วันนี้ (21 พ.ย.) ที่ ศูนย์การแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 86 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติฯ จึงได้จัดโครงการ “We Love Royalty” ทั้งนี้ เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายข้อมูล ข่าวสารและสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเผยแพร่พระราชกรณียกิจที่สำคัญ และยังเป็นช่องทางให้ประชาชนถวายพระพรชัยมงคลและร่วมแสดงความจงรักภักดี และร่วมสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ถวายพระพร ผ่านทางโมบายแอพพลิเคชัน ในชื่อ We Love Royalty และช่องทางเว็บไซต์ www.WeLoveRoyalty.com ที่นำเสนอพระราชกรณียกิจเพื่อ ปวงชนชาวไทยด้วย สำหรับพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชาวไทยจะมีการนำเสนอในหลายๆ ด้าน อาทิ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการศึกษา ด้านชีวิตความเป็นอยู่ ด้านสุขภาพและสาธารณสุข และด้านสัมมาชีพ โดยได้นำเสนอในรูปแบบสื่ออินเตอร์แอคทีฟและแอนนิเมชั่นผ่านทางเว็บไซต์หรือสื่อออนไลน์ที่ Facebook@WELOVEROYALTY ได้ทุกที่ทุกเวลาทั่วโลก ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง ผ่านโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน แอนดรอยด์ วินโดว์โฟน และไอแพด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไอซีที” ชวนถวายพระพรผ่านโครงการ “We Love Royalty”
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันนี้(21พ.ย.)ที่โรงแรมเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการกองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยว่า บก.ปอศ.ได้ดำเนินปราบปรามการกระทำละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ในรอบ 10 เดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค – ต.ค. 56 สามารถจับดำเนินคดีแล้วจำนวน 247 คดี ซึ่งมีอัตราสูงกว่าปี 2555 ถึง 54% ที่จับดำเนินคดีจำนวน 160 คดี ก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายถึง 510.85 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่ละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดคือ อุตสาหกรรมวิศวกรรมและการก่อสร้าง รองลงมาคือ อุตสาหกรรมโรงงานผลิต อุตสาหกรรมเครื่องจักร อุตสาหกรรมบริษัทรับเหมาช่วงต่อ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมออกแบบ และอุตสาหกรรมตัวแทนจำหน่ายและธุรกิจค้าส่งตามลำดับ ในขณะเดียวกันในปี 2554 ประเทศไทยถูกจัดลำดับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในอันดับ 7 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คิดเป็น 72% ทำให้ในปี 2557 บก.ปอศ.ตั้งเป้าให้เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมออกตรวจสอบการละเมิดลิขสิทธิ์ ในอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้น เพื่อแจ้งเตือนให้ผู้ประกอบการเลิกใช้ของละเมิดลิขสิทธิ์ เพื่อให้ประเทศไทยถูกปลดล็อก ออกจากประเทศที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือ PWL จากประเทศสหรัฐอเมาริกาที่ได้ต่อต้านและควบคุมการนำเข้าสินค้าของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และเพื่อให้เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC) แสดงในสมาชิกเห็นว่าประเทศไทยมีการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยยกระดับมาตรฐานสินค้า เพื่อนำไปสู่การออกนวัตกรรมใหม่ๆในยุคดิจิทัลต่อไป” ที่ผ่านมาบก.ปอศ.ได้พยามออกตรวจอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้การจับการละเมิดซอฟต์แวร์นั้น เจ้าของผู้ที่เสียหายต้องดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเข้ามาจึงจะสามารถนำไปสู่การจับดำเนินคดีภายใต้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ผู้ใดที่กระทำความผิดละเมิดลิขสิทธิ์จะได้รับโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ “พ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าว
วันนี้ (21 พ.ย.) ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือสดร. จัดแถลงข่าว “ ชวนคนไทยลุ้นชมดาวหางไอซอนปลายพฤศจิกายนนี้ “ โดยมีรศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสดร. เป็นประธานในการแถลงข่าว ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการ สดร. กล่าวว่า ดาวหางไอซอนถูกค้นพบตั้งแต่เดือนกันยายน ปี2555 และเป็นที่ฮือฮาของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเคยคาดกันว่าจะสว่างถึงขนาดเท่าดวงจันทร์ แต่จากการเฝ้าติดตามก่อนหน้านี้พบว่าดาวหางดังกล่าวอาจไม่สุกสว่างมากอย่างที่คาด อย่างไรก็ดีในช่วงต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา จากการเฝ้าติดตามและถ่ายภาพ พบว่าดาวหางดวงนี้มีพัฒนาการของความสว่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ดาวหางไอซอนมีการประทุของก๊าซออกมา ส่งผลให้ความสว่างเพิ่มขึ้นอย่างมาก และกลับมาเป็นที่สนใจอย่างมากของนักดาราศาสตร์ทั่วโลกอีกครั้ง แต่ยังคงต้องใช้กล้องสองตาช่วยในการสังเกต ดร.ศรัณย์ กล่าวว่า จากนี้ไปก็คงต้องลุ้นกันว่าดาวหางไอซอนจะสว่างพอที่จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือไม่ ก่อนที่จะโคจรเข้าสู่จุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 28 พ.ย. 2556 ซึ่งอยู่ห่างจากผิวดวงอาทิตย์ เพียง 1.2 ล้านกิโลเมตรเท่านั้น และทำให้ดาวหางไอซอนมีอุณหภูมิสูงถึง 2,000 องศาเซนเซียส ซึ่งอาจจะระเหิดไปหมด หรือแตกเป็นเสี่ยงได้ แต่พิจารณาจากขนาดและการโคจรแล้ว มีโอกาสค่อนข้างมากที่ดาวหางไอซอนจะรอดกลับมาให้เราได้ชมดาวหางที่สว่างและสวยงามอีกครั้งหนึ่งในต้นเดือน ธ.ค. “ในช่วงเวลาที่ดาวหางไอซอนมาเยือนโลก คนไทยยังมีโอกาสสังเกตเห็นดาวหางคาบสั้นอีก 3 ดวง ในเวลาเดียวกันอีกด้วย คือ ดาวหางเลิฟจอย (Lovejoy X1) ดาวหางลีเนีย (LINEAR X1) และดาวหางเองเค (2P Enke) โดยใน3ดวงนี้ดาวหางที่น่าสนใจมากที่สุดคือ ดาวหางเลิฟจอย ที่ถูกค้นพบ เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา มีความสว่างปานกลาง และจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่งของวันที่ 23 ธ.ค. 2556 ตามเวลาประเทศไทย ส่วนดาวหางลีเนีย เป็นดาวหางที่ค้นพบนานแล้วแต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลับมามีความสว่างอีกครั้ง” อย่างไรก็ดี ดร.ศรัณย์ ยืนยัน ว่า การเกิดปรากฎการณ์ดาวหางเยือนโลกทั้ง 4 ดวง ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภัยพิบัติ รวมถึงการเมืองใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และอยู่ห่างไกลจากโลกมาก ปัจจุบันมีการค้นพบดาวหางได้มากขึ้นเนื่องจากพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ดีขึ้น ซึ่งนักดาราศาสตร์จะใช้ดาวหางในการศึกษาถึงที่มาของเอกภพ รวมถึงเรื่องสนามแม่เหล็กต่าง ๆ สำหรับดาวหางไอซอน เป็นดาวหางคาบยาว เนื่องจากมีคาบการโคจรนานกว่า300 ปี และเป็นดาวหางใหม่ที่เข้ามาในระบบสุริยะเพียงเที่ยวเดียว และจะไม่กลับมาอีก เข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 28 พ.ย. 2556 แต่เนื่องจากเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถมองเห็นได้เพราะถูกแสงของดวงอาทิตย์กลบ ดังนั้นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการดูดาวหางไอซอน คือประมาณช่วงก่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ 15-25 พ.ย. 2556 และหลังเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ 3-15 ธ.ค. 2556 เวลาเช้ามืดทางทิศตะวันออกก่อนอาทิตย์ขึ้น บริเวณกลุ่มดาวหญิงสาว การสังเกตดาวหางจะยิ่งชัดเจนขึ้น ถ้าใช้กล้องโทรทรรศน์กำลังขยาย 20-30 เท่า หรือใช้กล้องสองตา กำลังขยาย 7 เท่า ก็พอมองเห็นได้ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเกาะติดสถานการณ์ของดาวหางไอซอนได้ที่เว็บไซต์ สถาบันฯ www.narit.or.th หรือ Facebook: www.facebook.com/NARITpage หรือ Twitter: @N_Earth หรือ Instagram: @NongEarthNARIT