นายดิวอน เเลน ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Google กล่าวว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.57 ที่ผ่านมา Google ได้เปิดตัวบริการ Google แผนที่กับสตรีทวิวอย่างเป็นทางการในประเทศลาว ด้วยนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนมุมมองเพื่อให้ได้เห็นและสัมผัสประเทศพร้อมกับวัฒนธรรมให้แก่พี่น้องชาวลาวและผู้มาเยือนจากทั่วโลก ด้วยการสนับสนุนจากกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป.ลาว ทั้งนี้ Google จะเริ่มต้นกระบวนการนำรถยนต์ที่ติดตั้งอุปกรณ์กล้องที่ออกแบบมาเป็นพิเศษออกเก็บภาพในเขตเวียงจันทน์สำหรับจัดทำ Google แผนที่กับสตรีทวิว โดย Google หวังว่าการเปิดตัวสตรีทวิวในประเทศลาวจะเป็นการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ ในการนำเสนอวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์สู่สายตาชาวโลก ในขณะที่ยังสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลังเติบโตอย่างงดงาม อย่างไรก็ตาม สตรีทวิว เป็นฟีเจอร์ยอดนิยมบน Google แผนที่ ซึ่งเปิดให้บริการแล้วใน 56 ประเทศทั่วโลก ด้วยฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้สามารถสำรวจตรวจสอบพื้นที่ตามจุดต่างๆ โดยอาศัยภาพพาโนรามาในระดับถนน ในประเทศต่างๆ ที่มีการใช้งานสตรีทวิว ผู้ใช้จะสามารถดูภาพถ่ายในระดับถนนได้ด้วยการซูมเข้าไปที่ระดับต่ำสุดบนแผนที่ของ Google หรือลากไอค่อนตุ๊กตา “Pegman” สีส้ม ทางด้านซ้ายของแผนที่ ไปยังถนนที่เป็นเส้นไฮไลต์สีฟ้า ขณะนี้ รถยนต์ของ Google ที่ติดตั้งกล้องแบบพิเศษจะเริ่มออกเดินทางและเก็บภาพถ่ายระดับถนนในพื้นที่สาธารณะทั่วประเทศโดยเริ่มจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ก่อน กิจกรรมดังกล่าวนี้เป็นการตอกย้ำถึงการลงทุนระยะยาวด้วยการเก็บภาพทั่วประเทศลาวไปอีกหลายปี “เรามีความตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับกระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป.ลาว ในการเปิดตัวรถยนต์สตรีทวิว เราเชื่อว่าภาพสตริทวิวของประเทศลาวจะสร้างวิธีการใหม่ที่ช่วยให้ผู้คนจากทั่วโลกได้สัมผัสความงดงามของประเทศลาว ซึ่งจะเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดีของประเทศ และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวลาวมากขึ้น” ทั้งนี้ Google มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวใน Google แผนที่กับสตรีทวิวอย่างเต็มที่และเข้มงวดโดยไม่ลดคุณประโยชน์ที่ผู้ใช้ได้รับจากฟีเจอร์ดังกล่าว Google จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูง ที่สามารถทำภาพเบลอที่ใบหน้าของบุคคลและป้ายทะเบียนรถยนต์เพื่อไม่ระบุรายละเอียดส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้น Google ให้การตอบสนองอย่างฉับไวและรวดเร็วต่อทุกคำร้องที่ได้รับจากผู้ใช้เพื่อทำภาพเบลอเพิ่มเติม Google แผนที่กับสตรีทวิว ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องตามกฎหมายท้องถิ่นทั้งหมด รวมถึงกฎหมายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยในเมืองไทย ด้านนาย Phoukong Chithooplok อธิบดีกรมความร่วมมือและวางแผน กระทรวงไปรษณีย์ โทรคมนาคม และการสื่อสาร สปป.ลาว กล่าวว่า อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้คนทั่วโลกที่สนใจมาเยี่ยมเยือนประเทศของเรา เราตื่นเต้นมากกับการเปิดตัว Google แผนที่กับสตรีทวิว ในประเทศลาวเพราะจะช่วยให้คนจำนวนมากได้ค้นพบประเทศลาวและช่วยพวกเขาวางแผนการเดินทางมายังประเทศของเรา ในขณะเดียวกันก็จะช่วยให้ผู้คนในประเทศได้ค้นหาพื้นที่ต่างๆ ของประเทศทางออนไลน์ ให้โอกาสในการนำเสนอความงดงามของลาวและความร่ำรวยทางวัฒนธรรมจากแพลตฟอร์มระดับโลก สามารถรับชมภาพเหล่านี้ได้จาก maps.google.la สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสตรีทวิวและวิธีที่จะสามารถนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพักผ่อนหย่อนใจ หรือนำไปใช้ในทางธุรกิจ ที่ google.com/streetview
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : Google ติดอุปกรณ์สำรวจวัฒนธรรมเมืองลาวผ่านรถสตรีทวิว
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















แจ๊คหม่า ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอาลีบาบาซึ่งเป็นบริษัทด้านการจำหน่ายสินค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งกำลังจะเข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก ประมาณกันว่าเป็นไอพีโอทีที่ใหญ่ที่สุดของอเมริกา เป็นบุคคลที่มีประวัติน่าสนใจทีเดียว แจ๊คหม่า เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตครั้งแรกในปี ค.ศ.1995 หรือ 19 ปีที่แล้ว เขาพยายามค้นหาคำว่า “เบียร์” และ “จีน” ปรากฏว่าไม่มีผลลัพธ์จากการค้นหา จากตรงนี้ทำให้เขาริเริ่มสร้างเว็บไซต์พื้นฐานที่บริการแปลภาษาจีนกับเพื่อน ๆ หลังจากสร้างเสร็จเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาก็ได้รับอีเมลจำนวนมากจากทั่วโลกเพื่อขอข้อมูล และตรงนี้เองก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ให้แจ๊คหม่า รู้ว่าเว็บนั้นมีอิทธิพลเพียงใด และเขาก็ขับเคลื่อนการจัดตั้งกลุ่มอาลีบาบา ปัจจุบันอาลีบาบาเป็นการค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน และปริมาณการค้าขายตามหลังแค่วอลมาร์ทแห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งถือเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แจ๊คหม่าได้ขึ้นกล่าวบนโพเดี้ยมต่อหน้ากลุ่มผู้ลงทุนนานาชาติ และได้รับเสียงตบมืออย่างสนั่นหวั่นไหว เมื่อเขากล่าวว่า “พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในสหรัฐอเมริกาเหมือนของหวาน แต่สำหรับจีนแล้วพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง อาหารมื้อใหญ่ แจ๊คหม่ากล่าวต่อหน้าในที่ประชุมเป็นภาษาอังกฤษ อย่างมีจังหวะจะโคน สุขุมนุ่มลึกและน่าเชื่อถือ” ขณะนี้แจ๊คหม่าก็ต้องเตรียมตัวโดยมีแผนที่จะทำ อาลีบาบาเข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ด้วยคาดว่าจำนวนหุ้นที่ขายได้จะมีมูลค่ามากกว่า เฟซบุ๊กเมื่อสองปีก่อนน่าจะอยู่ที่ในราคา 480,000 ล้านบาท ถ้าหากแจ๊คหม่าทำได้สำเร็จก็จะเป็นหุ้นเทคโนโลยีอันดับหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาโดยที่เขามีหุ้นในนั้น 8.9 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท กรณีความสำเร็จของแจ๊คหม่าก็จะมีความโดดเด่น แตกต่างไปจากเศรษฐีเก่าไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา เช่น มาร์ค ซัคเคอร์เบอร์ก แห่งเฟซบุ๊ก สตีฟ จ๊อบส์ แห่งแอปเปิ้ล และบิล เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์ ปัจจุบันแจ๊คหม่าอายุ 49 ปี ไม่มีความรู้พื้นฐานการคำนวณการเขียนโปรแกรมหรือเรื่องเทคโนโลยีเลย ซึ่งไม่เหมือนกับผู้ประสบความสำเร็จทั้งหลายในสหรัฐอเมริกา แจ๊คหม่าเติบโตอยู่ในช่วงการปฏิวัติวัฒนธรรมของจีน และอาชีพเริ่มแรกของเขาคือ ครูสอนภาษาอังกฤษ เนื่องจากแจ๊คหม่าไม่ใช่นักเทคโนโลยี บทบาทของเขาในบริษัทอาลีบาบาจึงเป็นนักกลยุทธ์มากกว่า เขาเป็นคนที่ปลุกเร้ากระตุ้นแรงบันดาลให้แก่ผู้ร่วมงาน เจ้าหน้าที่บริษัทได้อย่างมีความสามารถ และก็เป็นคู่แข่งที่ไม่ยอมลดละต่อคู่แข่งเช่นกัน ปัจจุบันอาลีบาบามีสองเว็บไซต์คือ ตลาดเตาเบา (Taobao) และทีมอลดอทคอม (Tmall.com) ซึ่งคิดเป็นจำนวนสินค้าที่จะต้องส่งของไปยังลูกค้าจำนวนถึง 60% ทั้งหมดในประเทศจีน “เขาจึงคือตัวแทนที่ทรงประสิทธิภาพของคนจำนวนนับล้านที่จะต้องใช้บริการอาลีบาบาสำหรับการดำรงชีพหรือซื้อข้าวของ” ดันแคน คล๊าก ซึ่งเป็นเพื่อนกับแจ๊คหม่าในช่วงปลายศตวรรษ 1990 ได้กล่าวไว้ และดันแคน คล๊ากปัจจุบันก็เป็นประธานผู้ถือหุ้นบริษัทบีดีเอแห่งจีน ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในกรุงปักกิ่งประเทศจีน “และนั่นก็คือเหมือนเขตเลือกตั้งของเขา เขาเป็นนักการเมืองเล็ก ๆ คนหนึ่ง” ความจริงหม่าไม่เคยเป็นนักโปรแกรมหรือนักเทคโนโลยีเลย แต่เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่เป็นนักยุทธศาสตร์มือฉมังทีเดียวแหละ. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
เปรียบเสมือนดวงตาสำหรับผู้พิการทางสายตา กับ “ไอโซนาร์” เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวางสำหรับผู้พิการทางสายตา ฝีมือการพัฒนาของ “อาจารย์สุรพล วรภัทราทร” จากสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง อาจารย์สุรพล บอกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้พิการทางสายตากว่า 123,000 คน ขณะที่ทั่วโลกมีกว่า 37 ล้านคน ผู้พิการทางสายตาเหล่านี้ หากใช้ไม้เท้าช่วยในการเดินทาง มักประสบปัญหาเดินชนสิ่งกีดขวางที่อยู่สูงกว่าระดับเอวขึ้นไป เพราะไม้เท้าจะแกว่งหาสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้า ตรวจสอบสิ่งกีดขวางได้แค่ระดับเท้าขึ้นไปถึงระดับเอวเท่านั้น ไม่สามารถตรวจสอบสิ่งกีดขวางที่สูงกว่าระดับเอว เช่น ป้ายจราจร ขั้นบันไดใต้สะพานลอย หรือวัตถุต่าง ๆ ขณะเดียวกันอุปกรณ์ช่วยนำทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ด้วยราคาที่สูง ใช้งานยาก และรูปแบบอุปกรณ์อาจยังไม่น่าใช้มากนัก จึงได้พัฒนา เครื่องบอกเตือนสิ่งกีดขวางสำหรับผู้พิการทางสายตาขึ้น เรียกว่า “ไอโซนาร์” เป็นอุปกรณ์นำทางขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง ใช้งานง่ายและราคาต่ำ ที่สำคัญออกแบบและวิเคราะห์จากความต้องการจากผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยโดยตรง หลักการทำงานจะใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิคในการตรวจจับสิ่งกีดขวาง เมื่อใช้งานโดยการสวมห้อยคอ จะสามารถตรวจจับสิ่งกีดขวางในระดับศีรษะถึงระดับเอวของผู้ใช้งาน รัศมีการตรวจจับทางด้านหน้าอยู่ที่ 130 เซนติเมตร และด้านข้าง 80 เซนติเมตร สามารถแจ้งเตือนก่อนการชนด้วยระบบสั่นหลายระดับ อนาคตจะพัฒนาเพิ่มการเตือนในรูปแบบอื่น ๆ ให้เลือกเช่น เสียงเตือนต่าง ๆ สำหรับ ไอโซนาร์ ปัจจุบันได้ยื่นขอสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ประเทศไทยเรียบร้อยแล้วและผ่านการทดสอบการใช้งานจริงจากผู้พิการทางสายตาในสนามทดสอบที่มีสิ่งกีดขวางจำลอง ซึ่งพบว่าสามารถช่วยลดอัตราการชนสิ่งกีดขวางได้มากขึ้น ส่วนการนำไปใช้งาน อาจารย์สุรพล บอกว่า ได้ผลิตเพื่อแจกให้กับผู้พิการทางสายตานำไปใช้งานแล้วกว่า 200 เครื่อง โดยเครื่องดังกล่าวมีต้นทุนผลิตประมาณ 1,350 บาทต่อเครื่อง ขณะนี้ตั้งเป้าหาผู้สนับสนุนงบประมาณในการผลิตเพิ่มอีก 100 เครื่อง เพื่อแจกให้กับผู้พิการทางสายตาที่ยังต้องการใช้งานอีกมาก สนใจสิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทย… ที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้พิการ ชมได้ที่ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2557” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคมนี้ที่ บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com