วันนี้(19 ธ.ค.) นายจิรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการ เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า แท็บเล็ตมีวิวัฒนาการมาตลอดตั้งแต่เปิดตัว ปัจจุบันสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ต้องมีฟีเจอร์แชร์ไฟล์ ให้ส่งไฟล์และภาพถึงอุปกรณ์ที่อยู่ในระยะส่งได้ทันที เพื่อให้ส่งไฟล์ได้สะดวกมากขึ้น ผู้ผลิตซอฟต์แวร์จึงต้องมีระบบนิเวศน์หรออีโคซิสเต็มส์ที่ชัดเจน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ได้ ในกลุ่มสมาร์ท คอนเน็ค ดีไวซ์ ของเลอโนโว ประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟนและสมาร์ททีวี อุปกรณ์เหล่านี้ใช้ระบบปฎิบัติการ ไอโอเอส แอนดรอยด์ บีบี และวินโดวส์ จากข้อมูลการสำรวจในต่างประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่จะใช้แท็บเล็ตในห้องนั่งเล่นมากที่สุด รองลงมาคือ ห้องนอน ห้องครัว และสำนักงานขนาดเล็ก หากใช้งานนอกสถานที่ จะเป็นการนำไปใช้ในร้านอาหาร บ้านเพื่อน ใช้ทำงานนอกสถานที่ เป็นต้น รวมถึงร้านค้าปลีกก็สามารถนำแท็บเล็ตไปใช้งานได้ แท็บเล็ตรุ่นใหม่ ๆรองรับการใช้งานหนักๆ ได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เลอโนโวได้เปิดตัวแท็บเล็ต รุ่น โยก้า (YOGA) จอ 8 นิ้ว และ 10 นิ้ว มีจุดเด่นอยู่ที่ ดีไซน์รองรับการใช้งานที่แตกต่างกันได้ 3 รูปแบบ คือ โหมดวางตั้ง โหมดวางนอน และถือใช้งานเหมือนถือแมกกาซีน แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 18 ชั่วโมง และยังสามารถใช้เป็นพาวเวอร์แบงค์ได้ด้วย โดยแท็บเล็ต โยก้า ขนาด 10นิ้ว จะมาพร้อมคีย์บอร์ดที่ออกแบบให้เป็นฝาปิดหน้าจอได้ด้วย สำหรับราคาแท็บเล็ตเลอโนโว โยก้า ขนาด 8 นิ้ว ราคา 9,990 บาท และ 10 นิ้ว ราคา 12,990 บาท ทั้งสองรุ่น หน่วยประมวลผลควอดคอร์ 1.2 กิกะเฮิร์ตซ น้ำหนักรวมประมาณ 401 กรัมและ 605 กรัม รองรับการใช้งานไวไฟและ3 จี ยกเว้นรุ่น10 นิ้วจะไม่มีฟังค์ชั่นโทรศัพท์.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แท็บเล็ตโยก้าของเลอโนโวแบตอึด18ชั่วโมง
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(19 ธ.ค.)ที่อาคารแคท ทาวเวอร์ บางรัก คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จัดสาธิตและทดลองการประมูลทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจ 24 ช่อง ซึ่งบรรยากาศช่วงบ่าย ได้เปิดให้ผู้ที่เข้าร่วมประมูลที่ต้องการทดลอง ทดสอบระบบประมูลช่องวาไรตี้คุณภาพมาตรฐาน(เอสดี) ราคาเริ่มต้นการประมูล 380 ล้านบาท เคาะครั้งละ 5 ล้านบาท ได้เข้าร่วมทดสอบ โดยผู้เข้าร่วมประมูลได้มีการซักถามหากเกิดกรณีมีปัญหาที่กระทบต่อการเสนอราคา จะดำเนินการสั่งพักการประมูล 10 วินาที นอกจากนี้เมื่อเกิดพักการประมูลเจ้าหน้าที่จะส่งข้อความแจ้งไปยังผู้เข้าร่วมประมูลแต่ละรายถึงสาเหตุที่ต้องพักการประมูล นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังเสนอให้มีไฟฟ้าสำรอง เพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย อาทิ ไฟฟ้าดับ ส่งอาจจะส่งผลต่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการประมูล โดย กสทช.ยืนยันว่ามีมาตรการแก้ไข และเตรียมความพร้อมทุกประการ โดยระบบซอฟต์แวร์การประมูลนั้นได้มาตรฐาน สำหรับการเคาะประมูลต้องอยู่ภายในระยะเวลา 5 นาที หากไม่เคาะตามกำหนดระบบจะตัดสิทธิ์การเข้าร่วมประมูลทันที และถูกยึดเงินประกัน10% ของหมวดหมู่ที่ประมูล โดยการประมูลจะใช้ระยะเวลา 60 นาที หากมีผู้เสนอราคามีผู้ชนะเกินใบอนุญาต จะขยายระยะเวลาอีก 5 นาที โดยผู้ประมูลทุกรายสามารถเคาะประมูลต่อได้ แต่หากในกรณีที่ขยายระยะเวลา 5 นาทีแล้วเกิดไม่มีการเคาะประมูลผู้ที่ชนะเท่ากันในอันดับสุดท้ายต้องจับสลากเพื่อหาผู้ชนะต่อไป การสาธิตและทดลองครั้งนี้ เพื่อเป็นการซักซ้อมความเข้าใจ รูปแบบโปรแกรมซอฟต์แวร์การประมูลรวมถึงกระบวนการขั้นตอนและวิธีการ ตั้งแต่การตรวจสัมภาระผู้เข้าร่วมประมูล ลงทะเบียนตามหมวดหมวดหมู่ และดำเนินการจับสลากโดยจะมี กสท.เป็นผู้จับสลากเพื่อเลือกผู้ประกอบการขึ้นมาจับสลากเพื่อเลือก Usermame และ Password เพื่อนำไปใช้ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบ และจับสลากเลือกลำดับห้อง และขึ้นลิฟต์ไปยังห้องหมายเลขที่จับได้ โดยการนำของเจ้าหน้าที่ที่จัดเตรียมไว้ เป็นต้น
วันนี้(19 ธันวาคม)ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)อาคารจัตุรัสจามจุรี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ร่วมกับ อพวช. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน จัดแถลงข่าวเปิดตัว“โครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี” พร้อมทั้งเปิดตัวหนังสือ “PolarHarmony” ที่อพวช. จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับบรรยากาศสิ่งมีชีวิตและภารกิจของนักวิทยาศาสตร์ณ ดินแดนขั้วโลกใต้ เพื่อเผยแพร่แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ศาสตราจารย์ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. และรองประธานกรรมการโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดากุมารี กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเป็นคนไทยคนแรกที่เดินทางไปยังทวีปแอนตาร์กติก ในปีพ.ศ. 2532 โดยเสด็จฯ เยือน และทรงประทับ ณสกอตต์เบส (Scott Base) ซึ่งเป็นสถานีวิจัยของประเทศนิวซีแลนด์และได้ทรงเยี่ยมสถานีวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกาทรงทอดพระเนตรการศึกษาวิจัยของคณะนักวิทยาศาสตร์นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกา ภายในสถานีวิจัยทั้งสองและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งด้านชีววิทยา ธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยาสภาวะแวดล้อม ฯลฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริว่า ควรจะมีโครงการสนับสนุนให้นักวิจัยไทยได้เดินทางไปทำงานวิจัยที่ขั้วโลกใต้อย่างสม่ำเสมอเพื่อประโยชน์ในด้านวิชาการ และการสร้างองค์ความรู้ นอกจากนี้ทรงมีพระราชดำริว่า หากได้ร่วมมือกับประเทศจีนก็จะเป็นการดีเพราะทรงเสด็จฯเยือนจีนเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศทั้งสองเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว ในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างวันที่6-11 เมษายน 2556 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้เสด็จฯเยี่ยมชมการดำเนินงานของสำนักงานบริหารกิจการทางทะเล (State OceanicAdministration) กรุงปักกิ่ง และสถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งจีน (Polarresearch Institute of China) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งสถาบันทั้งสองได้ถวายการต้อนรับเป็นอย่างดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างไทยและจีนในด้านการวิจัยขั้วโลก ในการนี้ ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ สวทช.สนองพระราชดำริ ใน โครงการวิจัยขั้วโลกตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี โดยมีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง สวทช. และหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการวิจัยขั้วโลก(Chinese Arctic and Antarctic Administration: CAA) สังกัดสำนักงานบริหารกิจการทางทะเลของจีนเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 ทั้งนี้กิจกรรมแรกของโครงการฯคือการส่ง2 นักวิจัยหญิงไทย ที่ได้รับการคัดเลือกและได้รับพระราชวินิจฉัยจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ ให้นักวิจัย 2 ท่าน คือรศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ และ ผศ.ดร.อรฤทัยภิญญาคง จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เดินทางไปร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกจีนครั้งที่30 หรือ CHINARE30 (30th Chinese Antarctic ResearchExpedition) ในระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 15กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 โดยทั้งสองท่านจะไปทำงานวิจัยที่สถานีวิจัยเกรทวอลล์ (GreatWall Station) ซึ่งเป็นสถานีวิจัยของจีนที่ขั้วโลกใต้ โดยจะออกเดินทางก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อศึกษาวิจัยดินขั้วโลกใต้และศึกษาวิจัยทางทะเลที่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ด้านศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ หารหนองบัวคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมอีกครั้ง ในการเดินทางเพื่อการศึกษาวิจัยพื้นที่ขั้วโลกใต้โดยครั้งแรกนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.วรณพ วิยกาญจน์ ได้รับการคัดเลือกจากสวทช. ให้เป็นตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรก ที่เข้าร่วมสำรวจทวีปแอนตาร์กติก ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกญี่ปุ่นที่ 46 ในเดือนพฤศจิกายน2547 และในช่วงปลายปี พ.ศ. 2552 รศ. ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์คนที่สองจากมหาวิทยาลัย และเป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงไทยคนแรกที่ได้รับเกียรติให้ร่วมเดินทาง เพื่อทำวิจัยกับคณะสำรวจ JARE-51(จาเร่51) โดยได้รับการสนับสนุนจาก สถาบันวิจัยขั้วโลกแห่งชาติ ประเทศญี่ปุ่น จนถึงปัจจุบัน สำหรับการวิจัยครั้งนี้ ดร.สุชนาชวนิชย์ ได้วางแผนการศึกษา “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลต่อสัตว์ทะเลบริเวณชายฝั่งทะเลทวีปแอนตาร์กติก” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่จากการเก็บตัวอย่างเมื่อปี2547/2548และปี 2552/2553 และได้วางแผนที่จะดำน้ำลึกโดยใช้ชุดดำน้ำแบบแห้ง(dry suit) เพื่อสังเกตพฤติกรรมพร้อมเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิต รวมถึงกำหนดเก็บตัวอย่างดินและดินตะกอนในทะเลด้วย ส่วนดร.อรฤทัย ภิญญาคง นั้น จากการศึกษาตัวอย่างดินตะกอนจากสถานีวิจัยโชว์วะและพื้นที่ใกล้เคียงของดร.สุชนา ชวนิชย์ มาทำการศึกษาในเบื้องต้นตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งพบว่ามีจุลินทรีย์หลายชนิดที่มีประโยชน์ในการศึกษาต่อในเชิงลึก จึงกำหนดหัวข้อ “การวิเคราะห์ความหลากหลายและหน้าที่ของจุลินทรีย์ในตัวอย่างดินและดินตะกอน” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน้าที่ของจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยสลายทางชีวภาพของสารมลพิษต่างๆเช่น ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น โดยคาดว่าการศึกษาดังกล่าวสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลที่สำคัญในการบ่งชี้แนวทางบำบัดสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนสารมลพิษในพื้นที่ศึกษารวมถึง พื้นที่อื่นที่มีอุณหภูมิต่ำได้เช่นกัน