วันนี้ (19 พ.ย.) ที่ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นเจ้าภาพร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ไอทียู เปิดงานไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 (ITU Telecom World 2013) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่วันที่ 19-22 พ.ย.56 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี เพื่อแสดงนวัตกรรมไอที โทรคมนาคมและดิจิทัลที่ทันสมัยจากแต่ละประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมงาน อาทิ โทรศัพท์ที่ทันสมัย การใช้เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติ หุ่นยนต์ เทคโนโลยี 3 มิติดิจิทัล ตลอดจนจัดแสดงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า งานไอทียู เทเลคอม เวิลด์ 2013 จัดขึ้นในแนวคิด เตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล มุ่งเน้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงวิธีสื่อสารของคน ความจำเป็นของโมเดลธุรกิจในยุคข้อมูลเป็นใหญ่ ความเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี โดยภายในงานจะมีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสการลงทุนในธุรกิจไอซีทีทั่วโลก ตลอดจนสร้างเครือข่ายภาคอุตสากรรมไอซีทีจากทุกประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่น่าสนใจและโดดเด่นจากประเทศที่เข้าร่วมงาน ส่วนประเทศไทยมีไฮไลท์ที่จัดแสดงเป็น ไทยแลนด์พาวิลเลียนรวม 47 บูธ ที่เน้นนำเสนอทิศทางการพัฒนาประเทศในการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย อาทินวัตกรรมของ Shadowgram ใช้เทคโนโลยีหลายอย่างเพื่อสร้างเงาของผู้เข้าชมงานและตัดออกมาเป็นสติกเกอร์ไวนิล รวมทั้งมีกล่องคำพูดที่แสดงความรู้สึกเกี่ยวกับงาน ส่วนนวัตกรรม Paro จะพบกับหุ่นยนต์ลูกแมวน้ำขนฟูที่ถูกสร้างขึ้นมาช่วยบำบัดโรคโดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์และสมองเสื่อม มีอัปกิริยาเหมือนสัตว์เลี้ยงจะช่วยให้ผู้ป่วยอารมณ์ดีขึ้น เป็นต้นสำหรับบูธของผู้ประกอบการไทย อาทิ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ได้โชว์ศักยภาพด้านโครงข่ายโทรคมนาคม ครอบคลุมทั่วประเทศ และความเป็นผู้นำในการให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมทันสมัย นำเสนอเทคโนโลยีสื่อสารทันสมัยที่ผสมผสานความเป็นไทยมีกลมกลืนความเป็นสากล ภายใต้แนวคิด “Smart Network Smart TOT” โดยไฮไลท์ คือ การสาธิต การใช้เทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทีโอที 3จี ในการถ่ายทอดภาพและเสียง จากอากาศยานตรวจการณ์ ซึ่งสามารถแสดงผลบนจอภาคพื้นดินที่มีความเสถียรสูงมาก และโครงการ Miracle Eyes ซึ่งเป็นนวัตกรรมศูนย์สั่งการกล้องทีวีวงจรปิดเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแบบเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ ทีโอที ได้จัดแสดงทีวีอินเทอร์เน็ต TOT iptv ด้วยในขณะที่ กลุ่มอินทัช โดย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) นำเสนอภายใต้แนวคิด พลังเทคโนโลยีการสื่อสารที่ไร้ขีดจำกัด เทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต นำเสนอเทคโนโลยีที่ใช้งานร่วมกับดิจิทัลทีวีเพื่อให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายสามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ เอไอเอส ได้นำเสนอแนวคิด “Drive for New World” พลังเทคโนโลยีการสื่อสารที่สร้างสรรค์ก้าวไกลไม่รู้จบ ดุจจักรวาล เพื่อตอบสนองในทุกชีวิต ในเทคโนโลยี 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ และ 4จี แอลทีอีส่วน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ได้แบ่งไฮไลท์หลัก 5 ส่วน คือส่วนที่ 1. Internet for All ให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียมผ่าน VTR ส่วนที่ 2. เปิดให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมพิสูจน์ความเร็วและแรงของดีแทค ไตรเน็ต ด้วยการทดสอบความเร็วเน็ต (Steed Test) กับการใช้ดีแทคไอโฟน 5เอส เป็นต้น ในขณะที่ กลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้จำลองออฟฟิศในอนาคตอันใกล้ ที่ผสมผสานทั้งดีไซน์และรูปแบบการทำงานอย่างลงตัว แบ่งห้องต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้าจากทุกหน่วยงาน พร้อมสาธิตบริการ iService และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Internet Solution เพื่อการทำงานที่ง่ายขึ้น เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รมว.ไอซีที เปิดงาน” ไอทียู 2013” สุดยิ่งใหญ่
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ในรายงานประจำปีฉบับที่สาม “ดัชนีคลาวด์ทั่วโลกของซิสโก้ (2555-2560 ซิสโก้คาดการณ์ว่า แทรฟฟิกคลาวด์ทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนที่เติบโตเร็วที่สุดของแทรฟฟิกดาต้าเซ็นเตอร์ จะเพิ่มขึ้น 4.5 เท่า หรือเติบโตเฉลี่ย 35 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จาก 1.2 เซตตาไบต์ต่อปีในช่วงปี 2555 เป็น 5.3 เซตตาไบต์ภายในปี 2560 แทรฟฟิกดาต้าเซ็นเตอร์โดยรวมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า จนแตะระดับ 7.7 เซตตาไบต์ต่อปี ภายในปี 2560โดยหนึ่งเซตตาไบต์เท่ากับหนึ่งพันล้านเทราไบต์ ดังนั้น 7.7 เซตตาไบต์เท่ากับ การสตรีมเพลง 107 ล้านล้านชั่วโมง เทียบเท่ากับ การสตรีมเพลงต่อเนื่องประมาณ 1.5 ปี ของประชากรทั้งโลกในปี 2560 การประชุมผ่านเว็บ 19 ล้านล้านชั่วโมง เทียบเท่ากับ การประชุมผ่านเว็บราว 14 ชั่วโมงต่อวันของพนักงานบริษัททั้งโลกในปี 2560การสตรีมวิดีโอที่มีความละเอียดสูง (HD) ความยาว 8 ล้านล้านชั่วโมง เทียบเท่ากับ การสตรีมวิดีโอ HD ประมาณ 2.5 ชั่วโมงต่อวันของประชากรทั้งโลกในปี 2560ประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ของแทรฟฟิกดาต้าเซ็นเตอร์จะเพิ่มขึ้นจากผู้ใช้ที่เข้าถึงระบบคลาวด์สำหรับการท่องเว็บ วิดีโอสตรีมมิ่ง การทำงานร่วมกัน และอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อ โดยทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Internet of Everything หรือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงผู้คน ข้อมูล กระบวนการ และสิ่งต่างๆ ทั้งหมดเข้าด้วยกันนายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า ในประเทศไทย การปรับใช้คลาวด์เป็นไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลายมาก ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่รัฐบาลและผู้ให้บริการ (Service Providers) ยังคงมีบทบาทในการผลักดันในการปรับใช้คลาวด์ และใช้เป็นกลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลางการให้บริการคลาวด์” (Cloud Service Hub) ของภูมิภาคในอีกสามปี เพื่อสร้างรายได้และสร้างโอกาสในการทำงาน ผลการสำรวจของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ และศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยว่า ตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งในประเทศไทยปีนี้คาดว่าจะอยู่ระหว่าง 2.22 – 2.33 พันล้านบาท และอัตราการเติบโตจะเพิ่มเป็น 22.1 % จาก 16.7% เทียบกับปีที่ผ่านมา จากผลการวิจัยจะเห็นได้ว่าองค์กรธุรกิจขยายการเติบโตด้วยการปรับใช้การบริการคลาวด์ (Cloud-based Optimized Service) และคลาวด์ กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงานและการดำเนินงานของธุรกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการใช้บริการคลาวด์ (Cloud-based service) ในอัตราที่สูงและถูกนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทุกระดับ รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มบี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างแทรฟฟิกคลาวด์ ด้วยแทรฟฟิกของคลาวด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์กรธุรกิจมีความจำเป็นที่จะต้องมีแพลตฟอร์มที่จะรองรับแทรฟฟิกคลาวด์ และทรานสฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีไปสู่ “คลาวด์คอมพิวติ้ง” และ “การทำงานร่วมกันผ่านคลาวด์” (Cloud-based collaboration) อีกทั้งองค์กรธุรกิจควรที่จะพัฒนาระบบเพื่อรองรับการทำงานกับแพลตฟอร์มคลาวด์โดยเฉพาะจากมุมมองระดับภูมิภาค รายงานดัชนีคลาวด์ทั่วโลกของซิสโก้ (Cisco Global Cloud Index) คาดการณ์ว่าจากนี้จนถึงปี 2560 ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาจะมีอัตราการเติบโตของแทรฟฟิกคลาวด์สูงสุดโดยเฉลี่ย 57 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตามมาด้วยภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยเฉลี่ย 43 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก โดยเฉลี่ย 36 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 9.30 น. วันนี้ (19 พ.ย.2556) ผู้ใช้งานแอพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่สามารถส่งสติกเกอร์ ส่งข้อความหากันได้ ล่าสุด ไลน์ ได้ ชี้แจงว่า เกิดปัญหาระบบขัดข้อง จากการดาวน์โหลดข้อมูลเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้ไลน์ในไทยไม่สามารถส่งสติกเกอร์ และส่งข้อความได้ เมื่อไลน์รับทราบปัญหาได้รีบแก้ไข ให้สามารถกลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมภายใน 20 นาที ทั้งนี้ ไลน์ หรือ LINE เป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มการให้บริการส่งข้อความผ่านมือถือระดับโลก ให้บริการส่งข้อความและข้อความเสียงฟรี รองรับการโทรและการสนทนากลุ่มได้มากถึง 100 คน โดยรวบรวมฟีเจอร์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งสติ๊กเกอร์ หน้า Home & Timeline และ Official Account ต่างๆ ไลน์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2554 มีแอพพลิเคชั่นบริการเสริมต่างๆ บนแพลตฟอร์มการส่งข้อความผ่านมือถือ ตั้งแต่แอพพลิเคชั่นเกมส์ไปจนถึงแอพพลิเคชั่น แอนตี้ ไวรัส ปัจจุบัน มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 280 ล้านครั้งทั่วโลกใน 230 ประเทศ นอกจากนี้ ยังขึ้นเป็นแอพพลิเคชั่นที่มีคนดาวน์โหลดเยอะสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มฟรีแอพพลิเคชั่นบน แอพสโตร์ ของ 55 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย