยปีนี้หดตัว จากกำลังซื้อที่ลดลง คาดปีหน้าดีขึ้นจากการใช้งานสมาร์ทโฟนและกระแสทีวีดิจิทัล ชี้การชุมนุมทางการเมืองทำให้ยอดผู้ใช้งานข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตพุ่งสูง แต่หากยืดเยื้ออาจกระทบตลาดไอทีในภาพรวม นายจำรัส สว่างสมุทร ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมความเป็นเลิศทางเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษาโครงการสำรวจมูลค่าตลาดสื่อสารและคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ของประเทศไทยประจำปี 2556-2557 เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์แห่งชาติและเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมกันทำโครงการนี้ขึ้น โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม-ตุลาคม 2556 เน้นสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ประกอบการรายสำคัญในอุตสาหกรรมกว่า 40 ราย ทั้งนี้ภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ในปี 2556 หดตัวลงจากปี 2555 คือ เติบโตติดลบ 4% คิดเป็นมูลค่า 87,435 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัว และภาคครัวเรือนซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักลดการใช้จ่ายลง คาดว่าในปี 2557 ตลาดจะสามารถเติบโตได้ 4.3% หรือมีมูลค่า 91,174 ล้านบาท โดยเป็นการเติบโตตามกระแสอุปกรณ์พกพา ส่วนภาพรวมของตลาดสื่อสารปี 2556 มีมูลค่า 466,526 ล้านบาท และคาดว่าจะมีอัตราเติบโต 8.4% ในปี 2557 หรือคิดเป็นมูลค่า 505,831 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนหลักยังคงมาจากตลาดบริการสื่อสาร โดยเฉพาะการใช้งานโมบายอินเทอร์เน็ต ที่ในปีนี้มีมูลค่า 11,571 ล้านบาท และคาดว่าปี 2557 จะเติบโตเพิ่มอีกกว่า 26.4% เนื่องจากคนนิยมรับข่าวสารทางโซเซียลมีเดียมากขึ้น อย่างไรก็ดีปัจจัยบวกของตลาดสื่อสารและคอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ปีหน้า มาจากกระแสทีวีดิจิทัล การเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนและโมบายอินเทอร์เน็ต การใช้งานโครงข่าย 3จี 4จี รวมถึงการเตรียมตัวรองรับการเปิดเออีซี ส่วนปัจจัยลบคือกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ปัญหาภาระหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความไม่มั่นคงทางการเมือง ซึ่งหากยืดเยื้อถึงปีหน้าอาจกระทบต่อตลาดไอทีในภาพรวมเพราะทำให้โครงการภาครัฐชะลอตัว แต่ตลาดสื่อสารและฮาร์ดแวร์ในกลุ่มแท็บเล็ตแล้วกลับมองเป็นการชุมนุมทางการเมืองเป็นปัจจัยบวกเพราะมีการใช้งานดาต้าอย่างถล่มทลายในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งการแชร์ข้อมูล อัพโหลดรูปภาพ ไปจนถึง คลิปวิดีโอ ดังนั้น คาดว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ จำเป็นต้องขยายโครงข่ายการให้บริการและมีโซลูชั่นรองรับการใช้งานที่มีผู้ใช้พร้อม ๆ กัน เป็นจำนวนมาก.
วันนี้(23 ธ.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ไม่ส่งผลต่อการประมูลทีวีดิจิทัล จะไม่เลื่อนหรือยกเลิกการประมูลทีวีดิจิทัลอย่างแน่นอน กสท.ยืนยันว่า การประมูลทีวีดิจิทัลยังตามกำหนดการเดิมคือ วันที่26 – 27 ธันวาคม 2556 ที่อาคาร CAT Tower บางรักของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และได้เตรียมเจ้าหน้าที่สำหรับอำนวยความสะดวกและ รักษาความปลอดภัยประมูลไว้จำนวน 175 คน โดยในวันนี้ได้เพิ่มอีก 60 คน รวมเป็น 235 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าของกสทช.และของบมจ กสท เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประมูลทีวีดิทัลครั้งนี้ นอกจากนี้กสท.ยังเพิ่มมาตรการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการประมูลทีวีดิจิทัลได้แก่ ระบบคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลให้กำหนดรหัสผ่านโดยให้สำนักงานกสทช.และกสท โทรคมนาคม เก็บรักษารหัสร่วมกัน ส่วนระบบโปรแกรมการประมูลของผู้จัดการประมูลและผู้ประมูลให้รักษาการรองเลขาธิการกสทช. ภารกิจกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และผู้อำนวยการสำนักงานเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการรับส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลเก็บรักษารหัสร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ยังให้ บมจ กสท ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเฝ้าระวังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย และอุปกรณ์เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการประมูลแสดงต่อสาธารณะชนตลอดเวลาการประมูล เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้าไปและให้มีการเก็บประวัติข้อมูลการเสนอราคา (Bid Log) ตลอดระยะเวลาเพื่อให้นำมาเปิดเผยภายหลังการสิ้นสุดเวลาการประมูลหมวดสุดท้ายในวันที่ 27 ธ.ค.56 โดยให้ผู้ที่เข้าร่วมระมูลที่สนใจสามารถส่งตัวแทนเข้าร่วมตรวจสอบได้รายละไม่เกิน 2 คน พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า ห้องควมคุมชั้น 30 ของ บมจกสท ผู้ที่สามารถเข้าห้องได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ 10 คนที่ควบคุม ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) 1 คน ตัวแทนคณะกรรมการติดตามและประเมินผล หรือซุปเปอร์บอร์ด 1 คน และบอร์ดกสท. 5 คน เป็นต้น ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่มีสิทธิเข้าไปยังห้องดังกล่าว