shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

เครื่องวัดปริมาณรังสีในร่างกาย เครื่องแรกและเครื่องเดียวในไทย

ปัจจุบันรังสีถูกนำมาใช้ประโยชน์มากมายทั้งในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการให้บริการต่าง ๆ แต่ท่ามกลางประโยชน์ก็มีโทษมหันต์ หากร่างกายได้รับปริมาณรังสีที่มากเกินระดับที่ปลอดภัย ทั้งจากการรั่วไหลในขณะที่ปฏิบัติงานและการเกิดอุบัติเหตุทางรังสี อย่างเช่น กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อความเสียหายอย่างมากเมื่อหลายปีก่อน ประเทศไทยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนหลายองค์กรที่ให้บริการด้านรังสี หรือใช้รังสีเป็นส่วนประกอบในกระบวนการผลิตและให้บริการ อาทิ โรงพยาบาล โรงงานอุตสาหกรรม หน่วยงานด้านศุลกากร ตลอดจนมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับรังสี เพื่อดูแลความปลอดภัย สำหรับผู้ปฏิบัติงานทางรังสีในประเทศ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. จึงติดตั้งเครื่องวัดรังสีทั่วร่างกาย (Whole body counter) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสุขภาพ หรือตรวจค่าปริมาณรังสีภายในร่างกายที่ได้รับขณะปฏิบัติงานกับรังสีทุกชนิด เพื่อให้การปฏิบัติงานทางรังสีเป็นไปตามาตรฐานโลก และปลอดภัยสูงสุดต่อผู้ปฏิบัติงาน ดร.สมพร จองคำ ผู้อำนวยการ สทน. บอกว่า ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีที่มีโอกาสได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย มักจะทำงานกับต้นกำเนิดรังสีชนิดไม่ปิดผนึก ที่สามารถระเหยหรือฟุ้งกระจายในอากาศและเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายมาก หากไม่ป้องกัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ อย่างเช่น เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ผลิต ไอโอดีน-131 ซึ่งเป็นสารกัมมันตรังสีที่สามารถระเหิดเป็นไอ หรืออาจมีการรั่วไหลออกมาจากตู้ผลิตได้ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จึงต้องมีการตรวจวัดปริมาณไอโอดีน-131 ที่สูดดมเข้าไปว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด มีหน่วยเป็น เบคเคอเรล (Bq) หลังจากนั้นจึงนำไปคำนวณหาปริมาณโดส ซึ่งมีหน่วยเป็นมิลลิซีเวิร์ต (mSv) อีกทอดหนึ่ง ปริมาณโดสที่ได้นี้ จะเรียกว่า ปริมาณโดสจากรังสีภายในร่างกาย โดยทั่วไปผู้ปฏิบัติงานทางรังสีมีโอกาสที่จะได้รับรังสีทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย เรียกว่า ปริมาณโดสรวม ซึ่งจะต้องไม่เกินค่าที่กฎหมายกำหนด คือ 20 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี นอกจาก ไอโอดีน-131 แล้ว ยังมีไอโซโทปอื่น ๆ ที่ใช้ในทางการแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค หรือทางด้านการเกษตร หรือเพื่อการศึกษาวิจัย เช่น เทคนีเซียม-99 เอ็ม ซึ่งหากได้รับเข้าไปจะไปสะสมที่สมอง ฟอสฟอรัส-32 สะสมที่กระดูก และธาตุในอนุกรมทอเรียมและยูเรเนียม ดังนั้นการตรวจวัดปริมาณรังสีของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งจากภายในและจากภายนอกร่างกาย จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น นอกจากนี้หากเกิดอุบัติเหตุทางรังสี อย่างเช่นที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ก็สามารถใช้เครื่องนี้ในการตรวจวัดประชาชนที่อยู่ในบริเวณการเกิดอุบัติเหตุเพื่อประเมินปริมาณรังสีที่ได้รับ เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและเยียวยาผู้ได้รับความเจ็บป่วยจากรังสีได้อีกด้วย ด้าน นายเดชาชัย ชาญบัญชี หัวหน้าหน่วยความปลอดภัยทางรังสี สทน. บอกว่า การตรวจวัดด้วยเครื่องดังกล่าวเหมาะสำหรับการวัดสารรังสีที่ให้รังสีแกมมา สามารถตรวจวัดรังสีทั่วทั้งร่างกายหรือบริเวณอวัยวะเฉพาะที่ โดยเครื่องจะมีหัววัดรังสีที่มีความไวและประสิทธิภาพสูง สามารถแยกพลังงานรังสีได้ดี และมีความถูกต้องแม่นยำสูง ปัจจุบันเครื่องวัดรังสีทั่วร่างกายมีการใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และทุกประเทศที่มีการใช้ประโยชน์จากเทคโน โลยีนิวเคลียร์ สำหรับประเทศไทย เครื่องวัดรังสีทั่วร่างกาย ของ สทน. ถือเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวของไทยในขณะนี้ โดยติดตั้งอยู่ที่ สทน.สำนักใหญ่ องครักษ์ จ.นครนายก และพร้อมที่จะให้บริการตรวจวัดปริมาณรังสีในร่างกายของผู้ปฏิบัติงาน จากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการใช้รังสีอย่างปลอดภัย.

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครื่องวัดปริมาณรังสีในร่างกาย เครื่องแรกและเครื่องเดียวในไทย

Posts related

 














ใต้..ยังเสี่ยงสูง – รู้หลบ

คงทราบกันแล้วว่า ลมหนาวจากเมืองจีนพัดแรงเท่าไหร่ เข้าเมืองไทยลึกขนาดไหน ภาคใต้ก็เสี่ยงภัยพายุฝนกระหน่ำ คลื่นลมแรง มากขึ้นเท่านั้น สัปดาห์ก่อนความกดอากาศต่ำที่ซัดเข้าชายฝั่งอ่าวไทย ทำให้หลายจังหวัดเจอฝนหนัก ระดับ 200 มม. มีน้ำท่วมหลายจุด พายุฝนที่ว่าพัดข้ามด้ามขวานทอง ลงทะเลอันดามันวันที่ 25 พ.ย. และพัฒนาความรุนแรงมุ่งหน้าประเทศอินเดีย ขณะที่ประเทศ ไทยจะเจอกับความกดอากาศสูง หรือลมหนาวระลอกใหม่ตามมาซ้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า วันที่ 26-30 พ.ย. ความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้มีฝนระยะแรก อากาศจะเย็นลงอีกครั้ง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ภาคใต้ก็จะกลับมาเจอฝนเพิ่มขึ้น คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ในช่วงวันที่ 27-30 พ.ย. คาดว่า ช่วงดังกล่าว ภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป 60-70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ตกหนักบางแห่ง ลมแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือ และผู้จะท่องทะเลฝั่งอ่าวไทย กรมอุตุฯไม่ห้าม แต่ให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก จะเดินเรือก็อย่าประมาท สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันแรก ๆ ที่ความกดอากาศสูงมาถึง จะมีฝน 20–30 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศา ภาคเหนือ ปรอทจะลดต่ำสุด 16-20 องศา สูงสุด 28-32 องศา ถ้าขึ้นไปบนยอดดอยตอนเช้า ก็จะหนาว ต่ำสุด 8-14 องศา ลมหนาวงวดนี้ แผ่ลงถึงกรุงเทพฯ ช่วงแรกจึงโดนฝนก่อน จากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศา น่าจะลงถึง 22-24 องศา สูงสุดประมาณ 31-33 ลมแรงซะด้วย เตรียมเสื้อกันหนาวเอาไว้ ช้าจะไม่ทัน สำหรับพื้นที่ภาคใต้ ความที่ฝนหนักคราวก่อนทำให้พื้นดิน รวมถึงที่ลาดเชิงเขา ชุ่มน้ำมาแล้ว การมีฝนกระหน่ำซ้ำอีกครั้ง จึงถือว่ามีความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากเรื่องน้ำ นอกจากติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยม วิทยา แนะว่า ควรเข้าไปติดตามหรือร่วมปักหมุดเตือนภัย ที่ www.pbwatch.net/Flood Report ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ อาสาสมัครช่วยป้อนข้อมูลระดับความลึกน้ำบนพื้นที่น้ำท่วม ที่มีนักวิชาการ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ที่ติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติทางภาคใต้มายาวนาน คอยดูแล หากจะส่งความคิดเห็นหรือสอบถามเพิ่มเติม ให้เข้าเฟซบุ๊ก PBWatch-Pattni Bay Watch (โครงการเฝ้าระวังภัยพิบัติลุ่มน้ำปัตตานี) ก็จะรับทราบข้อมูลฝนฟ้าอย่างรอบด้าน เป็นแหล่งข่าวอากาศภาคใต้ที่ให้ข้อมูลรวดเร็ว น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะในวันที่กรมอุตุฯบอกว่า ลมหนาวจะมาแรง ประชาชนชาวใต้ยิ่งต้องใส่ใจ เพราะฝนหนัก คลื่นแรง มาแน่. หยาดน้ำฟ้า

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ใต้..ยังเสี่ยงสูง – รู้หลบ

งาน ไอทียู เงินสะพัด 3 พันล.

ปิดฉากแล้วกับการโชว์สุดยอดนวัตกรรมแห่งโลกกับงาน ไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 เมื่อวันที่  19-22 พ.ย. 56 ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี โดยปีนี้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ในการจัดงาน 4 วันที่ผ่านมาถือว่าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยยอดผู้เข้าร่วมงานไอทียู มีจำนวน 2 หมื่นราย แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศจำนวน 1 หมื่นราย และผู้เข้าร่วมชมงานที่ลงทะเบียนล่วงหน้าอีก 1 หมื่นราย มีผู้นำสูงสุดของแต่ละประเทศเข้าร่วมงานจำนวน 7 ประเทศ รัฐมนตรีจำนวน 90 ประเทศ สื่อมวลชนจำนวน 290 ราย มีการจัดบูธภายในงานจำนวน 166 บูธ จาก 153 ประเทศ มีจำนวน 20 ประเทศที่มีการจัดพาวิลเลียน ในส่วนของรายได้ที่สะพัดในงานจะมีมากกว่า 3 พันล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ากับงบประมาณจัดงานที่ได้รับอนุมัติประมาณ 300 ล้านบาท ที่มาจากการจับคู่ธุรกิจในงาน และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากผู้เข้าร่วมงานที่เดินทางมาจากต่างประเทศในหลายประเทศมีความประสงค์ที่จะอยู่เที่ยวต่อในประเทศไทยและเลื่อนกำหนดกลับประเทศของตนเอง น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า ในหลาย ๆ ประเทศที่เข้าร่วมแสดงนวัตกรรม อาทิ ประเทศแทนซาเนีย อาเซอร์ไบจาน บาเซโลเนีย อิหร่านและไลบีเรีย เตรียมจะลงนามความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ทั้งด้านการศึกษา ด้านเทคโนโลยีสารเทศและการสื่อสาร และด้านดิจิทัล เป็นต้น สำหรับแนวโน้มความร่วมมือจะเป็นการร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้ของอุตสาหกรรมเพื่อนำไปสู่ความร่วมมือในอุตสาหกรรมไอซีที ฮาร์ดแวร์ไอซีทีที่ประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญ และความร่วมมือเพื่อต่อยอดในธุรกิจต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังได้พบปะหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีไอซีทีกับตัวแทนประเทศในยุโรปตะวันออกที่เข้าร่วมงาน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะร่วมธุรกิจและเป็นหุ้นส่วนการลงทุนกันในอนาคตด้วย สำหรับสุดยอดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศการสื่อสารและโทรคมนาคมจากผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นจากทั่วโลกที่นำมาแสดงในงานไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 นั้น ได้มีนวัตกรรมเทคโนโลยีที่นำมาแสดงมากมาย อาทิ ชาว์โดว์แกรม เป็นเทคโนโลยีที่ผสานความแปลกใหม่ทั้งในด้านสังคมและประสบการณ์แบบอินเทอร์แอ๊คทีฟที่สวยงาม โดยใช้เทคโนโลยีหลายอย่างเพื่อสร้างเงาของผู้เข้าชมงาน และตัดออกมาเป็นสติกเกอร์ไวนิล รวมทั้งมีกล่องคำพูดที่แสดงความเห็นความรู้สึกเกี่ยวกับงาน สะท้อนแนวโน้มในอนาคต สร้างประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ ๆ วิซิเบิล ไลท์ คอมมูนิเคชั่นส์  เทคโนโลยีอัจฉริยะที่เปลี่ยนแสงไฟเพดานให้เป็นออพติคัล ไวไฟ  ทำให้สามารถชมภาพยนตร์คุณภาพสูงได้จากสมาร์ทโฟนหรือแล็บท็อป แคบบู๊ตส์ รองเท้ามหัศจรรย์ที่สามารถกันพื้นรองเท้าด้านนอกและด้านใน เพื่อนำทางคุณไปในทิศทางที่กำหนด โดยไม่ต้องใช้แผนที่ ไวร์เลส ไวร์ ระบบกุญแจแห่งอนาคต เป็นแอพพลิเคชั่นพิเศษที่ใช้เทคโนโลยีบอดี้ เอเรีย เน็ตเวิร์ก  ที่ใช้ในการสื่อสารระยะใกล้ ๆ และเซ็นเซอร์ที่ช่วยให้มนุษย์เปิดประตูได้สะดวก เพียงใช้กุญแจแตะที่ลูกบิดประตู ปาโระ เป็นหุ่นยนต์ลูกแมวน้ำขนฟูที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยบำบัดโรคโดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์ และสมองเสื่อม โดยหุ่นยนต์แมวน้ำน้อยมีอากัปกิริยาเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ช่วยให้ผู้ป่วยอารมณ์ดีขึ้น ช่วยลดอาการหงุดหงิดหรืออารมณ์รุนแรงของผู้ป่วยได้ จึงสามารถลดการใช้ยาในผู้ป่วยได้  ปาโระสามารถจดจำสัมผัส แสง เสียง อุณหภูมิ ท่าทาง และจำเสียงเรียกชื่อได้ 50 เสียง ฟรี ยูนิเวอร์ แซล คอนสตรัคชั่น คิท จากสหรัฐอเมริกา เป็นชุดเครื่องมือเทคโนโลยีผสานระบบการสร้างหุ่นที่แตกต่างกัน 10 ระบบ เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวโดยใช้ตัวต่อชิ้นเล็ก ๆ เหมือนโลโก้ ซึ่งแต่ละชิ้นสามารถต่อเนื่องกันได้ ทำให้สามารถสร้างสรรค์รูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ โดยผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดแบบร่างของตัว ต่อนี้มาจากอินเทอร์เน็ตเพื่อพิมพ์เองที่บ้านในแบบ 3 ดี เป็นต้น ดูเหมือนว่างานนี้จะมีผู้เข้าชมชาวไทยน้อยจนเกินไป แต่ รมว.ไอซีที ก็การันตีว่าในภาคอุตสาหกรรมมุมกว้างของแต่ละประเทศนั้นถือว่าประสบความสำเร็จและมีการต่อยอดอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยในอนาคตอย่างแน่นอน. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

ขอขอบคุณแหล่งที่มา : งาน ไอทียู เงินสะพัด 3 พันล.

Page 706 of 805:« First« 703 704 705 706 707 708 709 »Last »
Home Webmail Password Help File Manager Logout Edit a file