วันนี้(22ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า กสทช.ได้ขอความร่วมมือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเพื่อดำเนินการประชาสัมพันธ์คำประกาศสิทธิที่ผู้ใช้บริการมือถือ ทั้งระบบเติมเงิน ต้องยืนยันแสดงตัวตนผู้ใช้ผ่านการลงทะเบียนซิมการ์ดการเติมเงินแต่ละครั้งต้องได้รับระบบเวลาการใช้งานไม่น้อยกว่า 30 วันจนถึงสะสมวันสูงสุดไม่น้อยกว่า 365 วัน การยกเลิกสัญญาจะได้รับเงินคืนในระบบภายใน30 วัน หรืออาจโอนย้ายเงินไปยังเลขหมายอื่นในค่ายเดียวกันส่วนผู้ใช้บริการระบบรายเดือน ต้องตระหนักคือผู้ใช้บริการสามารถเลิกสัญญาเวลาใดก็ได้แต่ต้องดำเนินการแจ้งให้ค่ายมือถือทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน และหากค้างชำระค่าบริการเวลา 2 เดือนติดต่อกันอาจะถูกระงับหรือยกเลิกบริการได้ รวมถึงผู้ใช้งานสามารถย้ายค่ายเบอร์เดิมได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ ค่าธรรมเนียม 29 บาท ต่อ เลขหมายโดยใช้ระยะเวลาจำนวน 3 วัน อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานมือถือต้องศึกษาเงื่อนไขการให้บริการอัตราค่าบริการ ก่อนเลือกใช้รายการส่งเสริมการขาย ให้มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งานนอกจากนี้ผู้ใช้บริการสามารถยกเลิกบริการเอสเอ็มเอสรบกวนได้ฟรี *137 โทรออก และรวมถึงปิดบริการอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ(โรมมิ่ง)ฟรี *106#โทรออกนายฐากร กล่าวว่า กสทช.จะนำไปประกาศไว้ที่สำนักงานกสทช.เขตและศูนย์ให้บริการมือถือ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคควรทราบซึ่งหากผู้ให้บริการไม่ดำเนินการจะมีความผิดตามกฎหมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.ขอความร่วมมือค่ายมือถือแจ้งลูกค้ารับรู้สิทธิ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ข่าวจากดีแทค แจ้งว่า ในการกลับมาอีกครั้งของคุณซิคเว่ เบรคเก้ ในตำแหน่งรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือดีแทค ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมาได้รับกระแสการต้อนรับที่อบอุ่น อย่างมากมาย ดีแทค ภายใต้การบริหารงานของนายซิคเว่เบรคเก้ พร้อมที่จะขับเคลื่อนและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับตลาดโทรคมนาคมของไทยด้วยพลังและแนวคิดที่สนุกสนานรวมกับการดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ข่าวแจ้งว่า คุณซิคเว่มีความยินดีที่จะรับฟังทุกข้อคิดเห็น และให้ทุกคนรับรู้ไปด้วยกัน พร้อมกับการแสดงความคิดเห็นและตอบทุกๆ คำถาม ในประเด็นต่างๆ อย่างตรงไปตรงมาในแบบฉบับของ “ซิคเว่สไตล์” ดีแทค จึงขอเชิญชวนเพื่อน พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ติดตามความเคลื่อนไหวนี้ได้ที่ทวิตเตอร์ @Sigve_telenorและเฟสบุ๊ค https://www.facebook.com/sigve.telenor ซิคเว่ เบรกเก้ รักษาการซีอีโอ ดีแทค กล่าวว่า ขอเชิญชวนทุกท่านเข้ามาติดตามทวิตเตอร์ของผมยินดีที่จะรับฟังทุกๆ ความคิดเห็น ทั้งในส่วนของสื่อมวลชน ลูกค้าและพันธมิตรของดีแทคทุกคน เพื่อนำข้อคิดเห็นต่างๆ ที่มีค่าเหล่านั้น กลับมาแก้ใขปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้มีประสบการณ์ที่ดีกับดีแทคเหมือนที่เคยเป็นมา” นอกจากจะติดตามกันทางทวิตเตอร์แล้วในอนาคตอันใกล้นี้ยังจะมีกิจกรรมอีกมากมาย ที่จะทำให้ทุกๆ คนได้ใกล้ชิดและได้รู้จักกับคุณซิคเว่ มากขี้น ความสนุกในแบบฉบับของดีแทคกำลังจะกลับมา
นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ระหว่างรอกระบวนการทางกฎหมายผ่านสนช. ไอซีทีมีหน้าที่ต้องปรับโครงสร้างกระทรวงเพื่อพร้อมเริ่มงานได้ทันที โดยหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่องการโอนย้ายบุคลากร ซึ่งส่วนที่ชัดเจนแล้ว คือ กลุ่มนักวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่จะต้องโอนย้ายมาที่กระทรวงดิจิทัล ที่จะนำบุคลากรมาเฉพาะบางส่วนที่เกี่ยวข้อง และต้องมาด้วยความสมัครใจอย่างไรก็ตาม ในส่วนของชื่อกระทรวงที่จะต้องเปลี่ยนใหม่นั้นยังไม่มีข้อสรุปในชื่อที่ชัดเจน เบื้องต้นกำหนดชื่อ เป็น กระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งคาดว่าต่อจากนี้อีก 2 เดือน จะเป็นกระบวนการด้านการแก้ไขกฎหมายปรับปรุงกระทรวง และการออกกฎหมายลูกมารองรับกฎหมายใหญ่อย่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมอิเล็กทรกนิกส์ พ.ร.บ.ว่าด้วยการคุ้มครองส่วนบุคคล และเดือนที่ 3 ถึงจะดำเนินการในการเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างสมบูรณ์ที่สุดแหล่งข่าวจากคณะทำงานวางโรดแมปสู่ดิจิทัล อีโคโนมี ที่มี ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน กล่าวว่า คณะทำงานได้กำหนดภารกิจเร่งด่วนภายหลังกฎหมายการปรับปรุงกระทรวงไอซีทีผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกอบด้วย การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างครบวงจรในการนำไอทีและระบบอิเล็กทรอนิกส์มาช่วย ทั้งนี้ จากเอสเอ็มอีที่มีอยู่ 2 ล้านรายจะต้องเกิดความแข็งแกร่ง ช่วยในเรื่องต้นทุน หาพันธมิตร ช่องทางกระจายสินค้า โลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวได้มากขึ้นนอกจากนี้ ยังมีภารกิจเร่งด่วนอื่นๆ อาทิ การนำไอซีทีมาพัฒนาด้านการเกษตร ผ่านโครงการเกษตรปราดเปรื่อง (สมาร์ทฟาร์มเมอร์), การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอซีที และการเตรียมพร้อมรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทั้งนี้ ภาพของดิจิทัล อีโคโนมี จะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 12 เดือน โดยหลังจากเรื่องกฎหมายเรียบร้อยแล้ว จะตั้งคณะกรรมการดิจิทัล อีโคโนมี ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาว่าควรจะต้องเริ่มภารกิจเร่งด่วนใดเป็นลำดับแรกทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัล จะมีหน้าที่หลักที่ต้องดำเนินการเรื่องโดยเฉพาะการใช้ไอซีทีเพื่อการพัฒนาประเทศ และต้องประสานงานกับแทบทุกกระทรวงที่ต้องใช้ไอทีทั้งหมดทั้งกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์ อุตสาหกรรม ท่องเที่ยว สาธารณสุขเกษตร คลัง เป็นต้น