รศ.ดร. วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า การที่จะพัฒนาวิทยาศาสตร์ให้ก้าวหน้า แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติได้นั้น จำเป็นต้องมีการพัฒนา “บุคลากร” ที่ทำงานอยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ และไม่ใช่เพียงการเตรียมความพร้อมเฉพาะ “บุคลากร” ของวงการวิทยาศาสตร์วันนี้เท่านั้น แต่จำเป็นต้องปลูกฝังและเตรียม “บุคลากรของวันพรุ่งนี้” ทั้งนี้ เกินกว่าครึ่งของบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเป็นสตรี และสตรียังได้ให้ความสนใจเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์เพิ่มมากขึ้นและมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ของไทยให้เจริญก้าวหน้า เอ็มเทคจึงร่วมมือกับบริษัทลอรีอัล ประเทศไทยจัดเวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติการ “Career Building for Women in Science” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริม พัฒนาทักษะ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักวิจัยสตรีในสายงานวิทยาศาสตร์ เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในอาชีพต่อไป นางสดับพิณ คำนวณทิพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เวิร์คช็อปเชิงปฎิบัติการ ดังกล่าวจะ เปิดโอกาสให้นักวิจัยสตรีรวมไปถึงนักศึกษาวิทยาศาสตร์เข้าร่วมอบรมเสริมทักษะและพัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อความสำเร็จในอาชีพอันนำพาไปสู่การคิดค้นผลงานอันทรงคุณค่าต่อสังคมและประเทศชาติ ซึ่งได้มีการเชิญวิทยากรมากความสามารถซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา 3 ท่านจากกลุ่ม COACh for Scientists ที่ประกอบด้วยสมาชิกนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยกว่า 300 ท่าน โดยกลุ่ม COACh ได้เดินทางไปแล้วทั่วโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันบทบาทสตรีในแวดวงวิทยาศาสตร์ทั่วโลกให้ประสบความสำเร็จในสายอาชีพ ด้าน ศ.ดร. สุภาพรรณ เสราภิน อาจารย์ประจำภาควิศวกรรม-วัสดุศาสตร์ University of Arizona นักวิจัยสตรีไทยเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่ม COACh for Scientists หนึ่งในสามวิทยากรที่จะมารับหน้าที่เป็นผู้ฝึกอบรมในครั้งนี้กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีนักวิจัยสตรีเป็นจำนวนมาก และล้วนเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและผลงานวิจัยอันน่าทึ่งมากมาย โดยหลักสูตรที่จะนำมาอบรมนักวิจัย อาจารย์ และนักศึกษาในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย ทักษะการเป็นผู้นำ การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับบทบาทการเป็นผู้นำของสตรีที่แตกต่างกันในแต่ละวัฒนธรรม รวมไปถึงเทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆ ที่สามารถนำพาไปสู่การเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพได้ การสร้างพลังในการจูงใจและต่อรอง ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานของอาชีพนักวิจัย การเขียนและนำเสนอโครงการที่นับเป็นหัวใจสำคัญของอาชีพนักวิจัย และการตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับสากล สำหรับเวิร์คช็อปเชิงปฏิบัติการ ดังกล่าว จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มกราคม 2557 ที่ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ดูรายละเอียดได้ที่ www.mtec.or.th/COAChThai หรือ โทร .02-564-6500 ต่อ 4676
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอ็มเทค-ลอลีอัล”จัดเวิร์คชอปเสริมทักษะนักวิจัยสตรี
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















งานใหม่ของซีอีโอใหม่ในบริษัทแบล็คเบอร์รี่ ไม่ง่าย น่าท้าทายยิ่ง เพราะจะต้องฟื้นกิจการและสร้างกำไรให้กับแบล็คเบอร์รี่ ให้ได้ในเร็ววัน ด้วยความกล้าหาญและจะต้องเปลี่ยนให้ได้ ใครก็ตามที่สามารถฟื้นฟูกิจการและสร้างผลกำไรได้ระยะยาวให้กับแบล็คเบอร์รี่ได้ก็ต้องนับว่ากล้าหาญชาญชัยเอาเรื่อง เพราะแบล็คเบอร์รี่ประสบการขาดทุนและยังลุ้นในตารางตลาดหุ้นนิวยอร์กไม่ขึ้น ซีอีโอใหม่ จอห์น เชน ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารคนใหม่ก็ต้องมาดำรงตำแหน่งซีอีโอด้วย โดยค่าตอบแทนนั้นค่อนข้างงดงามคือมีเงินเดือนแค่ 30 ล้านบาทต่อปี และได้รับโบนัสซึ่งขึ้นอยู่กับผลงาน และแน่นอนก็ผลประกอบการของบริษัทอีก 60 ล้านบาทต่อปี ซึ่งก็ต้องสร้างผลประกอบการบริษัทให้ดี เพื่อให้ราคาหุ้นขึ้น อันที่จริงเป็นแค่เพียงค่าใช้จ่ายในระหว่างการทำงานแต่สิ่งที่ได้เป็นเนื้อเป็นหนังก็คือ หุ้นจำนวน 13 ล้านหุ้น ซึ่งมีมูลค่าถึง 2,532 ล้านบาท เพราะฉะนั้นหน้าที่ของ จอห์น เชน ซีอีโอใหญ่ ก็ต้องสร้างผลประกอบการบริษัทให้ดี เพื่อให้ราคาหุ้นขึ้น ราคาหุ้นมูลค่า 2,532 ล้านบาทนั้นเป็นราคาเมื่อจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และราคานี้เป็นราคาที่ซึ่งตกลงมาถึง 45% ในปีนี้ ซึ่งท่านผู้อ่านลองจินตนาการดู ถ้าเกิดผลประกอบการปีนี้ดี และเขากู้ชีพแบล็คเบอร์รี่ได้สำเร็จราคาเท่าเดิมมูลค่าหุ้นที่คุณจอห์น เชน พึงจะได้ก็จะต้องเลยหลัก 5,000 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามวิธีการแบ่งปันผลตอบ แทนของซีอีโอของแบล็คเบอร์รี่ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับบริษัททั่วไปในสหรัฐอเมริกาก็คือ ใน 3 ปีแรกบริษัทจะให้แค่ 25% ของมูลค่าหุ้นที่กล่าวไว้ข้างต้น 4 ปีต่อมาให้อีก 25%และอีก 5 ปีที่เหลือก็จะได้อีก 50% รวมความแล้วว่าให้เวลา 12 ปีที่จะต้องทำให้บริษัทรายได้ขึ้น ปัจจุบันอายุ 58 ปี ต้องทำให้บริษัทรวยอีก 12 ปี จนถึงอายุ 70 ปีก็ลองจินตนาการดูอีก 12 ปี ถ้าเกิดเขาทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้ถึง 10 เท่า มูลค่าจะขยับขึ้นเป็นระดับสามหรือสี่หมื่นล้าน ถ้าเกษียณครบอายุ 70 ปียังแข็งแรงอยู่ก็จะมานั่งคิดต่อไปอีกว่าจะใช้เงินอย่างไรดีจนอายุครบ 90 ปี หรือ 100 ปี ก็ควรจะถนอมและรักษาสุขภาพเอาไว้ก็แล้วกัน คิดในแง่บวกก็คงจะรวยแล้วแต่จินตนา การ แต่ถ้าฝีมือไม่ถึงก็ผลประกอบการไม่ดีถูกไล่ออก จะมีอะไรเหลือบ้าง ซึ่งต้องยอมรับว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้อยู่แล้วโดยเฉพาะที่สหรัฐ อเมริกา เขาก็ยังได้รับเงินเดือน 30 ล้านบาทต่อปี จนกระทั่งถึงวันที่จะต้องลาออกจากบริษัท และเขายังจะได้รับเงินค่าตอบแทนต่างหากสำหรับการถูกให้ออกจากบริษัทเป็นเงินสองเท่าของเงินเดือนและโบนัสซึ่งก็คือ 180 ล้านบาทต่อปี สำหรับซีอีโอเดิมซึ่งถูกไล่ออกนั้น ซึ่งผมเขียนบทความพฤหัสบดีที่แล้วชื่อ ธอร์สเตน ไฮนส์ ได้รับเงินชดเชย 369 ล้านบาท อาจจะดูดีสำหรับเราและท่านผู้อ่าน แต่เมื่อเทียบกับผลงานและประสบการณ์ความสำเร็จเดิม ผมว่าเสี่ยงเอาพอสมควร เพราะค่าตอบแทนยังไม่สูงมากนักเวลาล้มเหลว แต่ถ้าไม่เสี่ยงชีวิตจะมันได้อย่างไร ค่าตอบแทนขนาดนี้ต้องยอมเสี่ยงกับชีวิตกันหน่อยจริงไหม หมื่นล้านรออยู่ข้างหน้า. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu
กสทช. ตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านโทรคมนาคม หนึ่งเดียวในอาเซียน ขยายช่องทางการคุ้มครองผู้บริโภค ยันไม่ซ้ำซ้อน 1200 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.)ด้านกฎหมาย เปิดเผยว่า กสทช.ได้เปิดศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในกิจการโทรคมนาคมในพื้นที่บริเวณสำนักงานกสทช. ตามระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมและผู้ร้องเรียน พ.ศ.2555 เป็นช่องทางระงับข้อพิพาทการแก้ไขให้แก่ผู้บริโภคที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการใช้บริการต่างๆ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศเดียวใน 10 ประเทศอาเซียนที่มีศูนย์ไกล่เกลี่ยฯ ขึ้น สำหรับกระบวนการไกล่เกลี่ยดังกล่าว ผู้ร้องเรียนต้องได้รับความสมัครใจเพื่อเข้าร่วมไกล่เกลี่ย โดยศูนย์ฯจะมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคมจำนวนกว่า 20 คน เพื่อเป็นตัวกลางประสานและเจรจาหาทางออกและได้รับความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทำให้ลดกระบวนการส่งเรื่องฟ้องศาล ซึ่งในปัจจุบันศูนย์ฯได้ดำเนินการไกล่เกลี่ยไปจำนวน 1 เรื่องเกี่ยวกับโอปเรเตอร์คิดค่าบริการเกินจริง ดร.สุทธิพล ยืนยันว่า ศูนย์ไกล่เกลี่ยฯจะไม่ซ้ำซ้อนกับสายด่วน สำนักงาน กสทช. 1200 แต่เป็นการเพิ่มช่องทางรับเรื่องราวร้องเรียนและแก้ไขปัญหาให้มีความรวดเร็วและประหยัดเวลาแก่ผู้บริโภคมากขึ้น โดยประชาชนยังสามารถร้องเรียนมายัง 1200 ได้ตามปกติแต่หากจะเข้าสู่กระบวนการไกลเกลี่ยก็สามารถแจ้งความจำนงได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย.